Skip to main content
AdSense

Tottenham Hotspur Stadium with No Spurs: พาส่องมุมไพรเวตของหนึ่งในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษในวันที่ (ต้องมีแข่ง แต่อยู่ ๆ กลับ) ไม่มีแข่ง

หรูหรา ลอนดอนสไตล์

Tottenham Hotspur Stadium with No Spurs: พาส่องมุมไพรเวตของหนึ่งในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษในวันที่ (ต้องมีแข่ง แต่อยู่ ๆ กลับ) ไม่มีแข่ง
January 24, 2022 Bangkok time
ได้ชื่อว่าเป็นยุคโควิดแล้ว อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม ลด ตัดทอน เลื่อน หรือยกเลิก มาตรการหรืออิเวนต์ใด ๆ ก็ตาม อย่างล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่ก็เมื่อ อเดล ศิลปินตัวแม่ของอังกฤษ ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตลาสเวกัสทั้งหมด เพียง 24 ชั่วโมง ก่อนโชว์แรกจะเริ่ม ทำเอาแฟน ๆ ที่เดินทางไปรอชมแล้วโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันเป็นแถว ๆ เพราะค่าใช้จ่ายของทริปค่อนข้างสูง นี่ยังไม่นับงานบันเทิงและอิเวนต์กีฬาที่ถูกเลื่อนหรือยกเลิกไปมากมายก่อนหน้านี้อีกนะ
 
 
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนเทล่วงหน้าในระยะ 24 ชั่วโมงเช่นกัน จากการประกาศเลื่อนของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษคู่ระหว่าง Tottenham Hotspur กับ Arsenal ที่กรุงลอนดอน ทำให้อดเห็นความล้ำและความอลังการของหนึ่งในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ที่เพิ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2019 และจุได้กว่า 62,000 ที่นั่ง ไปโดยปริยาย รวมถึงอดเห็นบรรยากาศหนึ่งในแมตช์ฟุตบอลที่ดุเดือดที่สุดในลีกอย่าง North London Derby ด้วย
 
แต่เพราะเดินทางมาไกลและมาแค่เพื่อแมตช์นี้เท่านั้น ทีมงานของสโมสรที่เป็นคนดูแลเลยเห็นใจ และเชิญเราเข้าไป 'ประเดิมนั่ง' ในที่นั่งตัวเองที่ซื้อไว้แบบเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งเดินชมสนามส่วนที่ไม่ได้ปิดทำการ 100% เพื่อซึมซับบรรยากาศ (ซึ่งก็แห้งอยู่ดีนั่นแหละ) ทำให้เราเห็นสเปซต่าง ๆ ที่สโมสรได้จัดสรรไว้เป็นอย่างดี จนอยากหยิบบางส่วนมาบอกเล่า มาแบ่งปันกับชาวซอยมิลค์ด้วยเลย
 
 
Tottenham Hotspur Stadium ของสโมสร Tottenham Hotspur เป็นอาคารอสมมาตรที่ด้านที่สูงที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยเหนือชั้นใต้ดินมากถึง 9 ชั้น แบ่งโซนไว้สำหรับผู้เข้าชมอิเวนต์ในเซกชันต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ฟุตบอลด้วยนะ เพราะที่นี่เขาทำสนามเป็นมาตรฐานอเมริกันฟุตบอล NFL และเป็นผู้จัดงาน NFL London อย่างเป็นทางการ มีสนามหญ้าชุดที่ 2 แยกต่างหาก มีห้องแต่งตัวเฉพาะ สำหรับผู้เล่นและเชียร์ลีดเดอร์ รวมถึงพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและสตูดิโอออกอากาศอย่างเป็นสัดส่วน ในขณะที่พื้นที่ส่วนต่าง ๆ ก็เปิดให้เช่าจัดงานด้วย พูดได้ว่าที่นี่เป็นสเปซอเนกประสงค์ที่รองรับได้หลายฟังก์ชันจริง ๆ
 
