1. 13 Reasons Why
ดูได้ทาง: Netflix

ซี่รี่ส์เรื่องล่าสุดของ Netflix พาเราไปยัง Liberty High School เมื่อ Hannah นักเรียนไฮสคูลได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายและอัดเทปทิ้งเอาไว้ 7 ม้วนให้เพื่อนร่วมชั้นได้ฟังเรื่องราวของเธอและต้นเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนั้น เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความพังและน่าเศร้าของชีวิตนักเรียนและการ bully ชนิดที่ติดเรท 16+

ปริศนาความน่าสงสัยเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวที่เกี่ยวข้องกับการตายของ Hannah นี่แหละทำให้ดูแต่ละตอนจบแล้วต้องดูต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่เรื่องราวก็ค่อยๆ ดาร์คขึ้นในแต่ละตอน 13 Reasons Why ดัดแปลงจากหนังสือขายดีของ Jay Asher โดยมี Selena Gomez เป็นโปรดิวเซอร์ด้วยนะ
2. Stranger Things
ดูได้ทาง: Netflix

อีกซีรีส์จาก Netflix ที่เป็นกระแสยิ่งใหญ่ช่วงที่ผ่านมาอย่าง Stranger Things ที่เจ๋งขนาดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globes 2017 มาแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ดูลองใช้ช่วงวันหยุดนี้ลุยรวดเดียวให้ครบเลย ส่วนใครที่ดูแล้วจะดูวนอีกรอบเพื่อรอต้อนรับ Season 2 ก็ได้นะ เราได้ยินมาว่าน่าจะปล่อยมาให้ดูกันช่วงวันฮาโลวีนนี้

ตามไปดูเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับ Will Byers เด็กชายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม่ของเด็กน้อยจึงขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เพื่อน และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อตามหาลูกชาย แต่แล้วก็ดันพบกับเด็กสาวหัวเกรียน ไม่มีชื่อ แต่มีเลข 11 อยู่ตรงข้อมือแทน
3. Club Friday the Series
ดูได้ทาง: YouTube GMM25Thailand Channel

Club Friday the Series ไม่ได้มีแต่เรื่องแซ่บๆ ตบตีแย่งแฟนกันเท่านั้นนะ! ใครที่ชอบหนังรักปนเศร้า เราขอแนะนำ ตอน รักแท้มีจริง ที่สร้างจากเรื่องจริงของ คุณหมู และ คุณเป็ปซี่ คู่รัที่ฝ่ายหญิงต้องเป็นโรคร้าย ที่ทำให้สมองย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ขอเตือนว่าถ้าใครใจไม่แข็งพอ ระวังน้ำตาจะไหลแบบไม่รู้ตัว เพราะเรื่องนี้ได้นักแสดงฝีมือดี อย่าง ปีเตอร์ นพดล (ที่แค่มองหน้าก็รู้สึกเศร้าแล้ว) และ นัท มีเรีย ที่ถึงแม้จะห่างหายไปจากงานแสดงซะนาน แต่พอดูเรื่องนี้แล้ว บอกได้เลยว่าฝีมือการแสดงยังคงเป็นระดับเทพเลยจริงๆ
4. Westworld
ดูได้ทาง: HBO

นอกจาก Game of Thrones ที่ทำให้เราติดงอมแงมแล้วบน HBO แล้ว Westworld ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราไม่อยากออกจากบ้านเลย เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังที่ได้ผู้กำกับระดับเทพ J.J. Abrams มาดำเนินการสร้าง

Westworld เป็นซีรีส์ Sci-Fi ระทึกขวัญที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันเมื่อปี พ.ศ. 2516 โดย Michael Crichton ผู้เขียนบท Jurassic Park เรื่องราวเกี่ยวกับสวนสนุกแนวคาวบอยในโลกอนาคตที่ชื่อว่า Westworld ซึ่งผู้คนและหุ่นเสมือนคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเหนือจินตนาการ
5. Series of Unfortunate Events
ดูได้ทาง: Netflix

A Series of Unfortunate Events ซี่รี่ส์ที่ดัดแปลงจาก อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หนังสือเล่มโปรดที่อ่านมาตั้งแต่เด็กของใครหลายๆ คน เล่าเรื่องราวของเด็กกำพร้า 3 คนที่ช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากจะเสียพ่อแม่ไปแล้ว ตัวร้ายยังตามจองเวรจองกรรมไม่เลิก

โดยซีซั่น 2-3 ของซีรี่ส์ยอดฮิตเรื่องนี้ได้รับการคอนเฟิร์มแล้วด้วย เพราะฉะนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่งที่บรรดาแฟนๆ ของหนังสือเรื่องนี้ของ Daniel Handler จะใช้เวลาวันหยุดดูซีซั่นแรกปรับพื้นฐานรอเลย
6. Black Mirror
ดูได้ทาง: Netflix

ความน่ากลัวและบ้าบอของเทคโนโลยีและโลกอนาคตถูกนำมารวมไว้ใน 12 ตอนของซีรี่ส์อังกฤษ Black Mirror ทั้ง 3 ซีซั่นที่แต่ละตอนจะมีนักแสดง ฉาก และความเป็นจริงที่แตกต่างกันไป

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Black Mirror ได้รับความนิยมทั่วโลกก็เป็นเพราะเรื่องราวในอนาคตที่น่ากลัวทั้งหมดนี้มันดูไม่ห่างไกลจากชีวิตจริงของเราทุกวันนี้เลย พอดูจบครบ 3 ซีซั่นแล้วรับรองว่าหลายคนจะมองการใช้สมาร์ตโฟน ชีวิตออนไลน์ของตัวเอง และโลกทุกวันนี้ในแบบที่เปลี่ยนไปแน่ๆ
7. Pinocchio

ซีรี่ส์เกาหลีสมัยนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องรักๆ แค่นั้นนะ Pinocchio เป็นซีรี่ส์ที่ตีแผ่เรื่องราวของวงการนักข่าวเกาหลี ที่ทำให้เรารู้ว่า อำนาจสื่อนั้นสามารถบิดเบือนความจริงได้ และสามารถทำลายชีวิตคนๆ นึงได้เช่นกัน ซึ่งไฮไลท์เด็ดของเรื่องนี้ก็คือ นางเอกที่ไม่สามารถพูดโกหกได้ (เพราะนางจะสะอึกไม่หยุด)

แค่เห็นหน้า Lee Jong-suk ก็รับประกันความสนุกได้แน่นอน เพราะหนุ่มคนนี้มักจะรับเล่นบทแนว แอคชั่นสืบสวนสอบสวนซะส่วนใหญ่ แถมยังพ่วงมาด้วยสาวหน้าใส Park Shin-hye ที่พลิกบทบาทจากใสๆ มาเป็นนักข่าวที่แสนจะจริงจัง