งาน Bangkok Design Week 2020 ที่กำลังจะเปิดฉากพร้อม ๆ กับการขึ้นเดือนใหม่ในวันที่ 1 ก.พ. นี้ มีนิทรรศการที่น่าสนใจมากมายที่จะมาช่วยกันพลิกพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นอาร์ตสเปซขนาดใหญ่ โดยที่ช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้านับจากวันเสาร์นี้เป็นต้นไป เราก็จะได้ไปทำความรู้จักและสำรวจกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์และพื้นที่แห่งงานศิลปะ ที่บอกเล่าเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ที่นี่... กรุงเทพฯ

Portrait of Charoenkrung คือหนึ่งในนิทรรศการที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล Bangkok Design Week โดยเป็นอีกงานที่จะพาเราไปสำรวจกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ ในฐานะแหล่งวัตถุดิบชั้นดีสำหรับการสร้างสรรค์งานดีไซน์ ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็นพื้นที่ที่ทุกมุมถนนล้วนมีเรื่องราวให้หยิบมาเล่า และส่วนที่กลุ่ม Portrait of Charoenkrung หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องผ่านเลนส์ ก็คือพื้นที่ย่านเมืองเก่า เจริญกรุง ที่เก็บเรื่องเล่าที่บันทึกลมหายใจของคนจากรุ่นสู่รุ่นเอาไว้ในใบหน้าของผู้คนในชุมชน ร่องรอยเก่าแตกของตึกแถวเก่า รวมไปถึงวิถีชีวิตที่ยังคงไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

นิทรรศการภาพถ่าย Portrait of Charoenkrung เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มคนถ่ายภาพฟิล์ม คือกลุ่ม สังเคราะห์แสง ที่สมาชิกรวมตัวกันเปิดโรงเรียนสอนการถ่ายภาพและบริการห้องล้างฟิล์มในชื่อ โรงเรียนสังเคราะห์แสง ร่วมด้วยฟิล์มแล็บ 5 แห่ง ที่ประกอบด้วย Fotoclub BKK, HYPER DEV, Flashbox, XANAP และ Grain โดยพวกเขาได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่บันทึกโฉมหน้าของเจริญกรุงผ่านผู้คนและความเป็นไปในย่านชุมชนเก่าแก่แห่งนี้
ภาพถ่ายทั้งหมดจะถูกนำไปจัดแสดงรอบพื้นที่เจริญกรุง โดยแต่ละภาพถูกพรินต์ด้วยระบบเมทัลพรินต์ที่เป็นการพิมพ์ภาพลงบนแผ่นอะลูมิเนียม เหมาะสำหรับการจัดแสดงภาพถ่ายในพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งกระบวนการพรินต์แบบที่ว่าจัดทำโดย Metal Print Lab ห้องภาพที่เชี่ยวชาญเทคนิคนี้

Portrait of Charoenkrung ประกอบด้วยนิทรรศการย่อย 5 แห่ง คือ Charoenkrung Family Portrait ที่จะจัดแสดง 52 ภาพทรงคุณค่าบริเวณพิพิธภัณฑ์ชุมชน ท่าน้ำภานุรังษี ตลาดน้อย, นิทรรศการ Mr.Charoenkrung จัดแสดง 49 ภาพจาก 49 ช่างภาพที่ผ่านการรวบรวมจากฟิล์มแล็บในย่านเจริญกรุง บริเวณตรอกทางเข้าศาลเจ้าโรงเกือก, Charoenkrung Family Collage งานอาร์ตคอลลาจขนาดใหญ่ที่จัดแสดงบนกำแพงตรงข้ามร้านวัวทองโภชนา ซ.เจริญกรุง 45 และ The Charoenkrung Post 2020 จุดแสดงหนังสือพิมพ์ที่จัดทำสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ที่สะพานทิพยเสถียร


