Skip to main content
AdSense

4 ความพิเศษของไกด์บุ๊กเล่มใหม่ Soimilk To Go Neighborhood Guide-Riverside ที่ไม่หยิบกลับบ้านไม่ได้แล้ว!

หยิบฟรีนะ ไม่ต้องลังเล

4 ความพิเศษของไกด์บุ๊กเล่มใหม่ Soimilk To Go Neighborhood Guide-Riverside ที่ไม่หยิบกลับบ้านไม่ได้แล้ว!
May 26, 2019 Bangkok time
ไกด์บุ๊กเล่มใหม่ล่าสุดในซีรีส์ Neighborhood ของเราได้กระจายไปตามร้านรวงต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ กันตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมี Soimilk To Go Neighborhood Guide Vol.2-Riverside เล่มนี้ครอบครองเป็นที่เรียบร้อย และบางคนอาจยังลังเลอยู่ว่าจะหยิบกลับบ้านดีไหมนะ เราเลยขอมาอวดกันโต้ง ๆ นี่แหละว่าทำไมไกด์บุ๊กเล่มนี้ถึงควรหยิบกลับไปพกติดตัวไว้แบบไม่ต้องลังเล!
 

เพราะริมแม่น้ำเจ้าพระยากำลังฮอต

 
 
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงปีที่ผ่านมา หลาย ๆ แลนด์มาร์กทั้งเก่าและใหม่ต่างเกิดขึ้นบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากันทั้งนั้น อย่างเช่นศูนย์การค้าใหญ่ยักษ์ที่เกิดใหม่อย่าง ICONSIAM ก็ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเก่าที่เคยเงียบเหงาอย่างท่าเตียน ก็กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยคาเฟ่และร้านรวงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเต็มไปหมด สถานที่จัดอิเวนต์ต่าง ๆ หรือนิทรรศการเก๋ ๆ ก็เริ่มทยอยไปลงบริเวณย่านที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น เจริญกรุง ตลาดน้อย คลองสาน แต่เรากลับยังไม่ค่อยมีไกด์บุ๊กเล่มไหนที่รวบรวมเหล่าร้านอาหาร คาเฟ่ และอาร์ตสเปซบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสักเท่าไหร่ ที่เห็นบ่อย ๆ ก็มักจะเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างวัดวาอาราม หรือแหล่งชอปปิงมากกว่า Soimilk To Go Neighborhood Guide เล่มที่ 2 นี้จึงขอหยิบเอาทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ อาร์ตสเปซ และที่พักริมน้ำเก๋ ๆ แบบที่ควรค่าแก่การไปเช็คอินมารวมเอาไว้ในเล่มเดียวสักหน่อย การันตีความเก๋จากพวกเราเองนี่แหละ ว่าแต่ละสถานที่คือไม่ควรพลาดแน่นอน!

เพราะมีแต่สถานที่เด็ด ๆ ที่ควรไปเช็คอิน

 
 
ขอบอกว่าเห็นเล่มเล็ก ๆ แบบนี้ แต่ข้างในอัดแน่นถึงลิสต์สถานที่มาก ๆ เลยกว่า 50 สถานที่เลยนะ! ซึ่งเรายังแบ่งออกเป็น 3 ย่านให้ไล่ดูกันไปง่าย ๆ เริ่มตั้งแต่ย่านสามเสน ย่านเก่าที่ตอนนี้กำลังมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ อยู่เรื่อย ๆ และเราคิดว่าในอนาคตอีกไม่นาน ย่านสามเสนน่าจะฮอตฮิตไม่แพ้ย่านอื่น ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแน่นอน, ย่านเกาะรัตนโกสินทร์ ย่านอันทรงคุณค่าที่มีทั้งความใหม่และความคลาสสิกอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว และย่านยานนาวา-พระราม 3 ที่ต้องบอว่าฮอตปรอทแตกไปแล้วในตอนนี้ เพราะอะไรใหม่. ก็มากระจุกรวมตัวกันอยู่ตรงนี้หมด นอกจากแบ่งออกเป็น 3 ย่านแล้ว ในเล่มยังถูกแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่เพื่อให้ผู้อ่านหาสถานที่ได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งไหน ๆ เราก็มาแนะนำกันขนาดนี้ เลยขอหยิบเอาไฮไลต์ของสถานที่ส่วนหนึ่งที่เราเลือกมาลงใน Soimilk To Go Neighborhood Guide Vol.2 - Riverside มายั่วน้ำลายหน่อยก็แล้วกัน จะได้กล่อมใจได้ว่า เล่มนี้ไม่หยิบไม่ได้แล้วจริง ๆ นั่นแหละ
 

