Skip to main content
AdSense

Soimilk กับชาวเน็ต : กระแสความเป็นชาติอเมริกาและคนผิวสีกลับมาเดือดอีกครั้งกับแคมแปญ Just Do It

สิ้นเดือนแล้วคงได้แต่เข้าไปสืบ ไม่มีเงินซื้อ Nike มาเผาหรือซื้อมาใช้ตามกระแสเขาหรอกจ้า

Soimilk กับชาวเน็ต : กระแสความเป็นชาติอเมริกาและคนผิวสีกลับมาเดือดอีกครั้งกับแคมแปญ Just Do It
September 28, 2018 Bangkok time
เรียกได้ว่ามีกระแสมาให้ชาวเน็ตได้ตามไปสืบกันอยู่ตลอดจริง ๆ กับประธานาธิบดีคนล่าสุดของอเมริกาอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชอบไปเปิดวอร์กับคนไปทั่ว โดยคราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่แกไปแซะไนกี้ ที่มีการนําพรีเซนต์เตอร์คนใหม่ของแบรนด์ตัวเองอย่าง โคลิน เคเปอร์นิค นักอเมริกันฟุตบอลชาวเมริกาวัย 30 ปีและเคยเป็นหนึ่งในควอเตอร์แบ็กของทีมซานฟรานซิสโกโฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส มาร่วมแคมแปญล่าสุดชื่อ Just Do It จนทําให้ เคเปอร์นิค กลายเป็นนักกีฬาไร้สังกัดที่กลับมาอยู่ในสายตาของผู้คนในสังคมอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างข้อพิพาทที่จุดกระแสสังคมและการเมืองเกี่ยวกับคนผิวสีของอเมริกาซึ่งกําลังร้อนระอุในช่วงปี 2016 ให้รุนแรงขึ้นไปอีกด้วยการนั่งลงคุกเข่าเพื่อที่จะต่อต้านการยืนเคารพธงชาติของสหรัฐก่อนเกมการแข่งขันในปีนั้น ด้วยหวังจะส่งสารแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับวิธีปฎิบัติกับคนผิวสีของอเมริกาในขณะนั้น
 
Eric Reid was the first NFL player to join Colin Kaepernick in his protest against systematic racism and police brutality. It’s difficult to imagine any other reason why he does’t have a job in the NFL this season, writes @ShaunKing. https://t.co/JwFKXP1wt9
— The Intercept (@theintercept) 20 กันยายน 2561
 
จนเกิดการถกเถียงรวมถึงความตื่นตัวของนักกีฬาผิวสีคนอื่น ๆ ตามมามากมายและทําให้กลุ่มชาตินิยมขวาจัด รวมถึงแฟนอเมริกันฟุตบอลบางกลุ่มร่วมกันบอยคอตการเข้าชมเกมเพราะเห็นว่าการกระทําของ โคลิน เคเปอร์นิค เป็นการไม่เคารพประเทศและเหยียดหยามความเป็นชาติอเมริกาอย่างแรง จนลามกลายเป็นกระแสด้านลบที่รุนแรงถึงขั้นบีบให้ทางทีมต้นสังกัดที่ทนแรงกดดันจากหลายฝ่ายไม่ไหวต้องตัดสินใจเลิกจ้าง เคเปอร์นิค ไปในที่สุดและทําให้ เคเปอร์นิค กลายเป็นนักกีฬาไร้สังกัดนับตั้งแต่นั้นมา
 

Our youth deserves better!! Flat out

— LeBron James (@KingJames) 12 สิงหาคม 2560
 
แต่มีคนชังก็ต้องมีคนรักเพราะจากการกระทําของ เคเปอร์นิค ก็ได้ทําให้นักกีฬาผิวสีหรือคนผิวสีที่มีชื่อเสียงในสังคมบางคนออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนการกระทําของ เคเปอร์นิค เหมือนกันจนเกิดเป็นความขัดแย้งที่ยากจะคลายปมสุด ๆ และเป็นเหตุผลให้แม้ประเด็นนี้จะผ่านมานานแล้ว แต่ตัวปัญหาก็ดูเหมือนรังผึ้งที่พร้อมจะแตกฮือออกมาตลอดเวลาเพียงแค่มีคนเอาไม้ไปแหย่เล่น จึงมาในตอนนี้ว่าไม้ที่พูดถึงคือการที่ ไนกี้ ได้นํา โคลิน เคเปอร์นิค มาเป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุดในแคมแปญ Just Do It นั่นเอง เพราะมันส่งผลให้กระแสตอบรับที่มีต่อแบรนด์ของตัวเองแตกไปในหลากหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่ตกฮวบของบริษัทตลอดจนหลาย ๆ รัฐในอเมริกาก็สั่งห้ามไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ไนกี้ ในพื้นที่ตัวเอง โดยที่อีกฝากอย่างผู้ที่สนับสนุนแคมแปญนี้ไม่ว่าจะเป็นคนในแวดวงกีฬาด้วยกันอย่างเลบรอน เจมส์,อีริค ไดเออร์หรือนักแสดงอีกหลายคนในฮอลลีวู้ด ก็ใช้สื่อและชื่อเสียงที่เข้าถึงคนได้มากของตัวเองมาร่วมสนับสนุนแคมแปญนี้เช่นกัน (ดูราวกับภาพย้อนกลับของปัญหาคนผิวสีในปี 2016 จะกลับมาอีกครั้งในทันใด)
 

Nike Boycott เผารองเท้าจนหุ้นร่วง แต่ยอดสั่งซื้อออนไลน์พุ่งกระฉูด 31% และ 3 ประเด็นที่นักการตลาดเรียนรู้จากเรื่องนี้ #Nike #ไนกี้ #NikeBoycott #ColinKaepernick #JustDoIt #BrandBuffet https://t.co/cFarnyZ0sS pic.twitter.com/TxHyBfBQGu

— Brand Buffet (@BrandBuffet) 9 กันยายน 2561
 

Don’t ask if your dreams are crazy. Ask if they’re crazy enough. #justdoit pic.twitter.com/Wd5L42egV8

— Nike (@Nike) 5 กันยายน 2561
 
 
และทําให้กลายเป็นว่าแคมแปญนี้คือการเปิดประเด็นเรื่องการเลือกปฎิบัติกับกลุ่มคนผิวสีให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับโลกอย่าง ไนกี้ ซึ่งการที่เขาจะออกแคมแปญแบบนี้มา มันต้องมีเหตุผลและกลยุทธ์อะไรบางอย่างแน่นอน เพราะการที่แบรนด์เลือกที่จะแสดงจุดยืนแบบสุดโต่งขนาดนี้ถือว่ากล้าเสี่ยงสุด ๆ ต่อให้เป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของโลกธุรกิจก็ตาม (ถึงจะต้องมีการรีเสริชทิศทางของกลุ่มลูกค้าหลักในระยะยาวมาก่อนแล้วแน่นอนก็ตามที) ชนิดที่พอได้อ่านแล้วทําให้ความอยากรู้อยากเห็นของเราชาวนักสืบในโลกออนไลน์เริ่มทํางาน จนต้องตามสืบตามส่องกันต่อไปแน่นอนว่าเรื่องนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน และปัญหาเกี่ยวกับคนผิวสีในสังคมจะได้รับการแก้ไขหรือคลี่คลายมากขึ้นหรือไม่ รวมถึง ไนกี้ ที่การออกแคมเปญนี้มาจะกลายเป็นการเดินเกมที่ชาญฉลาดหรือก้าวพลาดครั้งใหญ่กันแน่นั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

 

AdSense
AdSense
AdSense