เป็นหนังที่ Cinephile หรือ ผู้คลั่งไคล้ในภาพยนตร์ บ้านเรา รอคอยมานานพอตัวเลยล่ะ สำหรับผลงานของผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ เจ้าของผลงานอย่าง Thor, Cinderella, Murder on the Orient Express และ Death on the Nile กับโปรเจกต์กึ่งอัตชีวประวัติ Belfast ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีนี้มากถึง 7 สาขา ซึ่งรวมถึงสาขาใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมด้วย

Belfast เล่าเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นแรงงานในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ช่วงปลาย 60s หรือก็คือตอนกำลังจะเข้าสู่ยุค The Troubles สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและชาติพันธุ์ครั้งใหญ่ ซึ่งสุดท้ายจะกินเวลานานร่วม 3 ทศวรรษ โดยหัวใจสำคัญของเรื่องอยู่ที่เด็กน้อย บัดดี้ ลูกคนสุดท้องของบ้าน ผู้ที่รักในการดูหนัง และเตะฟุตบอล รวมถึงยังเป็นแฟนตัวยงของทีม Tottenham Hotspur ด้วย (ตัวบรานาห์เองก็เป็นผู้ถือตั๋วปีระดับพรีเมียมของ Tottenham Hotspur เช่นกัน)



ความพิเศษของหนังเรื่องนี้คือคนดูจะค่อย ๆ ได้ซึมซับกลิ่นอายความเป็นเมืองเบลฟาสต์ และความเป็นไอริช ผ่านสายตาของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเขาต้องมารับรู้ปัญหาภายในบ้าน และปัญหาความรุนแรงนอกบ้าน โดยที่ไม่สามารถปะติดปะต่ออะไรได้มากนัก ขณะเดียวกัน สิ่งที่เขาเข้าใจดี ชัดเจน และหวงแหนอย่างยิ่ง ก็คือความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นคนเก่งที่เขานึกชอบพอ คนที่เขาอยากนั่งใกล้ อยากพูดคุย ทำการบ้าน ทำรายงานด้วยกัน เหล่านี้คือความบริสุทธิ์และความมัวหมองของสังคมสังคมหนึ่งที่หนังนำเสนอพร้อม ๆ กันได้อย่างลงตัว

"ชาวไอริชเกิดมาเพื่อจากไปที่อื่นทั้งนั้น"
ด้วยความเป็นชนชั้นแรงงานที่อยู่ท่ามกลางชุมชนที่เกิดเหตุรุนแรงบ่อยครั้งและคาดเดาอะไรไม่ได้ คุณพ่อหัวหน้าครอบครัวจึงพยายามโน้มน้าวให้ทุกคนไปอยู่ลอนดอน เมืองหลวงที่มีงานพร้อมบ้านพร้อม ด้วยกัน แต่ฝั่งคุณแม่ผู้รับหน้าที่เลี้ยงดูลูก ๆ มาตลอดยังคงลังเล เพราะเธอรู้สึกว่าเบลฟาสต์คือที่แห่งเดียวที่เธอรู้จัก และเป็นที่แห่งเดียวที่จะเปิดรับเธอ จนกระทั่งคู่สนทนาในซีนหนึ่งกล่าวประโยคข้างต้นขึ้นมา "ชาวไอริชเกิดมาเพื่อจากไปที่อื่นทั้งนั้น" การที่ทุกคนล้วนไปเติบโตที่อื่น จะต่างอะไรกับการบอกว่า 'ที่นี่ไม่มีอะไรเลย' ไม่มีอะไรหล่อเลี้ยงให้ชีวิตงอกงามได้เลย การจากไปจึงน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด


Belfast เป็นผลงานที่ไม่เพียงแต่จะคารวะความเป็นไอริชและจิตวิญญาณแห่งเบลฟาสต์เท่านั้น แต่ยังยกย่องผู้คนทั้งเจเนอเรชันที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก ไม่ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาเลือกที่จะอยู่หรือเลือกที่จะไปก็ตาม "เบลฟาสต์ยังอยู่ที่เดิมเสมอ" ประโยคนี้หมายความได้ทั้งพิกัดของเมืองที่จะไม่ขยับไปไหน และทั้งหัวจิตหัวใจของผู้คน ที่ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใด ก็ยังเป็นคนเบลฟาสต์เสมอ เหมือนกับว่าสุดท้ายแล้ว เบลฟาสต์ก็ไม่ต่างอะไรกับ 'แอสการ์ด' อาณาจักรสมมุติที่อยู่ในหนังจากคอมิกที่บรานาห์เคยกำกับไว้ สุดท้ายแล้ว... เบลฟาสต์ก็ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน
Belfast มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ House Samyan วันที่ 31 มี.ค.