สำหรับแนวคิดในการสร้างสรรค์นิทรรศการ Portrait of Charoenkrung นั้น มาจากการที่กลุ่มช่างภาพผู้สร้างสรรค์นิทรรศการเขาคลุกคลีอยู่กับการถ่ายภาพในพื้นที่แถบเจริญกรุงมานาน จนทำให้พวกเขาเริ่มมองเห็นว่าย่านนี้ก็เหมือนคนคนหนึ่งที่มีประวัติและเรื่องราวให้เราทำความรู้จัก พวกเขาจึงต้องการที่จะถ่ายทอดเจริญกรุงในฐานะคนคนหนึ่ง เป็นเด็กหญิง เด็กชาย นาย นาง นางสาว 'เจริญกรุง' ซึ่งมีชีวิตและเติบโตตามวัยอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นที่มาของการนำเสนอพื้นที่เก่าแก่อายุกว่า 150 ปีแห่งนี้ในฐานะผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และยังยืนหยัดเป็นเสาหลักให้กับทายาทรุ่นแล้วรุ่นเล่า

หนทางที่เราจะได้ทำความรู้จักกับคุณเจริญกรุงคนนี้ คงไม่มีทางไหนจะดีไปกว่าการแวะไปทำความเข้าใจผ่าน Portrait of Charoenkrung ที่พูดง่าย ๆ ก็คือการจัดแสดงภาพถ่ายครอบครัวเจริญกรุง ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านที่ชื่อว่า 'เจริญกรุง' ใบหน้าของคนในชุมชนที่เราจะได้ชมกันในภาพถ่ายทั้งหมดจึงเป็นดั่งการจ้องมองไปยังใบหน้าที่สะท้อนภาพของชุมชนที่เปี่ยมด้วยวิถีแห่งชีวิตและเรื่องราวให้เล่าขานไม่รู้จบแห่งนี้นั่นเอง

ตัวอย่างของหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเจริญกรุงที่เราจะได้ไปทำความรู้จักก็คือ ร้านจักรยานแต้จินเชียง ที่เปลี่ยนชื่อเป็น กรุงเทพจักรยาน เมื่อกิจการตกทอดมาสู่รุ่นลูก ซึ่งคนที่เคยผ่านไปมาแถวย่านตลาดน้อยก็อาจจะคุ้นเคยกับร้าน 2 คูหา ที่มีกล่องสินค้าเรียงรายสูงจรดเพดานแห่งนี้ โดยร้านนี้เป็นกิจการที่เปิดมาตั้งแต่สมัยรุ่นก๋ง เน้นขายจักรยานญี่ปุ่นและจักรยานไทยราคาไม่แพง มีทั้งจักรยานบรรทุกของขนาด 28 นิ้ว จักรยานปีกนก จักรยานแม่บ้าน และจักรยานขี่ทั่วไป
แม้ปัจจุบันร้านกรุงเทพจักรยานจะเปลี่ยนไปทำธุรกิจขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ (ที่มีบางรุ่นเป็นอะไหล่สำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าที่ย้อนกลับไปได้ถึง 20 ปี) แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก็คือป้ายร้านบอกชื่อกรุงเทพจักรยาน รวมไปถึงผู้ดำเนินกิจการรุ่นลูกหลานที่ยังคงสะท้อนใบหน้าของเจริญกรุงได้ชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง

นิทรรศการ Portrait of Charoenkrung จัดแสดงกระจายตัวอยู่รอบ ๆ พื้นที่เจริญกรุง 5 จุด ที่ทางผู้จัดเขาตั้งใจสร้างเป็นรูตที่ทำให้เราได้ทำความรู้จักเจริญกรุงผ่านการเดินสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง เราสามารถเริ่มต้นรูตการเดินชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชน ท่าน้ำภาณุรังษี แล้วเดินต่อไปที่ Pop Up Studio ร้านปุ๊ก อะไหล่


จากนั้นเดินต่อไปยัง 3 จุดที่เหลือ ได้แก่ ตรอกศาลเจ้าโรงเกือก, โรงพิมพ์ซิงจงเอี๋ยน และ วัวทองโภชนา ตามลำดับที่ผู้จัดเข้าตั้งใจจัดเอาไว้


ใครที่วางแผนจะไปเทศกาล Bangkok Design Week อยู่แล้ว ก็ลองจัดตารางเผื่อคิวสำหรับไปเดินเล่นทำความรู้จักกับคุณเจริญกรุงกันหน่อยนะ ไปร่วมสัมผัสและรับฟังเรื่องราวของเขาผ่านภาพถ่ายด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 1-9 ก.พ. นี้ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่รับรองว่าถ้าได้รู้จักเขาแล้ว จะไม่ผิดหวังเลยล่ะ