Skip to main content
AdSense

เราหยิบอะไร ที่ไหน ในย่านเมืองเก่ามานำเสนอในไกด์บุ๊กเล่มแรก กับ Soimilk To Go บ้าง

กาปฏิทินไว้นะ 30 มีนานี้เจอกัน

เราหยิบอะไร ที่ไหน ในย่านเมืองเก่ามานำเสนอในไกด์บุ๊กเล่มแรก กับ Soimilk To Go บ้าง
March 23, 2018 Bangkok time
นับถอยหลังอีกเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ไกด์บุ๊กเล่มแรกของเรา Soimilk To Go ที่จะพาไปรู้ลึก รู้จริง กับร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ พื้นที่ศิลปะ ไปจนถึงที่พักให้ได้ Staycation กันอย่างสบายใจในย่านเมืองเก่าอย่าง เกาะรัตนโกสินทร์ เจริญกรุง และเยาวราช-ป้อมปราบศัตรูพ่าย ก็จะวางยังสถานที่ต่าง ๆ ให้ได้หยิบและเก็บไปเป็นเจ้าของกันอย่างฟรี ๆ แล้ว แต่ถ้าอยากรู้ก่อนสักนิดว่าภายในเล่มมีที่ไหนที่เราเลือกมาให้รู้จักกันบ้าง อ่ะ งั้นยอมใจอ่อนหยิบเอาไฮไลต์บางสถานที่มาอวดให้ได้รู้จักกันก่อนก็ได้
 
 
 

Soi นี้อิ่ม

เกาะรัตนโกสินทร์ - Pastale Homemade Cafe

 
 
เราหยิบร้านนี้มาลง Soimilk To Go เพราะไม่อยากให้ใครได้พลาดไปเลยยังไงล่ะ สิ่งหนึ่งที่เราชอบ Pastale Homemade Cafe คือความเป็นคาเฟ่สไตล์โฮมมี่ของที่นี่ สังเกตได้ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่พี่เบนต้องไปจ่ายตลาดด้วยตัวเองเท่านั้น อาหารทุกอย่างคือทำเพราะรักจริง ๆ ดูออกเลยว่าไม่ได้ทำหวังรวยอะไร มั่นใจได้ว่าทุกจานคือคุณภาพเน้น ๆ อารมณ์เหมือนไปบ้านเพื่อนแล้วเพื่อนทำให้กิน ไม่ต้องประดิษฐ์อะไรเยอะแยะ แต่อร่อยทุกคำแบบจริงจัง !
 
 
อีกอย่างที่ต้องระวังคืออาหารของที่นี่หมดเร็วมาก ถ้าไปถึงร้านช่วงบ่ายแก่ ๆ มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้กินสูงมาก วิธีเดียวคือให้พุ่งตัวไปตั้งแต่เช้า ห้ามตื่นสาย ไม่งั้นอด ! เราแนะนำให้สั่ง Pasta Spicy Garlic & Mentaiko (135 บาท) ทีเด็ดอยู่ตรงไข่ปลาค๊อดและไข่ออนเซ็น นอกจากหน้าตาดีแล้ว จานนี้ยังถูกใจเราตรงที่มีกลิ่นหอมบาง ๆ ของซอสญี่ปุ่นผสมอยู่ กับ Hamburg Don (135 บาท) สเต็กหมูบดชิ้นหนา เสิร์ฟมาบนข้าวธัญพืชที่รอบนี้เป็นข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมมะลิ ลูกเดือยและถั่วเขียวผสมกัน ที่ขาดไม่ได้เลยคือโปะทับด้วยไข่ออนเซ็น แค่นึกถึงก็น้ำลายไหลแล้ว !

เจริญกรุง - Foojohn Building

 
 
ความย่านเจริญกรุงที่มีร้านใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ นั้น Foojohn Building ก็เป็นตึกที่น่าสนใจสุด ๆ จนรู้สึกว่าถ้าไม่หยิบมาแนะนำก็คงไม่ได้ FooJohn ตึกลับแห่งใหม่ล่าสุดที่นำตึกเก่าในซอยเจริญกรุง 31 ที่เคยเป็นตึกชื่อ "ฟูยนตร์" เคยขายอะไหล่รถยนต์มาก่อน ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ชิค ๆ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับสายกินดื่มที่โหยหากลิ่นอายแบบเรโทรสมัย 80's เหมือนหลุดไปอยู่ในหนังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
 
