ดนตรีเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่มีการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง และนักดนตรีก็เป็นดั่งนักสำรวจของโลกแห่งเสียงที่มีหน้าที่คิดค้นแนวเพลงใหม่ ๆ มาจรรโลงใจเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ซึ่งนักฟังเพลงหลายคนคงจะสังเกตได้ว่าในระยะเวลาหลายปีที่เราติดตามผลงานของเหล่าศิลปินและวงดนตรี พวกเขาต่างมีพัฒนาการด้านแนวดนตรีอยู่เสมอ และ Bring Me The Horizon ก็เป็นวงดนตรีสายร็อกแห่งโลกยุคใหม่ที่มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา หากหันมองอัลบัมแรกของพวกเขา กับอัลบัมล่าสุดก็บอกได้เลยว่า พวกเขาเองก็เป็นนักสำรวจผู้กล้าที่ใจเด็ดมากพอจะบุกเบิกดนตรีแนวใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์แฟน ๆ และก็ถือเป็นความโชคดีของชาวกรุงเทพฯ เพราะ Bring Me The Horizon จะกลับมาจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบอีกครั้งปลายปีนี้

ในช่วงต้นปี 2004 วง Bring Me The Horizon ฟอร์มขึ้นมาจากการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นวัย 15-17 ปี ผู้หลงใหลในดนตรี Metal และ Rock โดยมีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 5 คน นั่นก็คือ Oliver Sykes นักร้องนำผู้มีเสียงร้องอันทรงพลัง Lee Malia มือกีต้าร์เสาหลัก, Matt Kean มือเบส, Matt Nicholls มือกลอง และ Curtis Ward มือกีต้าร์อีกคนที่แยกตัวไปในภายหลัง โดยพวกเขาตั้งชื่อวงขึ้นมาจากประโยคที่กัปตัน Jack Sparrow ได้กล่าวไว้ในภาคเปิดของภาพยนตร์ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Pirates of the Caribbean


พวกเขาเริ่มเปิดศักราชเพลงร็อกยุคใหม่ด้วยการแสดงครั้งแรกในเดือนเมษายน 2004 และทำการเซ็นสัญญาเป็นวงดนตรีวงแรกของค่าย Thirty Days of Night Records ค่ายเพลงท้องถิ่นแห่งเกาะอังกฤษ เพื่อเดบิวต์ด้วย EP แรก This Is What the Edge of Your Seat Was Made For ซึ่งมินิอัลบัมนี้ก็ไปเตะตาค่ายเพลงอินดี้ Visible Noise จนได้ย้ายมาเซ็นสัญญากับค่ายนี้ในที่สุด และเป็นที่แน่นอนว่าการออกอัลบัมเต็ม Count Your Blessings กับค่ายนี้ก็ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นแบบก้าวกระโดด และเข้าสู่สปอตไลต์ให้ชาวโลกได้รับฟังเพลงเมทัลร็อกสุดเดือดภายใต้นามของ Bring Me The Horizon โดยมีการปล่อยอัลบัมและการทัวร์คอนเสิร์ตตามมาแบบไม่หยุดหย่อน จนได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของ UK Chart และกวาดยอดสตรีมมิ่งไปถึงหนึ่งพันล้านสตรีม แค่นี้ก็การันตีความเป็นร๊อกสตาร์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี


ซึ่งใน 3 อัลบัมแรกพวกเขายังคงเส้นคงวาอยู่ในสายเมทัลและร็อกอยู่ แต่ 3 อัลบัมหลัง พวกก็ตัดสินใจทำผลงานเพลงออกนอกเส้น Comfort Zone ด้วยการปรับแนวทางดนตรีของวงให้แมสมากขึ้น และมีความเป็น Pop-Rock มากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มสมาชิกในวงเข้ามา นั่นก็คือ Jordan Fish และเพิ่มเครื่องดนตรี 2 ชิ้น Keyboard และ Percussion เพื่อให้ผลงานเพลงมีความหลากหลาย ฟังง่าย และเข้ากับยุคสมัย อย่างอัลบัมล่าสุด AMO ที่เพิ่งปล่อยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็มีการเพิ่มดนตรีแนว Electronic เข้ามากลายเป็นความมันที่ไม่เหมือนใคร

อย่างไรก็ตามพวกเขาจะมาเสิร์ฟความมันให้แฟน ๆ ชาวไทยในวันที่ 13 พฤศจิกายน ณ Show DC Arena ลานคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ใหญ่สะใจ จะโดด จะเต้น จะร้องได้เต็มที่ไม่มีลิมิต ซึ่งจะเปิดขายบัตรในเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม โดยราคาบัตรจะจำกัดอยู่ใน 2 Zone ราคา 2,500 บาท และ 3,200 บาท งานนี้ชาวร็อกห้ามพลาดเด็ดขาด และอย่าลืมวอร์มคอเพื่อเตรียมไปว้ากพร้อมกันสิ้นปีนี้
บัตรราคา 2,500-3,200 บาท จองบัตรได้ www.ticketmelon.com วันที่ 3 ต.ค. เวลา 10:00 น.
13 พ.ย. เวลา 19:00-23:00 น.
Show DC Arena ถ.พระราม 9 MRT เพชรบุรีแล้วต่อพี่วิน