Soi นี้อิ่ม

สามเสน-Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง

 
 
Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง เกิดขึ้นจากการที่มีศิษย์เก่าชาวศิลปากรแวะไปดื่มกาแฟที่ร้านสาขาแรก แล้วจึงชวนคุณแวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของร้านว่าอยากมาเปิดสาขาใหม่ที่บ้านอาจารย์ฝรั่งแห่งนี้ไหม และหลังจากคำชักชวนนั้นเพียง 1 เดือน ร้านแห่งนี้ก็เกิดขึ้นทันที (เร็วสุดอะไรสุด) แม้บ้านหลังนี้จะอยู่ในพื้นที่ของกองทัพบก แต่ด้วยความตั้งใจของท่านผู้อำนวยการที่อยากให้สถานที่และทหารใกล้ชิดกับประชาชนได้มากขึ้น ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น บวกกับตัวท่านเองเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว และเห็นจากการดูแลสถานที่ของ Craftsman x Yarden ที่เอาใจใส่เป็นอย่างดี จึงไว้ใจให้คุณแววมาปรับเปลี่ยนชั้น 1 ของบ้านหลังนี้ทั้งหมดให้เป็นคาเฟ่ ส่วนชั้นสองของบ้านจะเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์ของศาสตรจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ดูแลโดยกรมศิลปากรแทน
 
 
ตัวเครื่องดื่มนั้นก็ได้บาริสต้าอย่างคุณบิ๊ก-ณรงค์ศักดิ์ โรจนเกียรติพงศ์ ที่อยู่กับ Craftsman มาตั้งแต่แรกเริ่มช่วยควบคุมให้ ที่นี่เลือกใช้เมล็ดกาแฟที่ดีในปีนั้น ๆ มาเบลนด์ อย่างปีนี้เราจะได้ชิมเมล็ดกาแฟจากห้วยห้า แม่ฮ่องสอน นำมาเบลนด์กับเมล็ดกาแฟจากเอธิโอเปียและอเมริกากลาง ให้เป็นเฮาส์เบลนด์ที่มีรสไม่ไทยจ๋ามาก สำหรับสายสโลว์ก็สามารถไปนั่งที่ Slow Bar ด้านหลังเคาน์เตอร์ สั่งกาแฟ Single Origin ที่มีทั้งแบบ Pureover และ Aeropress (150 บาท) ส่วนคอกาแฟนมเราอยากให้ลองแก้วง่าย ๆ อย่าง Latte ร้อน (110 บาท) นี่แหละ เพราะลาเต้ที่นี่เขาใช้ Craftsman Blend เป็นหลัก รสเลยหอม นุ่ม จากการเลือกเมล็ดกาแฟมาเบลนด์ไว้อย่างดีสมกับเป็นงานคราฟต์ กับแก้วที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง Iced Lemongrass Latte (135 บาท)  ที่เป็น Artisan Blend ระหว่างเมล็ดอินโดฯ บราซิล และลาว ผสมกับไซรัปตะไคร้ที่คุณบิ๊กทำเอง เพิ่มกลิ่นเฉพาะด้วยโป๊ยกั๊กอีกนิดหน่อย แก้วนี้เรียกว่ามีมิติในการดื่มค่อนข้างหลากหลาย ทั้งกาแฟ ทั้งกลิ่นหอมของตะไคร้ที่อบอวลอยู่ในปาก เป็นความแปลกใหม่ที่ดื่มง่ายดี
 
Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง เปิดทุกวัน 7:00 - 19:00 น. โทร. 086-688-5442 ถ. ราชวิถี เชิงสะพานซังฮี้ www.fb.com/craftsmanroastery 

เกาะรัตนโกสินทร์-Sometime Blue @ Tepbunthom

 
 