 
ภายใน Foojohn ประกอบไปด้วย FoudeJoie (อ่านว่า ฟูชัวร์) ที่ยึด 2 ชั้นล่างของตึกนี้ โดยด้านบนเปิดเป็นไพรเวทค็อกเทลบาร์เล็ก ๆ ที่เสิร์ฟคลาสสิคค็อกเทลหน้าตาดี (เริ่มต้น 280 บาท) ซึ่งได้ดัดแปลงสูตรมาเล็กน้อยจากหนังสือ The Savoy Cocktail Book คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบาร์เทนเดอร์สาย French Classics และที่ชั้น 3 เป็นที่ตั้งของ SpareParts ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทีมจาก Deli-Q และ Good Neighbour ส่วนที่พีคที่สุดของร้านนี้เห็นจะเป็นเมนูอาหารสไตล์ Texas ที่รมควันกันอย่างจริงจังจนต้องสั่งมาสักจาน

เยาวราช-ป้อมปราบศัตรูพ่าย - Shuu Shuu

 
 
เรื่องบาร์ลับเนี่ย เป็นของถนัดของเราอยู่แล้ว และใน Soimilk To Go เองก็มีบาร์ลับที่เราชอบมาก ๆ มาแนะนำด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือคาเฟ่เหล้าบ๊วยที่ชื่อ Shuu Shuu ที่จะเปิดทำการเฉพาะวันศุกร์และเสาร์เท่านั้น โดยเป็นการแปลงร่างคาเฟ่พื้นที่ชั้นล่างของ Pieces Cafe & Bed ด้วยป้ายไฟนีออนสีชมพู โหลใส่เหล้าบ๊วย และเจ้าของร้านในยูนิฟอร์มชุดนักดับเพลิงสีชมพู เท่านี้ก็ได้มาเป็นบาร์ลับไซซ์เล็ก (เล็กมาก) ที่จริงจังเรื่อง Umeshu หรือเหล้าบ๊วยยิ่งกว่าร้านไหน ! 
 
 
เหล้าบ๊วยทั้ง 5 ตัวที่ถูกเลือกมาขายล้วนอิมพอร์ตตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยตั้งชื่อแต่ละตัวเป็นเบอร์ต่าง ๆ ตามกิมมิกและความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านนี้ทั้งนั้น อย่างตัวแรกที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นค่ำคืนนี้คือเบอร์ 101 (100 บาท) รสอ่อน ๆ และหวานกำลังดี อีกตัวที่เราชอบคือเบอร์ 1543 (180 บาท) ชื่อเต็ม ๆ คือ Plumtonic Baishin โดยชื่อของเบอร์นี้มีที่มาจากเบอร์โทรศัพท์ของกรมทางด่วน ใครเป็นสายซิ่งอยากจบเร็วแบบแก้วเดียวจอด เราแนะนำตัวนี้ หรือเบอร์ 214 (180 บาท) ที่มีที่มาจากเลขที่บ้านแก้วนี้ พอผสมโซดาลงไปแล้วจะพบกับความอ่อนหวานดื่มง่าย เลเวลความหวานอยู่ที่ 4.5 เต็ม 5 ตัวสุดท้ายที่เราลองคือ 888 (200 บาท) ซึ่งถือเป็นเบอร์ตองของร้านนี้ เลยมีราคาแพงที่สุด เป็นเหล้าบ๊วย Aotan Noo Yuzushu ให้กลิ่นส้มยูสุอ่อน ๆ เพราะใช้ส้มชนิดนี้หมักกับสาเกและโซจูแทนบ๊วย ใครที่ชอบกลิ่นส้มก็น่าจะชอบเบอร์ตองแก้วนี้เลย

Soi ดูเพลิน

เกาะรัตนโกสินทร์ - DAM'N CINECLUB

 
 
อาร์ตสเปซและพื้นที่สร้างสรรค์บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์นั้นมีอยู่หลายที่ แต่เราติดใจถนนเล็ก ๆ อย่างถนนตะนาวที่ซ่อนของดีเอาไว้จนต้องหยิบมาบอกเล่ากันใน Soimilk To Go เล่มแรกของเราเล่มนี้ ซึ่งในถนนตะนาวเป็นที่ตั้งของ Fox Hole Art Shelter Cafe คาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซที่แท็กทีมกับ Bandai Dam Studio ที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของตัวร้าน เพื่อให้เป็นแหล่งพบปะของคนรักหนังภายใต้ชื่อ DAM’N Cineclub ซึ่งจัดฉายหนังและทอล์คน่าสนใจสำหรับคนรักหนังด้วย
 
