ใกล้เข้ามาทุกที กับงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ในชื่องาน Bangkok Design Week 2020 ซึ่งไม่ได้ขนมาแค่งานศิลปะหรืองานออกแบบดีไซน์ร่วมสมัยเพื่อให้เราได้เสพกันเท่านั้น แต่ในปีนี้ยังมีการนำ 'อาหาร' มาผนวกเข้ากับ 'นิทรรศการศิลปะ' ให้ชาวนักออกแบบแห่งกรุงเทพฯ ได้เสพผ่านตา หู จมูก และปากด้วย ซึ่งก่อนจะถึงวันงานจริง เราเลยขอเปิดประสบการณ์เจ๋ง ๆ กับงานศิลปะดิจิทัลแบบกินได้ให้ชาวซอยมิลค์ได้เห็นแบบเอ็กซคลูซีฟกันก่อนใครเพื่อน


'The Inconvenience Store: สะดวก จะ ตาย' คือชื่อของนิทรรศการศิลปะดิจิทัลกินได้ จัดทำโดยกลุ่ม ลิงขี่เสือ ร่วมกับ AP Thailand พร้อมดึงเอา เชฟแอ๋-กุลพล สามเสน แห่งร้านยุ้งฉางที่อารีย์ และ เชฟบิ๊ก-อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล จากร้าน Autta Pop Up Dining มาร่วมดีไซน์คอร์สเชฟสเทเบิลส์แปลกหูแปลกตาภายใต้คอนเซปต์เรื่อง 'อาหารในร้านสะดวกซื้อ' ให้เหล่าฮ็อปเปอร์งาน Bangkok Design Week 2020 ได้จองที่นั่งไปลิ้มรสความพิศวงของร้านสะดวกซื้อที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้ในระหว่างวันที่ 1-9 ก.พ. นี้
ไม่ใช่แค่การจับมือทำงานร่วมกันระหว่างเชฟมือฉมังกับทีมครีเอทีฟเท่านั้น แต่งานนี้เราจะได้เห็นการดีไซน์ร่วมกันกับทีม Another Day Another Render (ADAR) ที่เคยฝากผลงานชื่อดังผ่านโปรเจกต์ โพธิ เธียร์เตอร์ มาแล้วในปีก่อน การมากินเชฟสเทเบิลส์ในคอร์สนี้เลยเต็มเปี่ยมในทุกมิติ ทั้งงานดีไซน์ งานศิลปะดิจิทัล รวมถึงพรีเซนเทชันผ่านหน้าตาอาหารแต่ละจาน เรียกว่ามีเซอร์ไพรส์ในทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟเลยทีเดียว

ก็อย่างที่ชื่อโปรเจกต์นี้เขาสปอยล์เราล่วงหน้ามาแล้ว อาหารทั้ง 5 คอร์ส ที่เราจะได้ลิ้มลองใน 'The Inconvenience Store: สะดวก จะ ตาย' คือเมนูง่าย ๆ ในโลกแห่งอาหารที่ “สะดวก จะ ตาย” บอกเล่าเรื่องราวผ่านอาหารที่ทำให้ทุกคนอิ่มเอม แต่สะท้อนสังคมด้วยเมนูอาหารง่าย ๆ ที่ทุกคนเลือกกินกันในแต่ละวัน จนต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทุกวันนี้เรากำลังบริโภคอะไรกันเข้าไปบ้าง?
เริ่มจากคอร์สแรกที่เสิร์ฟมาคือ Chapter 1: 7th Heaven ที่ชวนให้เราจินตนาการไปไกลถึงร้านสะดวกซื้อในอนาคตผ่าน Projection Mapping สีฉูดฉาด และซาวนด์ล้ำ ๆ เหมือนหลุดไปในหนัง Sci-fi สักเรื่อง พร้อมเสิร์ฟเมนูง่าย ๆ อย่างแซนด์วิช ที่เราสามารถหยอดเหรียญแล้วกดออกมาได้เลยจากตู้ แต่ทีมนี้เขาทำให้เราได้ตั้งคำถามกับแค่เมนูธรรมดา ๆ นี้ ว่าจะสามารถทำขึ้นใหม่ให้ดีต่อใจและสุขภาพได้กว่านี้อีกหรือไม่ อย่างการเปลี่ยนจากขนมปังชืด ๆ พร้อมขึ้นราให้กลายเป็นบริยอชบิสกิตสไตล์ฝรั่งเศส และสอดไส้ด้วยแซลมอนทาร์ทาร์แทนเนื้อสัตว์แปรรูปไร้คุณภาพจากอุตสาหกรรมอาหาร

ต่อด้วยคอร์สที่สองอย่าง Chapter 2: Turn Sour ซาลาเปาไส้ปริศนากับจานเรืองแสงที่ทำให้เราตัดสินใจอยู่นานว่ามันกินได้หรือกินไม่ได้ แถมยังมาพร้อมการบิวด์อารมณ์เราด้วยกราฟิกร้านสะดวกซื้อที่หลอมละลายกลายเป็นสารเคมีบนกำแพงด้วยดิจิทัลอาร์ตสมจริง จุด ๆ นี้ถึงแม้จะท้องร้องแค่ไหนก็คิดแอบคิดอยู่ในใจว่าจะกินดี ไม่กินดีน้า?


