ใครที่รู้จักร้านอะโวคาโดชื่อเรียกยากอันโด่งดังในย่านอารีย์อย่าง Oh! Vacoda คงต้องแปลกใจมากแน่ ๆ กับมู้ดที่เปลี่ยนไปคนละเรื่องในยามเย็นย่ำพระอาทิตย์ตกดิน หากบังเอิญเดินผ่านร้านนี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เชื่อว่าทุกคนที่เคยมาเยือนร้านนี้ตอนพาร์ตกลางวันจะนึกไม่ถึงแน่ ๆ ว่านี่คือร้านเดียวกัน!

แสงนีออนกับวิชวลชวนเมา

ไฟนีออนรูปอะโวคาโดสีเขียวยังถูกเปิดฉายแสงให้ถนนหัวมุมซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 อยู่เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือโทนแสงสีในพาร์ตกลางคืนของร้านนี้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องกับพาร์ตกลางวันอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากการเพิ่มมู้ดแสงนัว ๆ สีน้ำเงินที่สะท้อนกับผนังร้านฝั่งสีเทา และแสงสีแดงสะท้อนกับผนังฝั่งสีส้ม

ตัวบาร์ที่จากตอนกลางวันเป็นบาร์โล่ง ๆ คลีน ๆ ดูมุ้งมิ้ง ก็แปลงโฉมจนแทบจะจำไม่ได้ด้วยวิชวลสุดอาร์ตชวนมัวเมา ประกอบกับชั้นวางขวดเหล้าบ๊วยด้านหน้าที่เหมือนเป็นกิมมิกของพาร์ตกลางคืน แถมด้วยการสาดชื่อร้านไปส่องบนเพดานแบบฮิปมากเวอร์
ห้องลับนักดื่มน้ำผลไม้


ที่ชอบมาก ๆ อีกอย่างคือห้องลับด้านในที่หลายคนมักจะไม่รู้ว่าร้านนี้มีด้วยเหรอ! (เราเองก็เพิ่งเคยเห็น) แต่เจ้าของร้านบอกว่าจริง ๆ มันก็อยู่ตรงนี้มานานแล้ว แค่ในช่วงกลางคืนจะให้อารมณ์ลึกลับเซ็กซี่สไตล์หว่องกาไวเป็นพิเศษด้วยม่านพลาสติกสีรุ้ง โคมไฟสลัว และแท่นบูชาอะโวคาโดแสนเก๋ สำหรับใครที่ชอบความไพรเวต เราแนะนำให้โทรจองห้องนี้ล่วงหน้าก่อนมานะ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบสน้ำผลไม้

ด้วยความที่พาร์ตกลางวันเขาเปิดเป็นอะโวคาโดคาเฟ่อยู่แล้ว บวกกับคู่รักเจ้าของร้านทั้งสองคนอย่าง เพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ และ บอม-วัชรพงษ์ ทองยาน ต่างก็เป็นคนที่มีแพชชั่นกับเรื่องผลไม้เอามาก ๆ (ไม่เชื่อไปลองคุยด้วยดู) เลยเป็นที่มาให้ทั้งคู่เกิดไอเดียการทำพาร์ตกลางคืนด้วยกิมมิกการใช้เหล้าผลไม้ น้ำผลไม้ และตัวเนื้อผลไม้เองให้ออกมาเป็นเครื่องดื่มสายแอล บวกกับการที่ร้านนี้ให้ฟีลเป็นกันเองแบบไม่โฉ่งฉ่าง เลยเป็นที่มาของชื่อร้าน Fruit Bar ที่มีคำว่า The Social Club ต่อท้าย จากการที่ชาวอาเรี่ยน (ผู้ที่อาศัยในย่านอารีย์) และลูกค้าทั้งหลายชอบมานั่งโซเชียลพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกันที่นี่อย่างเป็นส่วนตัวในยามค่ำคืนนั่นเอง

เราเริ่มต้นด้วยแก้วซิกเนเจอร์ที่รีเควสต์ไปว่า 'ขออะไรก็ได้ที่แรงสุดในร้าน' เลยได้มาเป็น Oh! Ume (300 บาท) แก้วนี้ที่เป็นสไตล์ Spirit Forward หรือเหล้าชนเหล้าล้วน ๆ มีเบสเป็นเหล้าพิเศษ 3 ชนิด ตัวแรกคือ Campari ตัวที่สองคือเหล้าไวท์รัมที่นำไป Infused กับชาเม็ดอะโวคาโดของที่ร้าน ส่วนตัวสุดท้ายเป็นเหล้าบ๊วยโฮมเมดดีกรีแรง ที่เลือกใช้บ๊วยออแกนิกจากเชียงรายมาดอง ปิดท้ายด้วยการสโมกควันกลิ่นเปลือกส้มเข้าไปแน่น ๆ เพื่อความเท่
นอกจากนั้นก็ยังมี Ton-Aor (240 บาท) ที่ใช้เบสเป็นไวน์แดงและเหล้าวอดก้ากลิ่นพริกไทยจากอินเดีย ผสมน้ำผลไม้อย่างน้ำมะม่วงและน้ำเสาวรสลงไป รวม ๆ แล้วเป็นแซงเกรียที่ดื่มง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ให้รสชาติแปลกใหม่ในโทนฟรุตตี้ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

