Jul 11 2019

destination

เที่ยวเชียงใหม่แบบลักชัวรีไปกับแคมเปญ Where In The World ใหม่ล่าสุดจากททท.

พรีเมียมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
บอกเลยว่าการไปเชียงใหม่รอบนี้ของเรานั้นสุดแสนจะหรูหราหมาเห่าแบบไฮโซโบว์ใหญ่กว่านี้ไม่ได้แล้วจ้ะพี่จ๋า เพราะรอบนี้เราได้รับเชิญไปร่วมเอ็กซ์คลูซีฟทริปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้มาเยือนหนึ่งในจุดหมายปลายทางสุดพรีเมียมในเชียงใหม่ด้วยกันถึง 2 แห่ง บอกเลยว่าไม่ว่าใครมาเห็นก็ต้องกรี๊ดเบอร์แรงแน่ ๆ ว่ามีแบบนี้ในเชียงใหม่ด้วยหรอ! สมกับชื่อแคมเปญใหม่อย่าง Where In The World นั่นเอง
 
 

Onsen@Moncham

 
โดยที่แรกที่เราไปพักได้แก่โรงแรม Onsen@Moncham ชื่ออาจยังฟังดูไม่คุ้นเพราะเขาเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน แถมยังตั้งอยู่ในโลเคชั่นลึกลับกลางหุบเขาแถบม่อนแจ่มที่ต้องนั่งรถผ่านเนินเขาสลับซับซ้อนเพื่อเข้าไปให้ถึงใจกลางของแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติใต้ดินที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุอย่าง ทองแดง แม็กนีเซียม สังกะสี แคลเซียม และไออนซัลเฟท ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและรักษาสุขภาพจากทั้งภายในและภายนอก ซึ่งกลายมาเป็นกิมมิคหลักของที่พักสไตล์ลักชัวรี่ของเราในครั้งนี้
 
 
นอกจากความดีงามของออนเซ็นธรรมชาติแบบส่วนตั๊วส่วนตัวแล้ว อาคารที่พักและสถาปัตยกรรมจากแรงบันดาลใจของปราสาทคัตสึระอิมพีเรียลในเมืองเกียวโตที่ญี่ปุ่นของรีสอร์ตแห่งนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวที่เน้นความลักชัวรี่จะต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง โดยที่รีสอร์ตแห่งนี้ได้สถาปนิกระดับประเทศเจ้าของรางวัลศิลปินแห่งชาติอย่าง อาจารย์กฤษฎา โรจนกร มาเป็นคนออกแบบให้ทั้งหมด โดยเลือกใช้ส่วนผสมระหว่างกลิ่นอายของยุคเอโดะมาบวกเข้ากับเทคนิคการสร้างแบบร่วมสมัย เกิดเป็นที่พักแนว Modern-Japanese รายล้อมไปด้วยหุบเขาและผืนนาสุดลูกหูลูกตาของม่อนแจ่ม
 
 
 
ความเก๋คือมีห้องพักให้เลือกหลากหลายมากถึง 6 Room Types ทั้งแบบ Traditional สไตล์เรียวกังที่มาพร้อมฟูกปูนอนแบบติดพื้น และห้องนอนสไตล์ยุโรปที่เกิดจากขึ้นในยุคล่าอาณานิคม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกห้องจะมาพร้อมข้าวของเครื่องใช้แบบจัดเต็มตามประสาโรงแรมหรูระดับห้าดาว ทั้งฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ ระบบไฟในห้องพักสุดไฮเทคที่มีให้เลือกหลากหลายโหมด และทีวีจอแบนขนาดยักษ์ที่เอาไว้นอนดู Netflix ตอนกลางคืนหลังแช่ออนเซ็น ไม่มีอะไรจะฟินเวอร์ไปกว่านี้อีกแล้ว

 
ใครที่อยากอ่านรีวิวเต็ม ๆ ของที่พักแห่งนี้สามารถตามไปอ่านต่อกันได้ที่ อ่าน: หลับใหลไปในปราสาทยุคเอโดะและตื่นเช้ามาแช่น้ำร้อนท่ามกลางขุนเขาที่ Onsen@Moncham เลยนะ

หุบเขาคนโฉด

 
 
ส่วนนี่ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายอันซีนควรมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะถึงแม้ตัวโลเคชั่นของ หุบเขาคนโฉด หรือ Bad Boy Valley จะนั่งรถจากตัวเมืองเชียงใหม่มาแค่แป๊บเดียว แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกใบหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของดอกไม้นานาพรรณกว่าร้อยชนิด สัตว์เลี้ยงหายากอย่างนกฟลามิงโก้ นกแก้วมาคอร์ยักษ์ นกกระตั้ว หงส์ ห่าน และกวาง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของสะสมของ พี่กุ่ย-วรธ เจริญค้าวัฒนา และพี่ยศ-ธนยศ คชคง ที่เราไม่กล้าแม้แต่จะประเมินราคา โดยรวมแล้วก็สามารถเรียกว่าเป็นการหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนนมหัศจรรย์ที่แท้ทรู
 
 
 
มื้ออาหารของที่นี่เปรียบเสมือนงานอาร์ตชิ้นเอกที่ทางพี่กุ่ยและพี่ยศรังสรรมาจากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ในพื้นที่อย่างดอกไม้ป่า ผักออร์แกนิคจากเกษตรกร และวัตถุดิบอิมพอร์ตจากเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติของทั้งคู่ จนเกิดมาเป็นเชฟเทเบิ้ลคอร์สหรูในสนนราคาที่ 2,500 บาท ที่มาพร้อมกับการเปิดจินตนาการด้านอาหารของเราให้ทะลุมิติเหมือนหลุดเข้าไปเป็นอลิซในวันเดอร์แลนด์อย่างไรอย่างนั้น

 
ใครที่อยากอ่านรีวิวเต็ม ๆ ของร้านเชฟเทเบิ้ลแห่งนี้สามารถตามไปอ่านต่อกันได้ที่ อ่าน: 'หุบเขาคนโฉด' หลงเข้าไปอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์กับ Chef's Table ลึกลับกลางดงดอกไม้ในแม่ริม
โปรแกรมเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากจุดหมายปลายทางกว่า 10 พิกัดที่ทางแคมเปญ Where In The World ได้รวบรวมมาไว้ให้สายท่องเที่ยวได้ไปเปิดโลกกันแบบฟินนาเล่และเอ็กซ์คลูซีฟกว่าใคร โดยทางททท.เขาก็มีดีลดี ๆ ออฟเฟอร์โดน ๆ ราคาเด็ด ๆ มาไว้พร้อมให้เรากดจองกันแบบรัว ๆ ซึ่งจุด ๆ นี้ก็สามารถพุ่งตัวไปดูได้เลยที่ www.whereintheworld.travel บอกเลยว่าเขารวบรวม wow experience ของจริงมาให้แบบเน้น ๆ ไม่มีหลอกดาวแน่นอนเด้อ!