สำหรับใครที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าอารีย์ไกลจากบ้านตัวเองเหลือเกิน ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องบ่นอีกแล้วนะ เพราะ Some Time Blue สาขาใกล้บ้านคนย่านเมืองเก่าอย่างสามเสน-บางลำพู ได้เปิดบริการอย่างเป็นทางการมาเอาใจคอกาแฟบ้านไกลกันแล้ว โดยมีพี่แนนมายืนทำกาแฟสลับกับ พี่ต่อ-ต่อตระกูล นิศาวัฒนานันท์ อีกหนึ่งพาร์ทเนอร์ของร้านใหม่แห่งนี้ในชื่อ Some Time Blue@Tepbunthom กับโลเคชั่นติดถนนสามเสนเลยทีเดียว ถ้าเทียบเรื่องไซซ์ของร้าน Some Time Blue สาขาใหม่นี้อาจจะเล็กกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะร้านนี้เขาเน้นเสิร์ฟกาแฟแบบ Express Bar มากกว่า โดยสาขาใหม่นี้จะเน้นไปที่กาแฟเอสเพรสโซ่จากเครื่อง Black Eagle ของร้านที่มีให้เลือกตั้งแต่เบลนด์เมล็ดจากดอยช้างและลาว กับเบลนด์อีกแบบจากเอธิโอเปีย ไทย และฮอนดูรัส 
 
 
เราเริ่มชิมจากการลองสั่ง Shaken Americano (90 บาท) มาเทสต์รสกาแฟจากเบลน์แบบที่สองกันก่อน พบว่าเจ้าแก้วนี้มีคาแรกเตอร์ค่อนข้างชัดไปในโทนฟรุ๊ตตี้จากเมล็ดเอธิโอเปีย บวกกับโฟมนุ่ม ๆ ที่เกิดจากการเชคในอุณหภูมิที่เย็นจัด ทำให้อเมริกาโน่แก้วนี้มีรสสัมผัสแต่ก็ยังคงรสชาติที่สตรองไว้อยู่ ต่อด้วย Level Latte (90 บาท) ที่เราเลือกใช้เบลนด์จากไทยและดอยช้าง ทีเด็ดของแก้วนี้อยู่ที่เบสครีมนมที่อิมพอร์ตมาจาก Omotesando ในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ท็อปด้านบนด้วยช็อตกาแฟ Double Ristretto เลยได้เป็นกาแฟแก้วเล็กที่เข้มข้นและนวลเนียนจากทั้งครีม่าของกาแฟและครีมนมสูตรพิเศษ
 
Some Time Blue @ Tepbumthom ถ.สามเสน เวลาทำการ ทุกวัน 8:00-16:00 น. โทร. 081-481-8470 fb.com/SomeTimeBlueTepbunthom

ยานนาวา/พระราม 3-Mahasan Burnt & Bowl

 
 
Mahasan Local Meat Burnt & Bowl ร้านเนื้อไซซ์กะทัดรัดที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือน ตั้งอยู่ตีนสะพานตรงข้ามซ.เจริญกรุง 66 แห่งนี้คือร้านที่เราว่า หากใครเป็นคนเนื้อคงพอคุ้น ๆ อยู่บ้างว่าอาคารหลังเก่าคูหานี้เคยเป็นร้าน Smoke House ที่ชื่อ February & Sons มาก่อนเหมือนกัน ซึ่งหนึ่งในหุ้นส่วนร้านเดิมอย่างคุณแบงค์-ณัฐพงศ์ ราชเล็ก นี่แหละคือเจ้าของร้าน Mahasan แห่งนี้ คุณแบงค์เล่าให้เราฟังว่าสาเหตุที่ต้องปิดร้านสโมคเฮาส์ไปเพราะกรรมวิธีรมควันนั้นค่อนข้างรบกวนเพื่อนบ้าน ด้วยความร้อน การระบายควัน ที่ไม่ค่อยสะดวกกับลักษณะของบ้านที่เป็นตึกแถวโบราณแห่งนี้เท่าไหร่นัก หลังจากที่ปิดร้าน February & Sons ไป คุณแบงค์ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับเนื้อแบบไม่ห่าง และมีลูกค้าที่รู้จักกันถามถึงเมนูเนื้ออร่อย ๆ อยู่เรื่อย ๆ เขาจึงใช้พื้นที่แห่งนี้เปิดเป็น Private Table อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะจับมือกับคุณโบ-ลลิตา แก้วคำแสน แฟนสาวของเขาร่วมกันเปิดร้าน Mahasan นี้นี่เอง
 
