ชุมชนหัวตะเข้?

เราเชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิคซ่อนตัวอยู่ที่ลาดกระบัง ย่านชานเมืองแสนใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ บอกเลยว่า ชุมชนหัวตะเข้ นี้เขาอยู่กันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังอนุรักษ์ความเก่าแก่และภูมิปัญญาต่างๆ ไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เราเลี้ยวเข้าซอยลาดกระบัง 17 อย่างมั่นใจแล้วเดินไปอีกนิดก็จะเจอป้ายชุมชนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสะพาน

จริงๆ แล้วชื่อทางการของชุมชนแห่งนี้คือ หลวงพรต-ท่านเลี่ยม แต่คนในชุมชนเรียกติดปากกันว่า "หัวตะเข้" ก็เพราะว่าในสมัยก่อนย่านนี้มีจระเข้ชุกชุม ตอนขุดคลองสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเชื่อมคลองพระโขนงกับคลองฉะเชิงเทราก็ดันเจอกะโหลกจระเข้เข้าอีก ชาวบ้านเลยเอากะโหลกนี้ไปไว้ที่ศาลเจ้าหัวตะเข้ และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนเลยล่ะ
เนื่องจากชุมชนแห่งนี้มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างไทย จีน และมอญอย่างลงตัว ชาวบ้านอยู่กันอย่างเกื้อกูล จึงมักจะมีนักเรียน นักศึกษาแวะเวียนมาเเถวนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมานั่งสเก็ตช์ภาพ ลงสี ถ่ายรูป จนกลายเป็นบรรยากาศชินตาสำหรับผู้คนแถวนี้ไปเสียแล้ว
ลึกเข้าไปในชุมชน

สิ่งที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกคือเอกลักษณ์ของบ้านเรือนริมฝั่งคลอง อย่างบ้านไม้สมัยก่อนที่แบ่งเป็นห้องๆ มีช่องลมบนบานประตูไว้ระบายอากาศ รวมถึงมีชั้นลอยด้านใน ก็เป็นสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่เขารักษากันเอาไว้

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บ้านพัก โรงกลึง ร้านตัดเย็บ ร้านกรอบรูป แถมยังมีศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยนะ โดยจะเน้นเกี่ยวกับอวกาศเป็นหลัก ซึ่งในทุกๆ วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนจะมีการเสวนาเกี่ยวกับอวกาศ ใครสนใจก็ลองไปฟังกันได้
เสพย์ศิลป์แบบไม่เหมือนใคร


ลึกเข้าไปข้างในชุมชนยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีถิ่นหัวตะเข้ ที่มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างว่าวใบไม้ ว่าวที่ทำจากใบไม้อะไรก็ได้แต่ต้องทับให้แห้งนะ วิธีการทำก็ไม่ยากเลย มีลุงว่าว (ใช่แล้ว! ลุงก็ชื่อว่าว) คอยสอนและให้คำแนะนำอยู่ด้วย ส่วนบ้านสามครู เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ต่างๆ ของทั้งนักศึกษาและอาจารย์จากวิทยาลัยช่างศิลป์ ถ้าอยากลองทำเวิร์กช็อปศิลปะ เขาก็มีให้เลือกตั้งแต่ภาพสีน้ำ ภาพพิมพ์



แต่ที่เราอยากแนะนำคือ ลายรดน้ำปิดทอง ซึ่งเป็นจิตรกรรมไทยที่ใช้ทองคำเปลวเป็นส่วนประกอบ บวกกับความปราณีต ขอบอกเลยว่าฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี เห็นชิ้นเล็กๆ แบบนี้แต่ใช้เวลาพอสมควรเลยล่ะ

ความดีงามยังไม่จบแค่นี้ เพราะเมื่อมีโอกาสได้เดินชิลด้านในก็จะเจอกับเจ้าจระเข้เต็มกำแพงไปหมด! ซึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดก็คือ Takhe Graffiti Wall นั่นเอง โดยทุกผลงานจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหัวตะเข้ เหมาะที่จะเป็นโลเคชันถ่ายรูปสุดแนว ถ้าอยากมีรูปสวยๆ อาร์ตๆ ไปอวดเพื่อน ที่นี่ตอบโจทย์ได้แน่นอน ดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานกันของความเก่าและใหม่ที่หาไม่ได้ที่ไหน

อาคารไม้เก่า 2 ชั้นแห่งนี้เป็นทั้งคาเฟ่และเกสต์เฮ้าส์ ลองมานั่งปล่อยความคิดไปกับบรรยากาศริมน้ำแสนสบายที่ชั้น 1 จะสั่งเครื่องดื่มหรือของว่างมากินไปพลางๆ ด้วยก็ได้

ส่วนชั้น 2 เป็นห้องพักที่ตกแต่งไว้น่ารักสุดๆ มีโปสเตอร์วินเทจแปะตกแต่งตามผนัง แถมเขากำลังจะเปิดที่พักเพิ่มอีกหลังในเร็วๆ นี้ด้วยนะ
สี่แยกหัวตะเข้ โทร. 081-514-6636 fb.com/seeyakhautakhe

ร้านกาแฟฮิปๆ ที่มีโปรโมชั่นเอาใจลูกค้าตลอดมา เพียงปั่นจักรยานมาก็ลดไปเลย 10% อยากจะบอกว่าเมนูเครื่องดื่มของที่นี่เขาลงมือวาดด้วยตัวเองด้วย แถมราคายังสบายกระเป๋า อยู่ในหลักสิบทั้งนั้น!

อิ่มอร่อยในราคาเบาๆ เช่น คัพไข่เยิ้ม (49 บาท) และปังไข่พลู (89 บาท) เมนูทานเล่นเอาใจขาชีส เครื่องดื่มที่แนะนำก็จะเป็นคิวมูลัสมิ้นท์ (50 บาท) โคตรโก้ (89 บาท) และกาแฟดริป (ร้อน 85 บาท/เย็น 100 บาท) ซึ่งเป็นเบลนด์เฉพาะของทางร้าน และเมนูนี้ไม่ได้มีทุกวันด้วยนะ อย่าลืมสอบถามก่อนสั่งด้วยล่ะ
ณ ลาดกระบัง โทร. 086-065-8422 fb.com/nalatkrabang
การเดินทาง
- รถไฟไทย ลงสถานีหัวตะเข้ เช็กตารางเวลาได้ที่นี่
- แอร์พอร์ตลิ้งค์ ลงสถานีสนามบินสุวรรณภูมิ และต่อแท็กซี่
ก่อนออกเดินทาง
ถ้าอยากไปแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี เราขอแนะนำให้รู้จักกับ APPEAR Project โดยทีม Hivesters ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของหลากหลายหน่วยงานเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเก่าแก่ในกรุงเทพฯ มีรายได้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหน้าเป็นตาของบ้านเรา โดยจะมีการจัดทริปทัวร์ชุมชนให้เลือกถึง 6 ที่ ได้แก่ นางเลิ้ง บ้านบุ เกาะศาลเจ้า บางลำภู บางกระดี่ และหัวตะเข้ สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับทริปชุมชนหัวตะเข่ได้ทางเว็บไซต์
หรือถ้ายังไม่มั่นใจ ลองชมวีดิโอตัวอย่างจาก Hivesters ได้ด้านล่างเลย!

ยังมีอีกหลายมุมในกรุงเทพมหานครที่เรายังไม่คุ้นเคย แล้วเราจะพาไปทัวร์กันใหม่นะ :)