 
เมื่อไปถึงให้เดินขึ้นบันไดสีดำที่นำเราขึ้นไปสู่ Bandai Dum ซึ่งเป็นสตูดิโอของ โต้ง-อภิชน รัตนาภายน นักถ่ายสารคดี ที่ตัดสินใจแท็กทีมกับ เบิ้ล-นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี ปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องให้เป็นพื้นที่พบปะของคนรักหนังภายใต้ชื่อ DAM’N Cineclub ที่หาหนังสารคดีและหนังนอกกระแสหาดูยากได้ที่นี่ ลองแวะเวียนไปนั่งจิบชากาแฟที่คาเฟ่ข้างล่าง แล้วขึ้นไปดูหนังก็ได้นะ

เจริญกรุง - พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

 
 
เราอาจรู้กันว่าในเจริญกรุงมีพื้นที่สร้างสรรค์และพิพิธภัณฑ์ซ่อนตัวอยู่เยอะแยะไปหมด อย่างเช่น TCDC หรือ WAREHOUSE30 (แน่นอนว่า 2 สถานที่นี้ก็มีใน Soimilk To Go เหมือนกันนะ) แต่เราอยากจะแนะนำพิพิธภัณฑ์สุดคลาสสิคอย่าง พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ให้ลองไปแวะเวียนดูสักครั้ง บ้านไม้โบราณทรงปั้นหยายุคปลาย สมบัติชิ้นสุดท้ายของ รศ.วราพร สุรวดี ที่ได้อุทิศตัวอาคารทั้ง 4 หลัง และที่ดินทั้งหมดเพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวบางกอกในยุคก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
 
 
ภายในอาคารทั้งสี่หลัง เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของคนในสมัยนั้น ตั้งแต่ชุดรับแขก ตู้โชว์เครื่องแก้วเจียระไน เปียโนงาช้าง และเครื่องเล่นแผ่นเสียง ไปจนถึงของสะสมของอาจารย์วราพร อาทิ ธนบัตรเก่า อากรแสตมป์ เครื่องพิมพ์ดีด และภาพถ่ายที่บอกเล่าสภาพทางภูมิศาสตร์และเรื่องราวของชาวชุมชนบางรักในยุคนั้น

เยาวราช-ป้อมปราบศัตรูพ่าย - ปาตานี สตูดิโอ

 
 
เราเชื่อว่าไลฟ์สไตล์ของเราคล้าย ๆ กัน และเรื่องการใช้กล้องฟิล์มก็ยังเป็นอีกหนึ่งในใจที่เรารัก แต่การจะหาร้านล้างฟิล์มดี ๆ และไว้ใจนี่มันยากอยู่นะ โชคดีที่เจอ ปาตานี สตูดิโอ ร้านล้างฟิล์มเล็ก ๆ ในซอยนานาที่ดีมาก ๆ จนต้องพามาให้ชาว Soimilk To Go รู้จักกัน 
 
 
สิ่งที่เท่ของปาตานีคือที่นี่ยังใช้วิธีล้างฟิล์มและอัดภาพแบบแอนะล็อกอยู่ทั้งหมด ด้วยฝีมือของเต้-ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ และในอนาคตที่นี่จะมีเวิร์กชอปให้กับนักเรียนนักศึกษาที่สนใจเรื่องการล้างฟิล์มด้วย ล้างอัดเสร็จก็มีพื้นที่โชว์เคสสำหรับนำผลงานของตัวเองมาจัดแสดงได้อีก เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับคนรักภาพฟิล์มที่แท้จริง 

Soi น่านอน

เกาะรัตนโกสินทร์ - เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก

 
 