 
เราแยกไฮไลต์ของ Mahasan ออกได้ 2 อย่าง อย่างแรกคือร้านนี้มีเนื้อเด็ด ๆ ให้เราได้ลองชิมหลายส่วน แต่ส่วนที่ไม่ควรพลาดคือทีโบนที่เรารู้จักกันดี และพิคานา (Picanha) ที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ พิคานาเป็นเนื้อส่วนที่ติดกับเซอร์ลอยด์ มีขนาดไม่ใหญ่มาก เนื้อส่วนนี้จะมีความฉ่ำมาก ในขณะเดียวกันก็มีเนื้อเยอะกว่ามัน เล่นเอาเราอยากรู้เลยว่า ส่วนที่เป็นเนื้อแดงเยอะ ๆ แบบนี้จะฉ่ำมากได้อย่างนั้นจริง ๆ เหรอ ส่วนไฮไลต์ที่สองก็ตามชื่อร้าน Mahasan Burnt & Bowl เลย นั่นคือทางร้านมีให้เลือกทั้งเมนูสเต๊ก และเมนูข้าวหน้าเนื้อหลากหลายแบบสำหรับคนรักข้าวด้วย จุดนี้คือถูกใจเรามาก
 
เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 18:00-23:00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 12:00-23:00 น. 1843 ถนนเจริญกรุง ตรงข้ามซ. เจริญกรุง 66 โทร. 0634065566 (12.00-17.00 เท่านั้น) www.fb.com/mahasanmeatyou

Soi ดูเพลิน

สามเสน-ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

 
 
อาคารแห่งการเรียนรู้แห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดบิ๊กเบิ้มความสูง 5 ชั้นแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้ทางด้านเศรษฐกิจและความรู้เท่าทันด้านการเงิน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้มากมาย แบ่งออกเป็นชั้นจัดแสดงนิทรรศการถาวร (พิพิธภัณฑ์) ที่ต้องเดินผานประตูเซฟเก็บเงินชั้นหนาเข้าไป, นิทรรศการถาวร ทีเด็ดคือห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือสำหรับการเงินและเศรษฐกิจเอาไว้ให้ค้นคว้าเต็มไปหมด มาพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาปัง ๆ ไปเลย ถ้าหิวก็ลงมาจัด Pacamara ที่ชั้นล่างได้เหมือนกันนะ สำหรับเราแล้วที่นี่ถือเป้นอีกหนึ่งสถานที่ที่แวะไปได้บ่อย ๆ เลยล่ะ เสร็จแล้วเดินข้ามสะพานพระราม 8 ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนฝั่งตรงข้ามก็ได้ด้วยแหละ
 
เปิดทุกวัน (เว้นวันจันทร์) 9:30-20:00 น. ถ.พระราม 8 พระนคร โทร. 02-356-7766 ท่าเรือพระราม 8 ธงเทา หรือท่าเรือเทเวศร์ ธงแดง, ธงเหลือง, ธงเขียว, ธงเทา แล้วต่อพี่วินหรือแท๊กซี่

เกาะรัตนโกสินทร์-A Book With No Name

 
 
"เหมือน ๆ กับที่แมกกาซีนหลาย ๆ เล่มได้ตายลงไป ทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครอ่านตัวอักษรผ่านหน้ากระดาษในเล่มหนังสืออีกแล้ว" เราสนทนากับ พี่กาสะลอง-วิทยา ก๋าคำ ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันฝนตกพรำ ภายใต้บรรยากาศสไตล์วินเทจโฮมมี่ของร้าน A Book With No Name ร้านหนังสืออิสระที่เพิ่งเปิดใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือนมานี้ ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการเปิดร้านที่สวนกระแสวัฒนธรรมการอ่านหนังสือของคนสมัยใหม่แบบสุด ๆ แต่พี่กายังทุ่มทุกอย่างที่มีกับความเชื่อที่ว่า "มันก็ยังมีคนอ่านอยู่นะ เรายังเชื่อว่าวรรณกรรมยังไม่ตาย ร้านหนังสืออิสระดี ๆ ยังสามารถอยู่ได้" 
 