 
ยังไม่ทันเดินถึงโซนที่เป็นที่นั่งของเรา ก็เจอเข้ากับ Centre Spot หมุดกลางสนามที่ยกมาจาก White Hart Lane สนามแข่งเก่าของทีม คนดูแลบอกว่าจุดนี้มีแฟน ๆ ถ่ายรูปด้วยเยอะมาก ชนิดที่ว่าลงไปนอนแนบ คล้ายการถ่ายรูปกับป้ายชื่อดาราตรง Hollywood Walk of Fame เลยล่ะ ถัดมาไม่ไกลก็มีคุณไก่ Golden Cockerel คอยต้อนรับทุกคนก่อนเดินเข้าสู่โซนที่นั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เจอกับ 'เจ้าของบ้าน' ยังไงยังงั้น แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปเช็กอินที่เริ่ดมาก ๆ
 
 
เดินแล้วเดินอีกก็ยังไม่ถึงโซนที่นั่ง เพราะสนามเขาใหญ่จริง ๆ และเราก็ได้เจอเข้ากับโซนเครื่องดื่ม ที่ไม่ได้หมายถึงแค่การขายเครื่องดื่มเท่านั้นด้วยนะ แต่เขามีโรงกลั่นเป็นของตัวเองเลยจ้า แล้วเบียร์ที่ได้ก็มีขายในสนามวันที่มีแข่ง และที่ผับ Beavertown หน้าสนาม ให้ทุกคนได้แวะดื่มกันเมื่อต้องการ (แต่ไม่มีแบบกระป๋องนะ) โดยชื่อของ IPA ตัวนี้ก็เก๋แสนเก๋ นั่นก็คือ One Of Our Own ที่แปลได้ว่า 'ผลผลิตของเรา' ซึ่งมักใช้เรียกนักเตะเด็กปั้นที่เติบโตมาจากศูนย์ฝึกของสโมสรนั่นเอง
 
 
ท่ามกลางโซนที่ปิดใช้งานและถ่ายรูปไม่ได้ (คือส่วนใหญ่เขาพับเก้าอี้ขึ้นน่ะ ถ่ายรูปมาก็ไม่น่าดูอยู่ดี) โซนที่ต้องเดินฝ่าฟันมาไกลหน่อยแต่ประทับใจมาก คือส่วนที่เป็นห้องพรีเมียมสวีต ที่ส่วนหนึ่งเปิดให้บริษัทพันธมิตร/สปอนเซอร์ใช้งาน ส่วนหนึ่งเปิดขายสำหรับสมาชิกทั่วไป และอีกส่วนหนึ่งสำหรับนักเตะที่ต้องการสำรองที่ไว้ให้ครอบครัว/เพื่อนฝูงได้มาชมเกมแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร แถมวิวจากห้องสวีตเหล่านี้แต่ละห้องยังเรียกได้ว่าดีที่สุดจากทุกที่นั่งในสนามไปอีก
 
 
 
ห้องที่เราได้เข้าไปชมบรรยากาศเป็นของ ซนฮึงมิน นักเตะตัวรุกคนสำคัญที่มาร่วมทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2015 - 2016 และนี่คือห้องที่ได้ต้อนรับแขกคนสำคัญบ่อยที่สุด เพราะคุณพ่อคุณแม่ของเขามาชมเกมของลูกชายอยู่ตลอด รวมถึงเป็นโซนที่เคยต้อนรับนักแสดงเกาหลีชื่อดัง พักซอจุน ด้วย ส่วนอีกห้องที่บรรยากาศคล้ายกัน (และเราเห็นว่าเป็นพาร์ตเนอร์ที่ 'ออกสื่อได้' เพราะค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นพันธมิตรกับสโมสร) ก็คือห้อง Nike ที่ตกแต่งด้วยสโลแกน Just Do It ตัวเบ้อเริ่ม และมีสวูชขนาดใหญ่ติดไว้คู่กับตราสโมสร ให้เห็นกันไปชัด ๆ เลยว่าที่นี่ห้องใคร ไอคอนิกสุด ๆ บอกเลย!
 
