

แม้จะขึ้นชื่อว่าโฮสเทล แต่ห้องที่นี่รับรองว่าบรรยากาศแตกต่างจากโฮสเทลอื่นในละแวกเดียวกันด้วยดีไซน์สะอาดตาผ่านธีมสีนำ้เงินเข้มของท้องทะเล โดยมีให้เลือกได้ทั้งแบบห้อง dorm และห้องส่วนตัวพร้อมดีไซน์เรียบเท่แต่แฝงไปด้วยดีเทลความสนุกของชายทะเลภาคใต้ และวัฒนธรรมท้องถิ่นอิงกับความเป็นเมืองลูกผสมแบบบาบ๋าของภูเก็ต อย่างภาพวาดลายโคมไฟแบบจีน และเครื่องลายคราม ถูกใจนักท่องโลกอย่างเราๆ นักเชียว


ห้องแบบ dorm มีทั้งหมด 11 ห้อง แต่ละห้องจะมีอยู่ 4 เตียง แถมยังมีแบ่งว่าจะเป็นห้องรวม หรือจะเป็นสำหรับแก๊งค์สาวๆ โดยเฉพาะก็ได้ เหมาะกับการไปเที่ยวยกก๊วนจริงๆ แถมราคาเริ่มต้นยังน่าคบสุดๆ ด้วยค่าหัว 400 บาทต่อคืนต่อคนเท่านั้น แต่ฟีเจอร์ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นที่ห้องน้ำทุกห้องมีไดร์เป่าผมให้เลยแบบไม่ต้องร้องขอนี่แหละ สะดวก สบาย สะอาด


ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัวหน่อย ที่นี่ก็มีห้องพักแบบส่วนตัวให้พร้อมห้องน้ำในตัว โดยมีห้องให้เลือก 2 แบบคือห้อง Junior Rooms (ราคาเริ่มต้น 1,300 รวมอาหารเช้า) และห้อง Deluxe Room (1,600 บาท รวมอาหารเช้า) ต่างกันที่ขนาดกับวิวห้อง โดยห้อง Junior ซึ่งมีมากถึง 103 ห้อง จะเป็นเตียงเตี่ยว และเตียงคู่ขนาดย่อม ส่วนห้อง Deluxe จะมีขนาดกว้างขึ้น ปลายเตียงมีโซฟา และมีโต๊ะให้นั่งเขียนหนังสือพร้อมวิวหน้าต่างปล่อยให้แสงขาวๆ นวลๆ ส่องลอดเข้ามา แถมยังมีเปลแขวนที่ระเบียงไว้นอนรับลมเพิ่มบรรยากาศชิลให้กับวันพักผ่อนด้วย

ส่วนข้างล่างของโรงแรมคงต้องบอกว่าน่าจะเป็นไฮไลท์ที่ทำให้ Lub d โดดเด่นกว่าโรงแรมไหนๆ ในภูเก็ตเลยก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในล็อบบี้ ก็จะได้รับการต้อนรับด้วยเวทีมวยขนาดยักษ์ที่ทางโรงแรมตั้งใจเอาไว้ให้แขกที่เข้าพักได้มาเข้าคอร์สฝึกแตะมวยไทยกับโค้ช หรือให้ขึ้นไปถ่ายรูปเล่นๆ ได้ตอนที่ไม่มีการซ้อม โดยข้างๆ กันก็มีโต๊ะเกมส์ไว้ให้เล่นกันสนุกๆ ได้


ถัดมาอีกด้านก็จะเป็น co-working space ที่ตั้งใจให้เป็นสถานที่รวมตัวกันของนักเดินทางและนักธุรกิจรุ่นใหม่มานั่งร่วมกันทำงาน แถมทีมงานที่มาช่วยเซ็ตอัพยังเป็นทีมเดียวกับ Garage Society ซึ่งผู้ก่อตั้งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง The Hive co-working space ยุคแรกๆ ของฮ่องกงเลยทีเดียว ซึ่งก็หวังจะให้ที่นี่เป็นแหล่งรวมของคนจากทุกมุมโลกที่มาท่องเที่ยวทำงานรู้จักกันเป็น network มากขึ้นไปอีก