 
สำหรับซีเลกชั่นหนังสือของที่ร้านนี้ 100% เลือกมาจากความชอบของพี่กาทั้งสิ้น โดยมีตั้งแต่หนังสือขายดีของ Chopin, G.H. Hardy และที่เราเห็นวางอยู่เยอะแยะทั่วร้านก็น่าจะเป็นวรรณกรรมแปลของ Murakami นักเขียนในดวงใจที่เราเองชอบเป็นพิเศษ และว่ากันว่า หนังสือกับกาแฟเป็นคู่แท้ที่เหมาะกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกซะอีก พาร์ทเครื่องดื่มของร้านนี้เลยตกเป็นหน้าที่ของ โดนัท-งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม สาวคนรักของพี่กาที่มีพื้นฐานด้านกาแฟอย่างแน่นหนัก จนกลายมาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน อาทิ Espresso Nutella (80 บาท) เมล็ดกาแฟคั่วกลางจากลาว สุมาตรา และไทย ให้รสชาติไปในฟลอรัลหน่อย ๆ ผสมกับความหวานเข้มข้นของช็อคโกแลตนูเทลล่า ไปจนถึงเมนูรีเฟรชชิ่งอย่าง Floral Blossom (60 บาท) โซดาแก้วง่าย ๆ ที่หอมกลิ่นไซรัปดอกไม้ตัดกับความเปรี้ยวของเลมอน
 
A Book With No Name 721-723 ซ.สามเสน 17 ถ.สามเสน เวลาทำการ ศุกร์-จันทร์, พุธ 11:00-22:00 น. (ปิดวันอังคารและพฤหัสบดี) โทร. 080-816-2955 fb.com/Abookwithnoname

ยานนาวา / พระราม 3-Riverside Plaza

 

ถ้าหากจะพูดถึงเสน่ห์ที่น่าหลงใหลในการสัญจรทางน้ำ คงพลาดไม่ได้กับการนั่งเรือชมบรรยากาศในวันสบาย ๆ ลองใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แล้วแวะมาเช็คอินที่ Riverside Plaza จะรู้เลยว่าที่นี่เหมาะสำหรับสายชิลล์และครอบครัวแน่นอน ทั้งเดินทางง่าย มีแหล่งชอปสบาย ๆ ชิลล์ ๆ สำหรับใครที่ชอบหามุมสงบไว้นั่งทำงานสบาย ๆ ก็มาที่ร้าน Starbuck นี่เลยหรือจะนัดพบสังสรรค์กับเพื่อน นั่งเมาท์ยิงยาวทั้งคืน ที่ The Coffee Club และ Burger King เขาก็เปิดตลอด 24 ชม. แต่ไม่ได้มีเท่านี้นะ ถ้าหิวก็มาอิ่มอร่อยกับร้านอาหารชื่อดังมากมาย เช่น ร้าน  S&P , ร้าน Bangkok Bold ร้านอาหารไทยต้นตำรับถูกปากคนไทย, ร้าน Basil การันตีโดยเชฟระดับมิชลินสตาร์อย่างเชฟชุมพล, ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังเอาใจคนรักซูชิอย่าง Sushi Hiro กับ Hoshi และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับครอบครัว นั่นก็คือ ร้าน Sizzler และ MK Restaurant ที่เราคุ้นเคย
 
 
ใครที่ชอป ชิม เรียบร้อยแล้ว อยากหาอะไรทำต่อ ก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล ที่นี่เขามีครบ แวะมาทำผมที่ร้าน Miss9 Exclusive Hair Salon แล้วไปทำเล็บกันต่อกับร้าน Nailuxury สวยปิ๊งแน่นอน ส่วนการเดินทางบอกเลยว่าง่ายนิดเดียว แค่ลง BTS สะพานตากสิน แล้วต่อเรือ Shuttle Boat ของโรงแรมอนันตราที่ท่าสาทรฟรี ! เรือมีบริการทุก ๆ 20 – 30 นาทีเลย ล่องเรือ ถ่ายรูป ชมวิวสวย ๆ ข้างแม่น้ำแล้วแวะมาชิลล์ที่ Riverside Plaza กันเถอะ
 
Riverside Plaza เปิดทุกวัน เวลาทำการ 10:00-22:00 น. 257/6 ถ.เจริญนคร สำเหร่ ธนบุรี โทร. 02-431-9200-3 BTS สะพานตากสิน แล้วต่อพี่วินหรือแท๊กซี่ www.fb.com/riversideplaza

Soi น่านอน

เกาะรัตนโกสินทร์-Praya Palazzo Hotel

 
 