 
 
จากระเบียงห้องสวีต (และอีกหลายห้องที่อยู่ชั้นบน ๆ แบบนี้) จะสามารถมองเห็นคุณไก่ Golden Cockerel บนหลังคาสนาม ที่จัดไว้เป็นโซนท้าทายความสูงประหนึ่งเป็นสวนสนุก โดยสิ่งนี้เรียกว่า The Dare Skywalk ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับสกายวอล์กที่คนไทยรู้จักเลยจ้า เพราะจุดสูงสุดที่เขาจัดให้เดินออกไปถ่ายรูปที่ระลึกสูงจากพื้นถึง 46.8 เมตร แล้วที่เก๋สุดคือวอล์กเวย์กระจกตรงนั้นรองรับวีลแชร์ด้วยล่ะ inclusive สุด ๆ ให้ทุกคนสามารถมีประสบการณ์ล้ำ ๆ ได้อย่างเท่าเทียม
 
 
หลังจากไปสูดอากาศตรงชั้นบน ๆ ของสนามแล้ว ในที่สุดเราก็เดินมาถึงขอบสนาม Tottenham Hotspur Stadium ซึ่งเป็นโซนที่เราจะไป 'ลองนั่ง' (จุดนี้คือพิมพ์กี่ทีก็เศร้านะ พอไม่มีเกมแข่งแบบนี้ รู้สึกเหมือนโดนเทแต่ก็ยังจะไปสูดอากาศตรงนั้นซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก) โดยเซกชันนี้อยู่ติดกับ 'ทันเนล' หรืออุโมงค์ที่นักเตะเดินลงสนามพอดี วิวที่ได้ก็จะประมาณที่เห็นตามภาพด้านล่างนี้เลย...
 
 
 
ปิดท้าย จะเดินออกจากสนามแล้ว ก็ต้องแวะฝั่ง Shop ซะหน่อย ซึ่งก็แน่นอนวันที่ไปนี้ปิดทำการ (และไม่เปิดให้เราเดินผ่านด้วย) เลยได้แต่เก็บภาพเหงา ๆ จากมุมนี้ ที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ ในวันที่มีแข่ง โดยที่นี่เป็นพื้นที่รีเทลของสโมสรฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปเลยทีเดียวนะ ไม่น่าแปลกใจที่เขาสามารถจัดโซนวางสินค้าและทำที่นั่งสไตล์สเตเดี้ยมไว้ภายในตัวร้านได้อย่างลงตัวสุด ๆ ไปเลย
 
 
 
เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับเสี้ยวหนึ่งของความหรูหราของ Tottenham Hotspur Stadium ในวันที่ออกจะแห้งแล้งไปหน่อย แต่ยังคงความแกรนด์ ความเลอค่า ไว้ได้ ถึงจะโดนปิดไปซะหลายมุม เราหวังว่าในอนาคต สเปซที่ถูกออกแบบมาดีขนาดนี้ จะได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่และมีผู้เข้าชมเต็มความจุ ให้ทุกคนได้เอ็นจอยกับบรรยากาศอย่างที่มันควรจะเป็น รวมถึงให้อุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมกีฬา ที่หล่อเลี้ยงหัวใจเรา ๆ ท่าน ๆ จำนวนมาก ได้กลับมาเป็นปกติในเร็ววัน
 
Tottenham Hotspur Stadium ตั้งอยู่บน High Road กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลงสถานี White Hart Lane, Northumberland Park, Tottenham Hale หรือ Seven Sisters แล้วเดินต่อ
 

เครดิตข้อมูล Tottenham Hotspur เครดิตรูปภาพ นรณฏฐ ไชยคำ
AdSense
AdSense
AdSense