ส่วนร้านอาหารหลักอย่าง Splash Restaurant & Bar ก็ได้ทีมเชฟจาก Salt ร้านชื่อดังที่อารีย์ในกรุงเทพฯ มาเป็นคนช่วยออกแบบเมนูให้ ซึ่งมีทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน และดินเนอร์ โดยอาหารก็มีทั้งตะวันตก และอาหารตะวันออกมารังสรรค์ให้เป็นจานใหม่ โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การนำอาหารบ้านๆ ของไทยมาแต่งตัวเสริมรสให้สนุกขึ้น อย่างหมูปิ้งข้าวเหนียวเสิร์ฟพร้อมสลัดและผลไม้ (150 บาท) เป็นอาหารเช้า หรือจะเป็นพิซซ่ากะเพราใส่มอซซาเรลลาชีส ราคา (275 บาท) และอาหารกินสนุกอย่าง yogurt granola stick ที่เสิร์ฟมาเป็นแท่งไอติมเลย
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีแผนก Grab & Go พวกแซนด์วิชให้สำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วสำหรับการออกไปทริปเที่ยวแต่เช้า หรือกลับมาจากผับดึกดื่นตีสองตีตาม ก็สามารถมาหาอะไรทานตรงนี้ได้เลย

ส่วนที่บาร์ตอนนี้เด่นๆ เลยก็คงหนีไม่พ้นค็อกเทลที่มีซิกเนเจอร์มากมายถึง 6 ตัวที่ทีม Salt อารีย์มาช่วยออกแบบให้ แถมยังตั้งชื่อเก๋ไก๋ตามธีมชายทะเลอย่าง Patong Mule เครื่องดื่มเบสรัม หรือจะเป็น Beach Boy ที่มีความคล้ายกับเครื่องดื่มสเปนอย่าง Sangria ตามมาด้วย Lady Boy ที่มี จินผสมกับน้ำแตงโม วานิลลาและสปาร์คกลิ้งไวน์ ส่วน The Poshtel เป็นค็อกเทลจินผสมเสาวรส ปิดท้ายด้วยค็อกเทลชื่อดุอย่าง Jaws ที่มีทั้ง วอดก้าผสมน้ำ elderflower และราสเบอร์รี สนนราคา 200 บาททุกแก้ว
แต่คอเบียร์อาจจะต้องอดใจรออีกนิด เพราะตอนนี้ยังไม่ค่อยมีอะไรมากนอกจากเบียร์ไทยกับเบียร์นอกบางตัว แต่ว่าในอนาคตรับรองว่าจัดเต็มทั้งคราฟต์เบียร์ไทยและนอก คาดว่าได้จัดลงบาร์รับฤดูกาลท่องเที่ยวตุลาคมนี้แน่นอน

เห็นเป็นโฮสเทลแบบนี้แต่ที่นี่ยังจัดหนักให้แขกมาพักด้วยการสร้างสระว่ายน้ำสีน้ำเงินแบบซีทรูไว้ให้ว่ายน้ำเล่นสบายอารมณ์ได้เลย ส่วนเรื่องความสนุกใกล้เคียง โฮสเทลห่างจากหาดเพียง 5 นาที พอๆ กับเดินไปซอยบางลา แหล่งปาร์ตี้ยามค่ำคืนชั้นนำที่เต็มไปด้วยคลับชื่อดังมากมา เราแนะให้ลองไปเที่ยวคลับดังอย่าง Seduction หรือ White Room ที่ดีเจเปิดแผ่นกันมันทุกคืน

คราวหน้าใครอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศก็ลองมาเช็คอินที่นี่ดู เพราะนอกจากจะเที่ยวสนุกยกก๊วนแล้ว อาจจะได้เพื่อนใหม่กลับไปด้วยก็เป็นได้ เข้าไปเช็คความฮิปได้ที่เว็บไซต์ www.lubd.com/patong ได้เลย
Lub D Phuket Patong ถนนสวัสดิรักษ์ ต. ป่าตอง อ. กระทู้ จ. ภูเก็ต โทร. 076-530-100