แม้ทาง BK Magazine ผู้จัดงาน BK Restaurant Week 2018 จะเพิ่งเปิดให้บุ๊กกิ้งร้านอาหารที่เข้าร่วมเฟสติวัลตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ส.ค. สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้ และเปิดให้บุ๊กกิ้งสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไปเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา (ซึ่งถ้าสำรองที่นั่งผ่านบัตรเครดิตซิตี้ จะได้รับ Complimentary Dish เป็นสิทธิพิเศษด้วยนะ) และเราก็ได้แนะนำถึงอิเวนต์นี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง (อ่านบทความก่อนหน้าได้ที่นี่เลย) แต่ปรากฎว่าหลาย ๆ คนสนใจอิเวนต์นี้มาก ๆ จนหลาย ๆ ร้านที่เข้าร่วมนี่โต๊ะเกือบเต็มแล้ว เราถึงกับมือสั่นเพราะกลัวว่าจะจองไม่ทันเขา แถมพอได้เห้นลิสต์ร้านอาหารต่าง ๆ ก็รู้สึกว่าแค่ร้านเดียวคงไม่พอ แถมยังมีร้านที่เราปลื้มเข้าร่วมอยู่จำนวนไม่น้อย จนต้องขอลิสต์ออกมาสักหน่อยว่า ร้านไหนบ้างนะที่เราแอบเล็งไว้ว่าจะบุ๊กกิ้ง (อิอิ)
Bunker

ความดีงามของร้าน Bunker คือการได้เชฟ Arnold Marcella ผู้เคยผ่านการฝึกฝนมาจากเชฟมิชลิน 2 ดาว มาดูแลเรื่องอาหาร ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนการนำเสนอของอาหารแนวร่วมสมัยในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลลัพธ์ที่ได้ คือ อาหารที่ดูเบสิค แต่ไม่เหมือนใคร มีการนำเสนอยอดเยี่ยม และรสชาติดีเป็นอย่างยิ่ง หลายเมนูที่ร้านจะมีลักษณะไซส์ใกล้เคียงกับทาปาส แต่จานหลักที่เป็นเมนูเด็ดของที่นี่เรายกให้ ซี่โครงเนื้อวากิว (950 บาท) เนื้อนุ่มชิ้นโตที่สามารถสั่งมาแชร์กันได้สบายๆ
ส่วนสายดริงค์เราแนะนำให้ลอง Bourbon Maple Sour (360 บาท) และ Paloma (280 บาท) ซึ่งเป็น signature ของที่ร้าน สายค็อกเทลสบายใจได้เพราะได้บาร์เทนเดอร์เจ๋งๆ มาประจำอยู่ที่ร้านแล้ว ส่วน Full Course ที่ร่วมในงาน BKRW 2018 จะเป็นอะไร เราอยากให้ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์เอาเองนะ
118/2 ซอยสาทร 12 เวลาทำการ ทุกวัน 17:30-01:00 น. โทร. 092-563-9991 BTS สุรศักดิ์
Via Maris

คำว่า Via Maris มาจากภาษาละติน มีความหมายว่า เส้นทางแห่งท้องทะเล (way of the sea) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ก้าวเข้ามาในร้านแล้วจะเห็นภาพเพ้นท์มือรูปแผนที่ขนาดใหญ่ ที่เปิดเผยแหล่งที่มาของเครื่องเทศ วัตถุดิบ และของดีประจำประเทศต่าง ๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาทิ สเปน กรีซ โมร็อกโก แอลจีเรีย และที่สำคัญที่สุดเลยคือ อิตาลี บ้านเกิดของเชฟใหญ่ Francesco Deiana ผู้ลืมตาดูโลกบนเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia) แคว้นปกครองตนเองของอิตาลีที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเป๊ะ ๆ (ลองไปเปิดแผนที่ดูได้) เท่ากับว่าเราจะได้กินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนจากรสมือชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่แท้ทรู !
ทั้งเชฟ Francesco และทีม Via Maris อันประกอบด้วย 2 หัวเรือใหญ่ คุณโชติ และคุณเด็บบี้ ลีนุตพงษ์ ได้ช่วยกันสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ เพื่อส่งต่อเอกลักษณ์แท้ ๆ ของวัตถุดิบ ผสมผสานกับเครื่องเทศอันหลากหลาย ให้ทุกคนได้สัมผัสกับรสชาติที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน โดยจัดการแบ่งเมนูออกเป็น 8 ส่วน ได้แก่ เมนูเรียกน้ำย่อยกรุบกริบ เมนูผัก เมนูจากท้องทะเล เมนูจากผืนแผ่นดิน เมนู couscous และพาสต้าอื่น ๆ เมนูสำหรับแชร์กับเพื่อน เมนูเครื่องเคียง และเมนูของหวาน แถมเรายังเชื่อว่าคอร์สดินเนอร์ที่ทาง Via Maris จัดกมาให้กับ BKRW 2018 นี่ต้องดีงามตามสไตล์แน่ ๆ
Via Maris ซ.คอนแวนต์ ถ.สีลม เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 12:30-14:30 น. และจันทร์-อาทิตย์ 17:30-23:00 น. โทร. 02-236-5558 BTS ศาลาแดง
YAO