ถ้าจะถามว่าโรงแรมไหนที่เดินทางแปลกที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หนึ่งในลิสต์นั้นก็น่าจะเป็นโรงแรมนี้นี่แหละ เพราะทางเข้าทางเดียวของโรงแรมคือต้องนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น บ้านสวยริมน้ำที่กลายเป็นโรงแรมสุดเก๋แห่งนี้เดิมทีเป็นบ้านบางยี่ขัน ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ตัวบ้านออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมพาลาดิโอ ซึ่งภายหลังบ้านหลังนี้ถูกดัดแปลงไปเป็นโรงเรียนราชการุญในช่วงแรก และส่งต่อเป็นโรงเรียนอินทรอาชีวศึกษา จนกลายมาเป็นโรงแรมแสนสวยในทุกวันนี้ ที่นี่มีห้องพักเพียง 17 ห้อง และความดีงามอีกอย่างคือห้องอาหารของที่นี่เป็นอาหารไทยโบราณที่ควรค่าแก่การไปลองดูสักครั้งด้วยนะ
 
เปิดทุกวัน 118 ถ.พระอาทิตย์ ชนะสงคราม โทร. 02-883-2998 ท่าเรือพระอาทิตย์ ธงฟ้า, ธงแดง, ธงเทา แล้วต่อเรือของโรงแรม www.fb.com/prayapalazzo

ยานนาวา / พระราม 3-Baan 2459

 
 
ถ้าไม่บอกเราก็คงนึกไม่ถึง ว่าซอยเล็ก ๆ ตรงถนนพาดสายที่เดินทะลุจากเยาวราชไปแค่ 5 นาที จะเป็นที่อยู่ของบูทีคไซซ์เล็ก ๆ ที่เพิ่งเปิดให้เข้าพักสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่นานมานี้ แต่จะตกใจไปกว่านั้นอีก ถ้าเราจะบอกว่าโครงสร้างตึกเก่าในสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีสหลังนี้ มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี จึงเป็นที่มาของชื่อโรงแรมว่า บ้าน 2459 ตามปีพ.ศ.ของตัวอาคารนั่นเอง !
 
 
พื้นที่ทั้ง 2 ชั้นของ บ้าน 2459 ถูกแบ่งออกเป็นห้องพักจำนวน 4 ห้อง ซึ่งถูกตั้งชื่อตามชื่อโรงแรม คือห้อง ๒, ๔, ๕ และ ๙ โดยใช้กิมมิคเก๋ ๆ เป็นตัวเลขไทย โดยในแต่ละห้องจะถูกตกแต่งไม่เหมือนกันเลย อย่างห้องหมายเลข ๙ ซึ่งเป็นห้องที่มีเพดานสูงและโปร่งที่สุดของโรงแรมนี้ ถูกทาสีผนังด้วยโทนสีฟ้าอมเทาตัดกับโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่กลางห้อง ที่ดีงามคือตอนนี้ทางคาเฟ่ได้เพิ่มอาคารหลังใหม่ที่เรียกว่า "โซนศาลา" ขึ้นมาอีกตึกที่ด้านหน้าโรงแรม โดยจะเน้นขายกาแฟในส่วนของ Slow Bar ซึ่งมีบาริสต้าขั้นเทพเจ้าเดิมอย่าง พี่เต้ย-นพดล จันทรานภาภรณ์ คอยยืนประจำการอยู่ทุกวัน และมีเมล็ดให้เลือกตั้งแต่โรสเตอร์ฝั่งอังกฤษอย่างแบรนด์ Sitio Serra Natural และ April Coffee จากโคเปนเฮเกน รวมถึงเมล็ดจากนักคั่วไทยอย่าง Roast Runner และ Espresso Man ก็มากับเขาเหมือนกัน
 
ดูรายละเอียดและจองห้องพัก Baan 2459 (บ้าน 2459) ได้ที่ www.baan2459.com
โรงแรมบ้าน 2459 ถ.พาดสาย สัมพันธวงศ์ โทร. 082-393-2459 

ยานนาวา / พระราม 3-Amdeang Hotel

 
 
ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังถือเป็นสปอตสุดไฮไลต์ของกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าใครก็ฝันอยากได้มานั่ง ๆ นอน ๆ พักผ่อนแถวนี้สักครั้ง โดยเฉพาะถนนเชียงใหม่ที่ต้องขอบอกว่าตอนนี้กำลังฮอต เพราะถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของโรงแรมสีแดงชาดริมน้ำเจ้าพระยาโดดเด่นสะดุดตาอย่าง "โฮเทล อำแดง" อีกด้วย สิ่งแรกที่เราสะดุดตาก่อนใครก็คือรูปทรงของอาคารที่พยายามออกแบบมาไม่ให้ดูเป็นกล่องเกินไปนักด้วยการออกแบบให้ด้านหน้าของโรงแรมเป็นหลังคาตัด ดูมีเลเยอร์และเหลี่ยมมุมที่เก๋ไก๋ยิ่งขึ้น โรงแรมทั้งหลังถูกย้อมด้วยสีแดงชาด ซึ่งแน่นอนว่าล้อไปกันกับชื่อของอำแดง
 
