การจะเลือกซื้อสนีกเกอร์สักคู่ เราเลือกจากอะไร? บางคนเลือกจากความนุ่มสบาย บางคนเลือกจากดีไซน์สุดเท่ บางคนเลือกจากแบรนด์โปรด แต่สำหรับรองเท้ารุ่นใหม่ ASICS Metaride AMU เป็นรุ่นที่มีทั้งความนุ่มสบาย ดีไซน์ที่ล้ำลึก และเรื่องราวของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอัดแน่นอยู่ในคู่เดียว โดยสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ขึ้นลิสต์รองเท้าที่เราต้องซื้อให้ได้ ก็เพราะเป็นรุ่นที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Kengo Kuma

ชื่อของ Kengo Kuma สำหรับคนที่ทำงานหรือศึกษาอยู่ในแวดวงสถาปัตยกรรมศาสตร์คงจะคุ้นชื่อเขาดี เพราะสถาปนิกวัย 65 ปีคนนี้ ได้สร้างสรรค์ผลงานด้านสถาปัตยกรรมไว้หลายแห่งทั่วโลก แล้วเขาก็ถือเป็นหัวแถวคนสำคัญของวงการ Contemporary Japanese Architects รวมถึงเป็นอาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม University of Tokyo ด้วย ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญของเขาก็คือการผสมผสานวัสดุธรรมชาติเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมอันสวยงามและไม่ตกยุค นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิก ที่ญี่ปุ่นกำลังจะเป็นเจ้าภาพประจำปี 2020 อีกด้วย ถือเป็นอาจารย์คนสำคัญที่สถาปนิกหลายคนนับถือเลยล่ะ

แต่ในท้ายปีนี้ ก่อนที่สนามโอลิมปิกจะเสร็จสมบูรณ์ Kengo Kuma ก็ผันตัวจากสถาปนิกมาเป็นนักออกแบบรองเท้า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้จับมือกับ ASICS แบรนด์รองเท้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่สบาย ออกมาเป็นรองเท้ารุ่นใหม่จากโมเดล Metaride รุ่นขายดีของ ASICS พร้อมใส่แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซิกเนเจอร์ของเขา ลงไปแบบเต็มเหนี่ยว โดย Final Product ที่ออกมาก็สวยจับจิตจนเราอยากจะจองตั๋วไปญี่ปุ่นตอนนี้เดี๋ยวนี้ เพื่อไปถอยรองเท้าโดยเฉพาะ

ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่ ASICS Metaride AMU ยังใส่เทคโนโลยีที่ช่วยซัพพอร์ตการเคลื่อนไหวเอาไว้อีกด้วย โดยส่วน Upper จะใช้ Performance Knit ที่ผลิตจาก Polyester 100% เป็นผ้าที่นุ่มสบายและดูดซับความชื้นได้ดี ซึ่งคุณ Kengo ได้ดึงวัฒนธรรมการสานไม้ไผ่สไตล์ Yatara ของญี่ปุ่นมาออกแบบในส่วนนี้ บริเวณพื้นรองเท้าจะออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี Guidesole ที่มีความโค้งมน ช่วยรักษาบาลานซ์ให้กับฝ่าเท้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมี Midsole สีน้ำตาลอ่อนตัดกับสีขาว เป็นวัสดุพิเศษ Flytefoam โฟมที่ผลิตจาก Cellulose Nanofiber มีความแข็งแรง ทนทาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังแอบใส่เจล Flytefoam Propel บริเวณส้นรองเท้า เพิ่มความเด้งดึ๋งด้วย

ASICS Metaride AMU จะเปิดวางขายครั้งแรกในวันที่ 20 ธันวาคม ในราคา 36,000 เยน หรือประมาณหนึ่งหมื่นบาทถ้วน เหมาะกับการเป็นของขวัญให้ตัวเองส่งท้ายปี 2019 เสียจริง โดยจะวางขายบนเว็บไซต์ ASICS ของญี่ปุ่นหรือหน้าร้านสาขาฮาราจูกุและโอซาก้า ใครอยากได้ก็ต้องตีตั๋วไปญี่ปุ่นหรือไม่ก็พึ่งพลังร้านรับพรีออเดอร์หน่อยนะ
วางขายวันที่ 20 ธ.ค. ทางเว็บไซต์ ASICS