ที่ด้านบนสุดของโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ชั้น 33 เราจะได้เจอกับ YAO Restaurant & Rooftop Bar (ชื่อร้านอ่านว่า 'เย่า') รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ล่าสุดของเมืองไทยที่สายไนท์ไลฟ์ทุกคนต้องจับตามองเอาไว้ให้ดี ๆ เพราะนางมาแรง มาจริง และมาพร้อมกับคอนเซ็ปท์การเป็นบาร์ค็อกเทลลูกครึ่งไทย-จีน ที่เริ่มด้วยห้องอาหารจีนสไตล์เซี่ยงไฮ้ที่ชั้น 32 พร้อมลิฟต์ส่วนตัวที่จะพาเราขึ้นไปตะลึงกับวิว 360 องศาบนรูฟท็อปด้านบนที่มีฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา และอีกฝั่งเป็นตึกมหานครสูงเสียดฟ้า
หลัก ๆ แล้วที่ต้องมาลองคือค็อกเทลที่บาร์เทนเดอร์หลักของรูฟท็อปบาร์แห่งนี้อย่าง คุณอิลฮาน เบเซอร์ (Ilhan Bezer) ตั้งใจใส่ดีเทลที่แสดงออกถึงความเป็นจีนลงไปในทุกแก้ว และตามสไตล์บาร์รูฟท็อปบนโรงแรมหรูระดับนี้ ที่ขาดไม่ได้เลยคือการครีเอทไลน์อาหารให้เก๋ไม่แพ้ค็อกเทล โดยได้เชฟบรูซ ฮุย (Bruce Hui) มารังสรรทุกเมนูให้ได้รสชาติแบบอาหารเซี่ยงไฮ้สมัยใหม่ จนทำให้เราตั้งหน้าตั้งตารอดินเนอร์คอร์สของเขาเลยล่ะ
YAO Restaurant & Rooftop Bar ชั้น 33 โรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ถ.สุรวงศ์ เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-02:00 น. โทร. 02-0885666 www.bangkokmarriottsurawongse.com
Mrs. WU

นี่คือการอัพเลเวลเมนูหม้อไฟบ้าน ๆ อย่างร้านชาบูให้ไฮโซขึ้นอีกหลายสิบเลเวล ภายใต้ฝีมือที่เราเชื่อถือได้อย่างสุดใจของ เชฟแรนดี้-ชัยชัช นพประภา เซเลบริตี้ที่สายฟู้ดดี้คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากร้านซูชิโอมากาเสะอย่างFillets และร้านเอาใจสายเนื้ออย่าง 100 Mahaseth
แน่นอนว่าการเปิดร้านใหม่บนตึก Portico ที่หลังสวนครั้งนี้ในชื่อ Mrs.Wu ต้องมีทีเด็ดพิเศษเลเวล 99 ตามสไตล์เชฟแรนดี้อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลยแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่ได้เริ่มชิมน้ำซุปสูตรลับเฉพาะที่มีให้เลือกมากถึง 5 แบบ น้ำจิ้มที่มีให้เลือกมาถึง 7 ตัว ไปจนถึงเนื้อและซีฟู้ดแบบต่าง ๆ ที่เราบอกเลยว่า สายชาบูพรีเมียมจะต้องบุ๊กกิ้งร้านนี้ใน BKRW 2018 แล้วล่ะ
Mrs.Wu ชั้น 3 โครงการ The Portico ซ.หลังสวน เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-23:00 น. โทร. 02-052-2214 BTS ชิดลม www.fb.com/Mrs.WuShabu
Foojohn