ขึ้นชื่อว่าที่พัก ที่จริงแล้วย่านท่องเที่ยวหลักของกรุงเทพฯ อย่างเกาะรัตนโกสินทร์ก็มีที่พักเต็มไปหมด แต่ถ้าจะไปพักแบบ Soimilk To Go จะต้องพิเศษกว่านั้น และหนึ่งในที่ที่เราเลือกมาแนะนำคือเดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก โรงแรมเปิดใหม่แถวย่านเทเวศร์แห่งนี้สร้างจากการปรับปรุงเรือนไม้เก่าที่เคยเป็นเรือนพักอาศัยของพระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา พระนมในพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นโรงแรมบูทีค 38 ห้องในบรรยากาศย้อนยุค
 
 
บริเวณสวนสวยกลางพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมซึ่งปกคลุมด้วยความร่มเขียวครึ้มของต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุนับร้อยปี ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกเหมือนไมได้อยู่ในกรุงเทพฯ เลย แถมความดีงามคือยังมีร้านอาหารและสปาให้มาหลบพักทานอาหารหรือนวดผ่อนคลายได้ โดยอาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทยดั้งเดิมหลากหลาย เช่นข้าวซอย กระทงทอง ไปจนถึงอาหารตะวันตกอย่างสลัดไข่ดาวน้ำ และหมูหมักซอส เหมาะสำหรับมื้อบรันช์ด้วย 

เจริญกรุง - Old Town Hostel

 
 
ความโดดเด่นของโฮสเทลแห่งนี้ที่เราอยากหยิบมาแนะนำก็เพราะกำแพงด้านหนึ่งมีผลงานจาก BukRuk อยู่ไงล่ะ แถมไม่ใช่ขนาดเล็ก ๆ ด้วยนะ เพราะเล่นเพ้นท์กันเต็มผนังของตึกแถวแห่งนี้เลย
 
 
Old Town Hostel เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบบาร์ฮอปปิงแล้วกลับบ้านไม่ไหว เพราะที่นี่ถือว่าตั้งอยู่ศูนย์กลางเมืองเก่าอย่างแถวซ. เจริญกรุง 28 มีห้องพักแบบดอร์มให้บริการในราคาเป็นมิตร แถมรอบ ๆ ยังรายล้อมไปด้วยสเปซเด็ด ๆ ทั้งไปรษณีย์กลาง TCDC Warehouse30 หรือจะข้ามฝั่งไป The Jam Factory และ ล้ง 1919 ก็ทำได้สบาย ๆ

เยาวราช-ป้อมปราบศัตรูพ่าย - 103 Bed and Brew

 
 
Soimilk เองเคยแนะนำ 103 Bed and Brew ซอยนานาไปแล้วในฐานะคาเฟ่ใหม่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ความวินเทจสไตล์จีนยุคเก่าของคุณเรย์ แมคโดนัลและคุณอธิป นานา ที่เสิร์ฟกาแฟแบบ Cold Brew เท่านั้น แต่ในเมื่อชื่อของร้านที่นอกจาก Brew แล้วยังมี Bed ด้วย Soimilk To Go จึงไม่พลาดที่จะหยิบส่วนของห้องพักมาให้ได้ลองไป Staycation กันสักคืน
 
 
ด้านบนของคาเฟ่เป็นที่ตั้งของห้องพักจำนวนทั้งสิ้น 6 ห้อง ซึ่งแบ่งออกเป็นห้องพักจำนวน 4 ห้อง (แรร์สุด ๆ) ส่วนอีก 2 ห้องขอสงวนไว้ให้เจ้าของบ้าน เราชอบที่ทั้ง 4 ห้องถูกออกแบบให้หันหน้าต่างออกไปทางหน้าอาคารหมด ทำให้สามารถเปิดหน้าต่างดูวิวยามเย็นของซอยนานาและเยาวราชสุดคึกคักได้เลย ทั้ง 4 ห้องเข้าพักได้ห้องละ 2 คน แบ่งออกเป็นห้อง Double Ensuite ที่มีวิวรูฟท็อปของตัวเอง และห้อง Mezzanine

 
 
 
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกว่า 60 ร้านและสถานที่ภายในไกด์บุ๊กเล่มใหม่ เล่มแรกของ Soimilk ที่เราไม่อยากให้พลาดจริง ๆ ใครอยากรู้จักและลัดเลาะย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น วันศุกร์ที่ 30 มีนาคมนี้ เตรียมรอหยิบ Soimilk To Go ฟรี ๆ กันได้ ตามคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านอาหารชั้นนำกันได้เลย
 

 

AdSense
AdSense
AdSense