เราเชื่อว่านักอ่านหลายคนคงจะเคยเป็นเด็กติดเกมสมัยเรียนมาก่อน และเกมที่เราติดงอมแงมมากที่สุดจนลืมวันลืมคืน ก็คงหนีไม่พ้นเกมสายสร้างอย่าง The Sims หรือ Minecraft ซึ่งในหมวดเกมสายสร้างนี้ก็มีค่ายเกม Frontier Developments plc ที่เป็นขาประจำชอบสร้างเกมแนวนี้มาล่อตาล่อใจเราเสมอ โดยเกมจากค่ายนี้ก็มีตั้งแต่ Roller Coaster Tycoon เกมสร้างสวนสนุกยุคบุกเบิก, Planet Coaster เกมสร้างสวนสนุกยุคใหม่สุดล้ำ, Jurassic World Evolution เกมสร้างสวนสัตว์ยุคจูแรสสิค และเกมใหม่ที่กำลังจะมาวันที่ 5 พ.ย. Planet Zoo


ก็อย่างที่เราคาดกันไว้ เพราะ Planet Zoo เป็นเกมสร้างสวนสัตว์ที่เป็นซีรีส์ภาคต่อจาก Planet Coaster เราจึงได้เห็นระบบเกมบางส่วนที่คุ้นหน้าคุ้นตาใน Planet Zoo ภาคเบต้าที่ปล่อยออกมาให้เล่นกันช่วงสั้น ๆ ก่อนเกมจะออกวางขายผ่าน Steam แบบจริงจัง ซึ่งการเปลี่ยนธีมจากสวนสนุกมาเป็นสวนสัตว์ เขาก็เพิ่มดีเทลรายละเอียดมากขึ้นแบบเท่าตัว และด้วยตัวเกมหลัก ๆ เน้นสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เล่น เหมือนกับเราได้เป็นเจ้าของสวนสัตว์จริง ๆ เกมนี้จึงมีทั้งระบบสร้างและระบบธุรกิจที่เราจะต้องบริหารเองกับมือ โดยจะมี 3 โหมดให้เลือกเล่น คือ Career Mode โหมดที่เราต้องเล่นไปตามลำดับเนื้อเรื่องและจะมีบททดสอบที่มีผลต่อธุรกิจในอนาคต, Sandbox Mode โหมดที่สามารถสร้างสวนสัตว์ได้อย่างอิสระและไม่มีกรอบบังคับ และ Franchise Mode โหมดที่อยู่ระหว่าง Career และ Sandbox เป็นโหมดออนไลน์ที่เราสามารถสร้างสวนสัตว์ได้ตามใจชอบตั้งแต่เริ่มเกม แต่ยังต้องดูแลสัตว์และบริหารธุรกิจควบคู่ไปด้วยกัน


และด้วยการเปลี่ยนธีมมาเป็นสวนสัตว์ก็ทำให้ทีมงานต้องทำงานหนักกันหน่อย เพราะเขาลงรายละเอียดไปที่สัตว์แต่ละตัวตั้งแต่รูปร่าง การเคลื่อนไหว พฤติกรรม และข้อมูลของสัตว์แต่ละชนิดว่า เขาต้องการอะไร ต้องอยู่ในสภาพพื้นที่แบบไหน ต้องอยู่ในอุณภูมิและสภาพอากาศระดับใด ต้องอยู่เป็นฝูงหรืออยู่แบบเดี่ยว อย่างที่พี่เอก Heartrocker เอานกกระจอกเทศตัวผู้ไปอยู่ในกรงเดียวกัน 2 ตัวไม่ได้นะ เดี๋ยวน้องจะตีกัน การจะสร้างกรงให้น้อง ๆ เราจึงต้องเริ่มตั้งแต่ปรับหน้าดิน เลือกต้นไม้พืชพรรณที่เหมาะกับสัตว์แต่ละชนิด สร้างที่พักอาศัย ปรับอุณหภูมิ เลือกจำนวนและเพศของสัตว์ในแต่ละกรง เรียกได้ว่าละเอียดจัด ๆ

ระบบของสัตว์ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะสัตว์แต่ละตัวก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง มีนิสัยใจคอ เพศ อายุ สุขภาพ การเจริญพันธุ์ มีการแยกระดับที่แตกต่างกัน ยิ่งเป็นสัตว์ระดับแชมป์ก็จะยิ่งราคาสูง และละเอียดไปถึงขั้นแต่ละตัวจะมียีนที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เมื่อผสมพันธุ์กันแล้วจะได้ลูกที่มีลักษณะตามยีนของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อีกด้วย ซึ่งเขาก็เปิดระบบ Animal Market ในโหมด Franchise ให้เราสามารถซื้อขายสัตว์ระหว่างผู้เล่นได้ และยังมีระบบวิจัยเข้ามาเสริม เพื่อปลดล็อกสิ่งของต่าง ๆ ให้กับสัตว์ที่เราวิจัย โดยจะมีตั้งแต่ของเล่นของน้อง ๆ อาหารสัตว์คุณภาพสูง และเปอร์เซ็นต์การขยายพันธุ์ที่สูงขึ้น

มาที่ระบบการดูแลธุรกิจ ในโหมด Franchise เริ่มแรกเราก็จะสามารถเลือกลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Desert, Grassland,Tropical, Temperate, Taiga และ Tundra รวมถึงยังสามารถเลือกให้สวนสัตว์ของเราตั้งอยู่บนทวีปใดบนโลก โดยเราก็จะได้ที่ดินโล่ง ๆ มา 1 ผืน ทางเข้าสวนสัตว์ และเงินทุนจำนวนหนึ่ง แค่นั้นเลย หลังจากนั้นก็สุดแล้วแต่ไอเดียของแต่ละคน ว่าจะสร้างเส้นทางการเดินชมสวนสัตว์แบบไหน จะแบ่งพื้นที่ยังไง ตกแต่งในธีมแบบใด และวางแผนจะสร้างกำไรให้สวนสัตว์ยังไงให้คุ้มทุนไม่ขาดทุน

และการจะหาเงินเข้าสวนสัตว์ก็สามารถหาได้หลายทาง ตั้งแต่การเก็บค่าเข้าชม กำไรจากบูทขายอาหาร และกล่องโดเนทที่เราสามารถวางปักไว้ที่หน้ากรงเลย ถ้าแขกเขาถูกใจน้อง ๆ ของเรา เขาก็จะโยนเงินลงกล่องช่วยสมทบทุนให้เราไปขยายสวนสัตว์กันต่อไป ซึ่งส่วนนี้เราก็สามารถแอบไปส่องคอมเมนต์ของผู้เยี่ยมชมได้ ว่าเราเก็บค่าเข้าแพงไปไหม พึงพอใจกับการเยี่ยมชมมากน้อยแค่ไหน และเรายังสามารถเปิดมุมมองของผู้เยี่ยมชมในมุมแบบ First Person Mode ได้อีกด้วย แต่ถ้าเงินไม่พอใช้เขาก็มีระบบเงินกู้เหมือนกันนะ

โดย Planet Zoo จะเปิดให้เล่นตัวเต็มพร้อมกันในวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งตอนนี้เราสามารถซื้อล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ Stream เวอร์ชันปกติ 975 บาท และเวอร์ชัน Deluxe 1,199 บาท ถือเป็นเกมที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัยเลยนะ เพราะนอกจากจะสร้างสวนสัตว์ได้เพลินสุด ๆ แล้ว ยังได้ความรู้เรื่องสัตว์เล็กสัตว์น้อย และการบริหารธุรกิจอีกด้วย เราซื้อแล้วนะ เธอล่ะซื้อยัง