ตึก FooJohn ที่นำตึกเก่าในซอยเจริญกรุง 31 ก็เป็นอีกแห่งที่ควรไปเยี่ยมเยือน โดยตึกเก่าที่เคยเป็นตึกชื่อ "ฟูยนตร์" เคยขายอะไหล่รถยนต์มาก่อน ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ชิคๆ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับสายกินดื่มที่โหยหากลิ่นอายแบบเรโทรสมัย 80's เหมือนหลุดไปอยู่ในหนังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
ในตึกประกอบไปด้วยร้าน FoudeJoie (อ่านว่า ฟูชัวร์) มีที่มาจากคำว่า Fou De Joie เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าความยินดี ซึ่งตรงกับคาแรคเตอร์ของร้านซึ่งยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนให้เราไปลิ้มลองเมนูฟิวชั่น และด้านบนเปิดเป็นไพรเวทค็อกเทลบาร์เล็กๆ ที่เสิร์ฟคลาสสิคค็อกเทลหน้าตาดี ส่วนที่ชั้น 3 ของตึกแห่งนี้ คือบาร์เหล้าเบอร์เบินสุดลึกลับ รวมถึงเมนูรมควัน ที่มาพร้อมวิวรูฟท็อปสบายๆ เหมือนมาบ้านเพื่อน โดยร้านนี้เปิดกิจการในนาม SpareParts ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทีมจาก Deli-Q และ Good Neighbour ด้วย
ตึก FooJohn ซ.เจริญกรุง 31 เวลาทำการ พุธ-อาทิตย์ 18:00-00:00น. โทร 095-060-6286 www.fb.com/foojohnbkk
Peppina

หลายคนถึงขนาดพูดว่า ถ้าอยากกินพิซซ่าแท้ ๆ แบบอิตาเลียนยังไงก็ต้องมากินที่ Peppina เท่านั้น ! โดยพิซซ่าของที่นี่จะเป็นสไตล์นาโปลี มีที่มาจากตอนใต้ของประเทศอิตาลี และจริงจังถึงขั้นนำเฮดเชฟชาวอิตาเลียนแท้ ๆ อย่างเชฟ Raffaele Micco เชฟชื่อดังด้านการทำพิซซ่ากับประสบการณ์มากกว่า 22 ปี มาอบพิซซ่าร้อน ๆ ให้เราทานทุกถาด ซึ่งเชฟคนนี้ยังเป็นถึงศิษย์เอกของนักทำพิซซ่าในตำนานอย่าง Gaetano Esposito เลยทีเดียว
ยังไม่พอเท่านั้น พิซซ่าสูตรนาโปลีของที่นี่ยังเป็นหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ Associazzione Verace Pizza Napoletana ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็นพิซซ่าของนาโปลีต้นตำรับของแท้ไม่หลอกดาว ความพิเศษของพิซซ่าชนิดนี้จะอยู่ที่เนื้อแป้ง มีความบางแต่ไม่กรอบ เหนียวนุ่ม หอมกลิ่นถ่านและไม้...แค่นี้ก็ทำให้อยากเข้าเว็บไปจองที่นั่งกันแล้ววว
Peppina โซน Open House สุขุมวิท 33 เวลาทำการ อาทิตย์-พฤหัส ฯ 11:30-15:00 / 18:00 - 24:00 น. และ ศุกร์-อาทิตย์ 11:30-14:30 / 18:00 - 24:00 น. โทร. 02-119-7677
นี่เป็นเพียง 6 ร้านที่เราหยิบยกมาเท่านั้น ที่จริงแล้ว BKRW 2018 มีร้านเข้าร่วมถึงกว่า 60 ร้านเลยนะ ! ถ้าอยากลองประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการดินเนอร์ ในราคาแค่พันเดียว นี่แหละโอกาสที่ดี แล้วเจอกันสักร้านใน BKRW 2018 นะ
BK Restaurant Week 2018
14-29 ก.ย. 61 ราคา 1,000++ บาทต่อคน (รวมภาษีเป็น 1,170 บาท)
สำรองที่นั่ง ตรวจสอบรายชื่อร้านอาหารที่เข้าร่วม และคอร์สอาหารได้ที่ www.bkrestaurantweek.com
