ในคอนเสิร์ต toe Live in Bangkok ที่จัดขึ้นที่ Lido Connect เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลาที่ประตูทางเข้าโรงภาพยนตร์ (ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่แสดงคอนเสิร์ต) ถูกเปิดออก และเหล่าสาวกเทพเจ้าแห่งแมทร็อกสัญชาติญี่ปุ่นกรูกันเข้าไปเพื่อจับจองพื้นที่ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาเหล่านั้นยากที่จะเชื่อสายตา เพราะมันคือสัญญาณว่า… เงินจ๋า เธอกำลังจะจากฉันไปอีกแล้ว

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือ กระดาษ A4 ที่มีข้อความว่า หนึ่งในวงแมทร็อกที่มียอดคนกดฟังบน Spotify เยอะที่สุดในโลกที่ชื่อว่า Chon กำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกในบ้านเรา เดือน ก.พ. ปีหน้า ส่วนบัตรนั้นหรือ ดูคอนเสิร์ต toe จบแล้วก็ออกมาซื้อได้ที่หน้างานเลยจ้า ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เหล่าแฟนเพลงแมทร็อกที่เพิ่งได้รับพลังงานบวก ๆ ๆ จาก toe จะขัดขืนกับดักการตลาดของผู้จัด Seen Scene Space ไปได้ เมื่อออกจากประตูฮอลล์จัดคอนเสิร์ตมา แทบทุกคนต่างก็ตรงมาต่อแถวรอซื้อบัตร Chon ต่อทันที และใช่แล้ว เราก็เป็นหนึ่งในนั้น (ฮือ)

สำหรับแฟนเพลงแมทร็อกและโพสต์ร็อก เมื่อเอ่ยถึงวงร็อกอเมริกาที่ชื่อว่า Chon ย่อมไม่ต้องการคำอธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นชื่อวงแสนประหลาดวงนี้ Chon คือหนึ่งในวงแมทร็อกที่มีแฟน ๆ ติดตามมากที่สุดวงหนึ่ง ด้วยลูกเล่นทางดนตรีที่แพรวพราว สไตล์เพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก และการนำกลิ่นอายแสนรุ่มรวยของแจ๊ซมาผสมกับความหนักหน่วงของร็อก Chon ก็เป็นหนึ่งในวงที่เราจัดลงลิสต์วงดนตรีที่เราต้องดูพวกเขาเล่นสดให้ได้

Chon ก่อตั้งขึ้นมาจาก 5 สหายจากซานดิเอโก ที่ชื่นชอบในมนต์ขลังของดนตรีแจ๊ซและเมทัล แม้จะเป็นส่วนผสมที่ไม่น่าจะจับมาอยู่ร่วมกันได้ แต่ทั้งห้าก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้ด้วยพลังความสร้างสรรค์ของพวกเขา ซึ่งสมาชิกวงประกอบด้วย นักร้องนำควบมือกีตาร์ ดรูว์ เพไลเสก ที่ประกาศออกจากวงไปเมื่อปี 2015 โดยให้เหตุผลว่า ความสนใจในแนวดนตรีต่างกัน, สองมือกีตาร์ เอริก แฮนเซล กับ มาริโอ คามาเรนา, มือเบส อีเซียห์ คามาเรนา, มือกลอง เนธาน คามาเรนา ซึ่ง 3 คนหลังเป็นพี่น้องกัน ที่เริ่มเส้นทางดนตรีมาก่อนหน้านี้ด้วยการออกทัวร์ในฐานะวงร็อกสายหนักหน่วง และก็มีเหล่าสาวกคอยติดตามอยู่ก่อนแล้ว
ส่วนชื่อวงก็มาจากวันหนึ่งที่ทั้งห้านั่งดูช่องรายการวิทยาศาสตร์ด้วยกัน แล้วได้แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อวงมาจากชื่อธาตุทั้งสี่ที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด นั่นคือ คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน และไนโตรเจน แล้วดึงเฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อธาตุแต่ละชื่อมาประกอบเป็นชื่อวง ซึ่งชื่อ Chon ก็สะท้อนความเป็นวงที่จับส่วนผสมทางดนตรีมาประกอบกันจนทำให้เกิดเป็นดนตรีที่มีชีวิตได้เป็นอย่างดี

Chon ทำดนตรีและอีพีแรกด้วยตัวเอง รวมทั้งเริ่มตระเวนออกเล่นสดตั้งแต่ปี 2008 แต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก จนกระทั้งปี 2013 ที่พวกเขาปล่อยอีพีที่ชื่อว่า Newborn Sun ออกมา แล้วเริ่มติดหูคนฟัง ด้วยดนตรีที่เกิดจากการผสมผสานโทนกีตาร์แบบเพลงอีโมยุค 90 เข้ากับแมทร็อกและกลิ่นอายของแจ๊ซ ซึ่งนั่นก็ทำให้วงเริ่มจับกระแสคนฟังและแนวดนตรีของตัวเองได้ พวกเขาจึงไปต่อด้วยการปล่อยอีพีที่ 2 ในปี 2014 อย่าง Woohoo! ที่ทำให้พวกเขาเริ่มฉายแสง และได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Sumerian Records ในที่สุด

Newborn Sun - Chon
การมาถึงของอัลบัมแรกของพวกเขาอย่าง Grow ถือเป็นจุดเปลี่ยนของวงอย่างแท้จริง เพราะแนวดนตรีที่มีเอกลักษณ์ด้วยการหยิบเอากลิ่นอายของดนตรีหลากแขนงมาผสานกันได้อย่างลงตัวและฟังสนุก ได้สร้างฐานแฟนคลับที่สถาปนาตัวขอติดตามผลงานของ Chon อย่างเหนียวแน่น จนกระทั่งปี 2017 Chon ก็ได้ปล่อยอัลบัมที่สองที่ชื่อว่า Homey ที่เติมสไตล์ดนตรีของวงที่หลากหลายอยู่แล้วให้ยิ่งแพรวพราวขึ้นไปอีกด้วยกลิ่นอายของเพลงอิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้อัลบัมนี้เปิดตัวด้วยการติดชาร์ตอัลบัม Billboard 200 ที่ตำแหน่ง 66

Waterslide - Chon
(จากอัลบัม Homey)
เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา Chon ก็เพิ่งปล่อยอัลบัมที่ (ก็) ชื่อว่า Chon ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน และเช่นเคยที่อัลบัมนี่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์และคอเพลงเป็นอย่างดี ด้วยเอเนอร์จีล้นเหลือของไลน์กีตาร์และเบส ผสานกับจังหวะกลองที่หวดมาไม่ยั้งแบบแรงไม่ตก ทำให้ทั้งอัลบัมนี้ยิ่งตอกย้ำความเป็นวงพลังงานบวกของคนฟัง แต่เพลงที่เราอยากแนะนำให้ฟังกันคือ Ptich Dark และ Rosewood ที่เผยให้เห็นอีกมุมของ Chon ที่มาในสไตล์นุ่มละมุน ฟังสบาย และบางช่วงก็พาอารมณ์ดิ่งได้นิด ๆ

Pitch Dark - Chon

Rosewood - Chon
แฟนแมทร็อกคงกำบัตรและเตรียมไปโยกกันในวันที่ 7 ก.พ. 2020 นี้แล้ว ส่วนใครที่อยากลองของดีก็ซื้อบัตรกันได้แล้วที่ ticketmelon 1,000 บาทราคาเดียว หรือรอไปซื้อบัตรหน้าประตูก็ราคา 1,400 บาท สถานที่จัดงาน Lido Connect ที่เดิมจ้า