เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปเยือน ‘ซาปา’ เมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาในตอนเหนือของเวียดนาม แถมได้ทำความรู้จักกับม้งและชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาผ่านหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งทุกอย่างที่เราได้เจอ ทำให้เรารู้สึกว่าซาปาเป็นเมืองที่น่ารักมากเมืองหนึ่ง และนี่คือ 7 สิ่งที่เราประทับใจเกี่ยวกับซาปา
วิวระหว่างทาง

ถ้าพูดถึงซาปา คงไม่มีใครปฏิเสธที่จะมาเสพวิวสวยๆ กับคลังธรรมชาติที่นี่ เราเองก็เหมือนกัน ภูเขาหลายลูกที่ซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์ แดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆจากทิศตะวันออก หมอกที่ลอยอยู่ท่ามกลางนาขั้นบันได และบ้านหลังเล็กหลังน้อยที่แทรกตัวอยู่ คือวิวที่เห็นได้ทั่วไปในซาปา ซึ่งทำให้เราไม่ลังเลที่จะหยิบกล้องขึ้นมาชักภาพเก็บไว้นับไม่ถ้วนตลอดทาง วิวที่นี่ดูแล้วจะเป็นยุโรปก็ไม่ใช่ เป็นภาคเหนือของไทยก็ไม่เชิง แต่เราคิดว่านี่แหละ คือเอกลักษณ์ของซาปา


รอยยิ้มของเด็กม้ง

เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านสินชัย หมู่บ้านม้งเล็กๆ ในหุบเขาที่คนเวียดนามแนะนำให้มา เราก็เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กม้งกับความมอมแมมถึงเป็นของคู่กัน เพราะวิธีการเล่นของเด็กๆ ที่นี่ ไม่ใช่มานั่งเล่นกันแบบจุ๋มจิ๋มในบ้าน แต่เป็นการเล่นแบบเอาท์ดอร์ด้วยของเล่นที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติ หรือใช้ธรรมชาติที่มีอยู่เป็นเครื่องเล่น อย่างใช้ไม้ไผ่มามัดต่อกันแล้วเอามาลากเป็นรถเข็นให้เพื่อนนั่ง
บางทีก็เห็นเด็กใช้ถาดไข่พลาสติกที่ไม่ใช้แล้วเป็นกระดานลื่นลงมาจากเขา หรือแม้แต่เล่นซ่อนแอบกันในแปลงผัก เด็กๆ ใช้ของเท่าที่มี จะเล่นแบบไหนก็สนุกได้หมด เรายืนดูเด็กๆ เล่น และเข้าไปเล่นกับเด็กๆ เป็นชั่วโมง แอบสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มที่จริงใจของเด็กม้งทุกคน


สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่

ไม่แปลกเลยที่เราจะเห็น ม้า วัว ควาย แพะ เป็ด ไก่ หรือกระทั่งหมู ในหมู่บ้านม้งอย่างสินชัย ลาวชัย หรือแคทแคทวิลเลจ เดินเข้านอกออกในอย่างสบายใจ ม้งคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าพวกเขาสนิทกับสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวไปแล้ว สัตว์ที่นี่เลยเชื่องมาก ไม่ตื่นคน
ขนาดหมาข้างทางยังรู้สึกว่าเฟรนด์ลี่กว่าหมาปกติที่เคยเจอเลย เราได้เห็นสัตว์ที่ไม่ค่อยได้เห็นในระยะที่ประชิดมากๆ แถมจะแวะเข้าไปทักทายพวกมันเมื่อไหร่ก็ได้ รู้สึกตื่นเต้นกว่าที่เคยไปเดินสวนสัตว์ตอนเด็กๆ ซะอีก


ของกินแปลกๆ

เราเชื่อว่าแต่ละประเทศจะมีเครื่องดื่มหรือขนมบางอย่างที่ดูเป็นการผสมผสานที่ไม่น่าเข้ากัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างงงๆ ซาปาก็มีเหมือนกัน อย่างกาแฟไข่ ที่ตีไข่ขาวลงไปบนกาแฟร้อนแทนวิปครีม พอได้ชิมแล้วเข้าใจเลยว่า บางทีความหอมของกาแฟกับความคาวของไข่ก็ทำให้รสชาติลงตัวได้เหมือนกัน กาแฟไข่นี้สามารถหากินได้ทั่วไปในซาปาเลย
แต่ร้านที่คนเวียดนามแนะนำมาคือที่ “Legend Hotel” นอกจากนี้ เมนูแปลกๆ ในซาปายังมีพุดดิ้งโยเกิร์ตกับข้าวเหนียวดำ และชาดำร้อนใส่ไซรับเสาวรสกับเนื้อแอปเปิ้ล ที่ร้าน “Z Mong” ด้วย ชื่อเมนูอาจฟังดูซับซ้อนนิดหน่อย แต่รสชาตินี่อร่อยกลมกล่อมสุดๆ
บ้านไม้ของชาวม้ง

