Mar 25 2019

restaurants

บุกกรุงเทพฯ ครั้งแรกของ Ginger Farm Kitchen ที่ยกทั้งฟาร์มจากเชียงใหม่มาไว้ที่ย่านปุณณวิถี

ออร์แกนิคทั้งร้านอ่ะบอกเลย
ร้องเฮหนักมากกกก ในที่สุดร้านอาหารชื่อดังจากเชียงใหม่อย่าง Ginger Farm Kitchen ก็ได้ยกฟาร์มมาเปิดตัวในกรุงเทพฯ แชร์ผักออร์แกนิคคุณภาพดีจากฝีมือเกษตรกรในอำเภอสารภีให้ชาวเมืองอย่างเราได้กิน มาขนาดนี้แล้ว เราก็ไม่พลาดที่จะพาทุกคนไปบุกกัน และกระซิบเลยว่าเราได้เข้าไปเป็นสื่อแรกด้วยนะ เอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ ความพิเศษจัดเต็มแน่นอน
 
 
แค่เปิดประตูเข้าไปในร้านก็ให้บรรยากาศแบบไทยมาก ๆ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม หรือจะประดับประดาด้วยโคมไฟจากเครื่องจักสาน และโซฟาที่มีลวดลายจากผ้าพื้นเมือง ล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตจริงของชาวพื้นบ้านต่าง ๆ เรียกได้ว่าเข้าถึงความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี บรรยากาศต่าง ๆ ก็ไม่ต่างจากสาขาที่เชียงใหม่เลย เรื่องเมนูอาหารของที่นี่ก็ไม่พลาดที่จะขนหลายเมนูเด็ดมาจากแดนเหนือให้เราได้พิสูจน์ความอร่อยกันอีกครั้ง เรียกว่าเคยกินจานไหนที่เชียงใหม่แล้วติดใจ มาสั่งที่นี่ก็อร่อยรสเดียวกัน
 
 

 
แต่ก่อนจะกินเมนูที่มีในร้านสาขาเชียงใหม่ เราขอลองสั่ง หมูหมักมะแขว่น (185 บาท) ที่เขาว่าใครมาแล้วไม่สั่งเหมือนมาไม่ถึงสาขานี้เสียก่อน เพราะเป็นเมนูพิเศษมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ส่วนความอร่อยเมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วมะแขว่น ทำให้ได้สัมผัสรสชาติที่โดดของมะแขว่น แต่ลงตัวกับเนื้อหมู ก็ต้องบอกว่าดีย์! แบบนี้ชาวเชียงใหม่ต้องอยากตามมากินบ้างแล้ว

 
 
ตามมาด้วยอีกจานที่ใครหลายคนต้องได้ชิมมาแล้ว เพราะเขาเป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้เลยก็ว่าได้กับ ข้าวซอยไก่ (165 บาท) ที่เต็มไปด้วยไก่น่องโตสุดน่ากิน และเส้นข้าวซอย ปรุงแต่งมาสู่รสชาติที่เผ็ดร้อนปนกับเครื่องเทศอย่างลงตัว สมกับเป็นอาหารประจำภาคเหนือที่ถึงแม้จะมีให้กินได้ง่าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะหารสชาติอร่อย ๆ ได้ง่าย ๆ แบบที่นี่
 
 
จานนี้แปลกใหม่สุด เป็นการผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออกอย่างดีกับ สปาเก็ตตี้ปูอ่อง (195 บาท) ใครจะไปคิดว่า 2 อย่างนี้จะอยู่ในจานเดียวกันได้ แต่บอกเลยว่ารวมกันแล้ว มันกว่าเดิมเพราะด้วยรสชาติมันนิด ๆ ของปูอ่องปนกับความครีมมัน ๆ ของเส้นสปาเก็ตตี้ทำให้เมื่อกินแล้วรู้สึกถึงรสชาติที่ไม่เข้มข้นเกินไป ไม่ปรุงแต่งเยอะแต่ลื่มนุ่มลิ้นสุด ๆ ชวนให้ต้องตักเพิ่มอีกสักคำเลย แถมปูที่นี่เขาก็ยังคงคอนเซปต์ต้องจับมาเองเพื่อความสดไม่ผ่านมือใครให้ช้ำเลยด้วย เค็ม ๆ มัน ๆ แบบที่อยากขอเพิ่มปูอ่องอีกสักสองสามกระดองอะ!
 
 
ความเก๋มากกว่านั้นของที่นี่คือการกินอาหารเหนือกับค็อกเทลสุดพิเศษจากฝีมือ The House Lounge ร้านในเครือที่มีดีกรีไปประกวดชงค็อกเทลเวทีระดับอินเตอร์กันมาแล้ว เรียกได้ว่าเรื่องรสชาตินี่ไว้ใจได้สุด ๆ กับเมนูน่าสนใจอย่าง Labh (250 บาท) กับ Tamarind de Bar (180 บาท) ที่รสชาติถึงใจมาก ๆ แต่จะถึงขนาดไหนต้องไม่พลาดไปชิมด้วยตัวเองนะ นอกจากเครื่องดื่มดี ๆ เขาก็ยังสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ มีบาร์ อีกโซนพิเศษ ที่ถ้าใครเบื่อจะนั่งโต๊ะแล้ว ก็ลุกไปชิลล์ตรงนี้ได้อีกด้วย เรียกว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ของการกินอาหารเหนือเลยก็ว่าได้นะ

 
 
ก่อนกลับบ้านก็แวะโซนสินค้าของจิงเจอร์ หาอะไรติดไม้ติดมือกลับไปด้วยก็ได้ เขามีของพื้นบ้านมากมายที่ผลิตมาอย่างดีให้ทุกคนแวะชอป ไม่ว่าจะจาน แก้ว หรือเครื่องดื่มที่ให้เราเอากลับไปทำเองที่บ้านได้ง่าย ๆ หรือในของอื่น ๆ ก็มีตุ๊กตา กระเป๋าที่รับรองเลยว่าได้สัมผัสกับความเป็นฟาร์มอย่างแท้จริง เรียกได้ว่ามาที่นี่ทั้งอิ่มท้องอิ่มใจเลย
 
Soimilk Says: ทุกอย่างของร้านนี้เขาทำให้คอนเซปจากฟาร์มสู่เมืองกลายเป็นเรื่องจริงได้เลย แถมทุกอย่างก็ผลิตจากความใส่ใจในเรื่องคุณภาพ ต่อจากนี้ก็ไปหาอาหารออร์แกนิคดี ๆ กินกันได้ทุกวัน ไม่ต้องรอไปเชียงใหม่กันแล้ว ขอตัวไปปลอดสารพิษก่อนนะทุกคน
 
Ginger Farm Kitchen ห้างสรรพสินค้า 101 The Third Place 101 ถ.สุขุมวิท เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-23:00 น. โทร. 02-010-5235 BTS ปุณณวิถี www.fb.com/gingerfarmkitchen