ราคา: ประมาณ 16,000 บาท

โดยภาพรวมแล้วเราถูกใจ Panasonic DMC-GF 8 มากๆ และแนะนำขาดใจให้มือใหม่ที่อยากลองเล่นกล้องจริงๆ จังๆ เจ้า Mirrorless ตัวนี้ราคาเบามาก (เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นในสเปคไล่ๆ กัน) และแน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ เพิ่มโอกาสเล่นสนุกกับการถ่ายภาพได้มากขึ้นอีก ส่วนสเปคที่ให้มาก็ไม่ได้ไก่กา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถ่ายไฟล์ RAW ได้ มี Wi-Fi ส่งรูปแบบรวดเร็ว มีทั้งโฟกัสอัตโนมัติ (Auto) และโฟกัสด้วยมือ (Manual) มีแฟลชติดมากับตัวกล้อง และไฮไลท์ของรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นฟีเจอร์เซลฟี่ที่มาพร้อมกับ Face Shutter และ Buddy Shutter จับทั้งหน้าเรา หน้าเพื่อนไม่ให้หลุดเฟรม พร้อมโปรแกรมแต่งภาพฟรุ้งฟริ้งในตัวด้วย

Soimilk Says: GF8 เหมาะสำหรับมือใหม่มากถึงมากที่สุด ถ้ากำลังอยากลองเล่นกล้องแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงก็จัดเจ้าตัวนี้โลด จริงๆ เราว่าทางค่ายทำออกมาตีตลาดสาวน้อยเซลฟี่ ทั้งขนาดกระทัดรัด เหมาะมือ แถมหมุนจอมาถ่ายเซลฟีได้อีกต่างหาก นี่ยังไม่พูดถึงฟีเจอร์แต่งหน้าฟรุ้งฟริ้งที่ติดมากับตัวกล้อง ส่วนหนุ่มๆ ก็อย่างทำเป็นเมินไป เพราะสเปคอื่นๆ ของตัวนี้ก็โหดไม่ใช่เล่น ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่แหละ
ราคา: ประมาณ 27,990 บาท

ก่อนหน้านี้ Fujifilm ก็มีกล้องคอมแพคโปรอย่างซีรีย์ X100, X100s และ X100T ซึ่งราคาอาจจะแร๊งแรงไปนิด จนเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมาทางค่ายจึงได้ปล่อยน้องใหม่อย่าง X70 ที่ได้เซ็นเซอร์ X-Tarns ตัวเดียวกับ X100T (แต่ราคาต่างกันลิบลับ) ออกมาเอาใจสาวกคอมแพค แถมรูปร่างยังไม่ต่างจากรุ่นพี่สักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่หายไปคือช่องมองภาพ (Viewfinder) นั่นเอง ไฮไลท์ของเจ้า X70 คือเป็นกล้องในตระกูล X Series ตัวแรกที่มีจอสัมผัส มาพร้อมกับเลนส์ระยะ 28 มม. และรูรับแสง 2.8 อาจจะไม่ได้ต่ำมาก แต่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้สบายๆ นะ

Soimilk Says: ถ้าใครยังชอบความคลาสสิคของช่องมองภาพเราแนะนำให้ข้ามตัวนี้ไป เพราะเจ้า X70 นี้มีแค่จอ LCD แต่ก็ยังดีที่ให้ฟีเจอร์จอสัมผัสและพับจอได้มาแทน เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานเรื่องการใช้กล้องอยู่บ้างและกำลังมองหากล้องคอมแพคเทพๆ สักตัว ไม่ต้องซื้อเลนส์เพิ่ม งบไม่บานปลาย เราว่าตัวนี้แหละเหมาะ แต่ที่เราชอบมากก็คือไฟล์สีงามๆ ของฟูจินี่แหละ
ราคา: ประมาณ 47,990 บาท

Olympus ฉลองครบรอบ 80 ปีด้วยการนำกล้องสุดคลาสสิคจากปี พ.ศ.2506 อย่าง PEN-F กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ตัวกล้องยังคงน้ำหนักเบาและหล่อเฟี้ยวสไตล์วินเทจเช่นเดิม ที่เพิ่มเติมฟังก์ชันใหม่ๆ ให้เข้ากับยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นโหมด Quick Control หรือปุ่มคุมโทนด้านหน้าที่สามารถตั้ง Color Profile ตามใจชอบได้ 3 แบบ ส่วนความละเอียดก็ให้มาเต็มแม็กซ์ที่ 20 ล้านพิกเซล พ่วงมาด้วยระบบกันสั่น 5 แกน จอสัมผัสและพลิกได้ โดยรวมแล้วก็เหมือนได้กล้องทรงคลาสสิคแต่มีฟีเจอร์ไฮเทคครบเครื่องนี่แหละ

Soimilk Says: ถ้าใครไม่เคยเล่นกล้องมาก่อน เราขอแนะนำให้ข้ามตัวนี้ไปเลย นอกจากราคาที่ค่อนข้างแรงแล้ว เมนู ลูกเล่นต่างๆ ก็ไม่ได้ใช้ง่ายเหมือน 2 ตัวบนนะ เรียกว่าต้องมีความรู้ในระดับหนึ่งเลย แต่ถ้าตากล้องคนไหนกำลังมองหากล้องเบาๆ (Body หนักแค่ 427 กรัม) พกพาง่ายแทน DSLR ตัวใหญ่ที่ใช้อยู่ และมีกำลังพอ เราแนะนำว่าอย่าลังเล ทั้งหล่อ ทั้งความสามารถครบเครื่อง จัดโลด!
ราคา: ประมาณ 59,990 บาท

ใครที่เพิ่งฟาด X-T1 หรือตระกูล X-Pro ไปคงน้ำตาตกในกันอยู่ไม่น้อย เพราะ Fujifilm เพิ่งออกสุดยอด Mirrorless รุ่นใหม่อย่าง X-T2 มาให้สาวกได้กระเป๋าตังค์สั่นกันถ้วนหน้า อย่างแรกเลยขอยกความดีงามให้ดีไซน์ที่หล่อขึ้นไปอีกระดับ แถมยังอัพเกรดระบบกันข้ามหน้าข้ามตาจนเกือบข้ามรุ่นพี่อย่าง X-Pro 2 กันเลยทีเดียว เพราะ X-T2 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III ความละเอียด 24 ล้านพิกเซลตัวเดียวกับ X-Pro 2 แถมยังปรับปรุงระบบโฟกัส (ที่เคยทำเราไม่สบอารมณ์ในตัวก่อน) ให้เทพขึ้นโดยอัดมาให้ถึง 325 จุด ซึ่งถือว่าเยอะมากมายมหาศาล ช่วยให้ภาพละเอียดขึ้นและโฟกัสได้ไวมากขึ้นหลายเท่า

Soimilk Says: บอกเลยว่าเป็นกล้องโหดอีกตัวที่ออกมาในปี พ.ศ.2559 นี้ ถ้าตากล้องคนไหนกำลังคิดจะปลดระวาง DSLR ชุดใหญ่แล้วลงมาเล่น Mirrorless เราว่าตัวนี้แหละคือคำตอบที่ใช่ เรื่องสเปคไม่ต้องพูดถึง ดีกว่า DSLR บางตัวเสียอีก อยู่ที่ว่าจะชอบ Color Profile ของค่ายนี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง และอยากบอกว่า Fujifilm เป็นค่ายที่ปรับปรุง Firmware อยู่เรื่อยๆ ตามความเห็นของผู้ใช้ เราเชื่อว่าจะต้องมีลูกเล่นสนุกๆ ออกมาให้ลองกันเรื่อยๆ แน่นอน