ทริปซาปาครั้งนี้ เรามีโอกาสได้ไปทัวร์และกินอาหารกลางวันที่บ้านครอบครัวม้งบนเขา โดยมีม้งเป็นไกด์ ซึ่งเราจองผ่านเอเจนซี่ที่ชื่อว่า ‘Ethos’ ก่อนมา ม้งมารับพวกเราจากตัวเมือง และพาเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 7 กิโลฯ เรารู้สึกหายเหนื่อยทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านแล้วเห็นบ้านไม้หลังเล็กๆ น่ารัก อยู่ตรงหน้า บ้านทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมือนบ้านในหนังไม่มีผิด
ม้งพาเดินเข้าไปสำรวจในบ้านแล้วเราพบว่าข้างในมืดมาก ไม่มีไฟแบบบ้านคนปกติเลย มีแต่หลอดไฟดวงเล็กๆ กับไฟจากกองไฟ ที่ไม่ได้ช่วยให้สว่างขึ้นสักเท่าไหร่ เวลาทำกับข้าวก็ต้องคอยไปเก็บฟืนมาก่อไฟ เวลาอาบน้ำหรือซักผ้าก็ต้องอาศัยน้ำจากลำธารหน้าบ้าน อาจฟังดูลำบากสำหรับบางคน แต่ครอบครัวนี้ก็ดูมีความสุขกับบ้านไม้หลังเล็กๆ นี้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรสักอย่าง


บั๋นหมี่

เคยคิดว่าขนมปังที่รูปร่างหน้าตาเหมือนขนมปังฝรั่งเศส คงไม่มีเจ้าไหนอร่อยเท่าขนมปังฝรั่งเศสที่เป็นออริจินอลแน่นอน แต่พอได้มาชิมขนมปังเวียดนาม หรือที่เรียกว่า ‘บั๋นหมี่’ เราก็รีบยกให้เป็นขนมปังที่อร่อยอันดับหนึ่งทันที ด้วยความหอม กรอบนอก นุ่มใน และไม่เหนียวจนเกินไปของมัน ทำให้เรากับเพื่อนๆ ในทริปเสพติดบั๋นหมี่ไปเลย
ยิ่งได้กินแบบร้อนๆ จากเตาอบนี่พวกเราถึงกับคลั่ง ร้านขายบั๋นหมี่จะเจอทั่วไปตามถนน บ้างก็ขายขนมปังเปล่าๆ บ้างก็ขายเป็นแซนวิชที่มีไส้ให้เลือกหลากหลาย อย่างตับบด เนื้อสไลด์ หรือกระทั่งเป็ดพะโล้ แต่การันตีเลยว่าทุกเมนูจากบั๋นหมี่เด็ดมากจริงๆ


ต้นพีชแห่งความโชคดี

ต้นไม้ที่ทำให้บรรยากาศซาปาดูมุ้งมิ้งขึ้นมาทันทีคือ ‘ต้นพีช’ ลักษณะของมันคือมีลำต้นที่ไม่ใหญ่มาก กับมีดอกสีชมพูเต็มต้นเหมือนซากุระ เราเห็นมันทั่วไปหมด ทั้งในตัวเมืองและบนเขา
แถมได้ยินมาว่าต้นพีชเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ถ้าใครซื้อมาปลูกไว้หน้าบ้านสักต้นในช่วงปีใหม่เวียดนาม หรือประมาณปลายเดือนมกราคม จะโชคดีตลอดทั้งปี... ทั้งโชคดี ทั้งน่ารักแบบนี้ บ้านหลังไหนที่มีต้นพีชอยู่หน้าบ้านคงน่าอิจฉาน่าดู


การเที่ยวในเมืองซาปาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายๆ คนคิด เพราะค่าครองชีพถูกมาก เดินทางสะดวก แถมคนเวียดนามส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย หลายคนเลือกไปซาปาในฤดูเก็บเกี่ยวเพราะจะได้เห็นนาขั้นบันไดสีเขียวชะอุ่ม แต่เรากลับคิดว่าซาปาในแต่ละฤดูก็คงมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน และสวยกันไปคนละแบบ
เรารักฤดูหนาวที่ซาปา และขอยกให้เป็นเมืองน่ารักอีกเมืองที่อยากแนะนำกับทุกๆ คน ว่าควรไปให้ถึงสักครั้ง