และไหน ๆ ตอนกลางวันเขาก็โด่งดังเรื่องการจับเอาอะโวคาโดมาทำเครื่องดื่มอย่างสมูทตี้ ช็อกโกแลตอะโวคาโด และกาแฟอะโวคาโดแล้วทั้งที รอบนี้เขาเลยจับเอาไอศกรีมอะโวคาโดออร์แกนิกที่เป็นแรร์ไอเทมของที่ร้านมาทำเป็นค็อกเทลสูตรพิเศษในชื่อ Pina Vacoda (260 บาท) ค็อกเทลเบสสับปะรดและเหล้ารัมที่แอบใส่ไอศกรีมอะโวคาโดลูกโตลงไปเชกด้วยเพื่อเพิ่มความละมุนนัวเนียนให้แก้วนี้ พร้อมท็อปปิงมาด้วยครีมกะทิและสับปะรดเผาน้ำตาล

ส่วน Lemon Cheesecake (220 บาท) แก้วนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องพิศวงที่ทั้งถูกปากและถูกใจเรามาก ๆ เพราะเขาตั้งชื่อล้อไปกับเค้กชื่อดังของร้านอย่างเลมอนชีสเค้ก แต่คราวนี้มาเป็นแก้วด้วยการนำเหล้าโซจูไปผสมกับเหล้าผลไม้อย่าง Limonchello จากอิตาลี แล้วมาผสมต่อด้วยชีสเค้กไซรัปกลิ่นหอมละมุน ท็อปโซดาเบา ๆ เพื่อเพิ่มความซ่า แก้วนี้คือดี คือผ่านแบบ 10 10 10!

สำหรับใครที่ไม่ถนัดค็อกเทลเท่าไรนัก ที่นี่ก็มีเหล้าบ๊วยซีเลกชันพิเศษคัดสรรจากทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น อาทิ Umesennin Melon (240 บาท) เหล้าบ๊วยแก้วโปรดของคุณบอม-เจ้าของร้าน ที่มีความพิเศษด้วยการใส่เมลอนจากจังหวัดคุมาโมโตะที่ปลูกบนตีนภูเขาไฟ Aso ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมไม่เหมือนใคร รวมถึง Buay Baitoey (160 บาท) ที่ใช้เหล้าบ๊วย Choya รุ่นคลาสสิกมา Infused ด้วยใบเตยออร์แกนิก บอกเลยว่าแก้วนี้เราเลิฟมาก ดื่มเพลินจนรู้ตัวอีกทีก็สั่งเบิ้ลมา 3 แก้วแล้วเด้อ!
อาหารที่บางทีก็เสิร์ฟ บางทีก็ไม่เสิร์ฟ


จริง ๆ พวกสแน็กอย่าง Cheesy Nachos (210 บาท) ที่มีท็อปปิงเป็นกัวคาโมเล่และครีมชีส รวมถึง Potato Wedges with Avo-Dip (190 บาท) ที่จัดเต็มด้วยซอสมายองเนสอะโวคาโด ก็คือมีเสิร์ฟตลอดช่วงพาร์ตกลางคืนที่เปิดเป็นบาร์อยู่แล้วล่ะ แต่ด้วยความที่เมนูยอดฮิตที่ลูกค้าร้านนี้เขารักนักรักหนาอย่าง Kaprao Avocado Chips (190 บาท) ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่หลายคนเรียกร้อง เจ้าของร้านเลยบอกว่า "ถ้าว่างก็จะทำให้ ถ้าไม่ว่างก็ไม่ทำ!" ถึงจะดูเอาแต่ใจ แต่เห็นแขกคนไหนรีเควสต์เขาก็ทำให้กินทุกออร์เดอร์นั่นแหละ!
Soimilk Says: ที่เราชอบมาก ๆ คือถึงเป็นบาร์ดูใส ๆ วัยรุ่นชอบด้วยการใช้เบสเป็นเหล้าผลไม้และน้ำผลไม้ต่าง ๆ แต่เอาจริง ๆ แล้วเครื่องดื่มร้านนี้ทุกแก้วคือเข้มจริง อะไรจริง เรียกได้ว่าอย่าได้ดูถูกดีกรีแรง ๆ ที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้รสชาติกินง่ายและหน้าตาฮิป ๆ นี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นใครเดินเซอยู่หน้าร้านอย่าหาว่าเราไม่เตือนนะ! แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เราแนะนำให้จองล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกว่าวันดีคืนดีเขาก็เปิด บางวันเขาก็ปิด ถ้าไม่อยากไปเก้อก็อย่าลืมทักเพจร้านหรือโทรไปจองก่อนล่วงหน้าล่ะ!
Fruit Bar The Social Club ซ.อารีย์สัมพันธ์ 4 เวลาทำการ ศุกร์-อาทิตย์ 17:00-23:30 น. โทร. 080-046-0349 BTS อารีย์ fb.com/fruitbar.thesocialclub