 
โฮเทลอำแดงมีทั้งสิ้น 4 ชั้น ประกอบไปด้วยห้องพักที่ให้ความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เพราะมีเพียง 10 ห้องเท่านั้น ประกอบไปด้วยห้องดีลักซ์จำนวน 4 ห้อง ห้องริเวอร์ แกรนด์ ดีลักซ์ จำนวน 4 ห้อง และห้องริเวอร์สวีทที่ชั้นบนสุดจำนวน 2 ห้องที่เพดานสูงเป็นพิเศษ โดยทุกห้องจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าที่คัดมาจากเชียงใหม่ แม่สอด ไปจนถึงต่างประเทศ (และบางชิ้นก็ทำขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในโรงแรม) มาตกแต่ง ความกรี๊ดของเราพุ่งเป้าไปที่ห้องน้ำที่มีความเช็กซี่และเย้ายวน เหมาะกับการมาพักเป็นคู่ ๆ มาก ๆ เพราะลักษณะของห้องน้ำเป็นแบบเปิดโล่ง มีอ่างอาบน้ำตั้งอยู่โดด ๆ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของห้องพัก มีเพียงผ้าม่านสีขาวสะอาดที่ฉลุลายลูกไม้รูปทรงหัวใจให้รูดปิดได้ (ขอบอกว่าไม่ว่าจะพักห้องไหน ก็มีอ่างอาบน้ำแบบนี้ให้ทุกห้อง !) แต่ถ้าใครชอบอาบแบบฝักบัวก็มีให้ใช้งานเหมือนกัน แต่ก็เป็นห้องกระจกนะ คงคอนเซปต์ The Most Romantic Hotel in Bangkok ได้ไวอย่างเหนียวแน่นเลยล่ะ
 
Hotel Amdaeng 12/1 ซ. เชียงใหม่ 1 ถ. เชียงใหม่ คลองสาน
ห้องอาหารนาย เปิดทุกวัน 11:00 - 22:00 น.โทร. 02-162-0138, 02-162-0223
BTS สะพานตากสิน แล้วต่อเรือ, BTSกรุงธนบุรี แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์
 

เพราะมีทริกการเดินทางให้เลือกสบาย ๆ

 
 
เราเห็นว่าไหน ๆ เล่มนี้ก็แนะนำสถานที่ต่าง ๆ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว แต่ละร้านก็น่าจะโดยสารทางเรือสะดวกนะ ทุกสถานที่ที่เราหยิบมานำเสนอในเล่ม จึงจะบอกรายละเอียดการเดินทางด้วยเรือไว้ด้วย! ซึ่งบอกกันแบบไม่หลงแน่นอน เพราะเราบอกถึงท่าเรือว่าต้องลงท่าเรือไหน ที่สำคัญคือควรนั่งเรือธงสีใด ถึงจะสามารถลงที่ท่านั้น ๆ ได้ นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่เราก็บอกเช่นกัน นอกจากนั้นไฮไลต์ระจำของไกด์บุ๊กเล่มนี้อย่างหน้าแผนที่ ที่สามารถแสกน QR Code เพื่อเข้าสู่ Google Maps ของแต่ละร้านได้ คราวนี้ก็จะไปร้านโดยมี GPS นำทางให้ไม่หลงแน่นอนจ้า

เพราะหยิบฟรีด้วยน่ะสิ

 
 
สำคัญที่สุดคือเล่มนี้เรายังแจกฟรีเหมือนเดิม! จากคราวก่อนที่เราอาจไม่ผลิตเล่มแรกออกมาเยอะนัก แต่ด้วยเสียงตอบรับที่ดีมาก ๆ เล่มที่สองนี้เราจึงทำการผลิตมากขึ้นแล้วนะ ดังนั้นอย่าพลาดกันไปเชียวล่ะ ส่วนถ้าใครอยากรู้ว่าแล้วเราวางไว้ให้หยิบฟรีที่ไหนบ้าง ก็ดูสถานที่วางได้จากรูปข้างล่างเลย แล้วรีบไปหยิบกันได้เลยจ้า
 
 
AdSense
AdSense
AdSense