คอร์สที่สาม Chapter 3: Accumulation จั่วหัวเรามาด้วยลวดลายโมชันกราฟิกสะท้อนตัวคนที่มีสารเคมีวิ่งไปมาในร่างกาย เถาปิ่นโตทั้ง 4 เปิดมาเป็นติ่มซำไส้เป็ดห่อแป้งเกี๊ยวบีตรูตเหมือนกันหมด เพียงแต่แตกต่างกันที่วิธีปรุง ทั้งต้ม นึ่ง และทอด จุด ๆ นี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากนอกจากนั่งรำพึงรำพันกับตัวเองเบา ๆ ว่า คนเราเลือกกินได้จริง ๆ นั่นแหละเนอะ!


เราชอบไอเดียของคอร์สที่สี่อย่าง Chapter 4: Your Turn ที่หลังจากถูกบิวด์ให้ตั้งคำถามกับตัวเองมาตั้งแต่คอร์สแรก คอร์สนี้ทีมงานเลยฮุกเราด้วยหมัดอัปเปอร์คัตดิจิทัลอาร์ตจัดเต็ม กับการตัดต่อภาพข่าวที่รายงานเรื่องความอันตรายของอาหารปรุงสำเร็จมาพร้อม ๆ กับการเสิร์ฟถาดอาหารเข้าใจง่ายอย่าง เนื้อริบอายไทย-เฟรนช์หมักซอสตะไคร้ย่างและข้าวยำทำเอง มาพร้อมกับการแยกส่วนผสมข้าวยำ ทั้งผักดอง สมุนไพรเครื่องเคียง สีผสมอาหาร และผงชูรสมาเป็นถ้วย ๆ ใครพอใจจะปรุงด้วยวิธีไหน อย่างบริโภคอะไรเข้าร่างกาย ทีมนี้เขาขอปล่อยให้เป็น Your Turn ตาคุณแล้วที่ต้องเลือกเอง


ตัดจบด้วยคอร์สของหวานสุดท้ายอย่าง Chapter 5: Power To Us, Small People ตระการตาด้วยโมชันกราฟิกอลังการของดงดอกไม้สีสวยทั่วกำแพงห้อง และขนมเจลลี่ที่สอดไส้ด้วยแอปเปิลตุ๋นไวน์แดงและน้ำบีตรูต สะท้อนโลกที่เปลี่ยนไปหลังจากเราเปลี่ยนกิน
Soimilk Says: ความพิเศษของคอร์สอาหารทั้ง 5 จานนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่รสชาติอร่อยเวอร์วังเหมือนเชฟสเทเบิลส์เจ้าอื่น แต่เป็นการได้ลิ้มรสมื้ออาหารที่ชวนให้เราได้ฉุกคิด ตั้งคำถาม และปรับเปลี่ยนมุมมองต่ออาหารในแต่ละมื้อของเราที่คนในสังคมที่วันนี้อาจต้องการความสะดวกมากเกินกว่าจะคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว เป็น 5 คอร์ส ที่เราคิดว่าใครที่มาลองอาจตีความต่างกัน ได้รสชาติแตกต่างกันตามแต่ละปัจเจกบุคคล แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราเชื่อว่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์และมุมมองอะไรบางอย่างให้ทุกคนได้แน่นอน เพราะฉะนั้น จงพุ่งตัวไปกดปุ่มจองที่นั่ง และมาทดลองกินอาหารในร้านสะดวกซื้อ (ที่ไม่สะดวก) แห่งนี้กันเอาเองก็แล้วกัน



'The Inconvenience Store: สะดวก จะ ตาย'
ราคา: 1,650 บาท ที่ ticketmelon
1-9 ก.พ. 63 (ส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Design Week 2020)
ATT19 Art Gallery ซ.เจริญกรุง 30 ถ.เจริญกรุง BTS สะพานตากสิน แล้วนั่งพี่วินหรือเดินต่อประมาณ 20 นาที