น่าแปลกใจที่ชื่อของ พิเชษฐ กลั่นชื่น ถูกยกย่องจากชาวต่างชาติในฐานะผู้ต่อยอด สร้างสรรค์ พัฒนางานศิลปะไทย แต่ในประเทศเขากลับถูกโจมตีจากวาทะของผู้ใหญ่ หรือผู้ไม่เห็นด้วยต่าง ๆ นานามาอย่างยาวนาน เพียงเพราะศิลปะในแบบพิเชษฐนั้นแหวกขนบ นอกกรอบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่เคยมี แล้วมันเป็นแบบนั้นจริงหรือ? เรื่องแบบนี้ไม่มีใครตอบได้ดีเท่าเจ้าตัวเอง เราจึงขอแวะเวียนมาคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียเลย
ศิลปะไทยคืออะไร ในมุมมองของคนในสังคมไทย
ศิลปะไทยของเราถูกมองว่าเป็นเรื่องของวัฒนธรรมล้วน ๆ ไม่ได้ถูกมองว่าจะนำมาประกอบอาชีพได้ หรือใช้เพื่อเป็นความสนุกสนานบันเทิงได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมองว่าศิลปะไทยเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ดังนั้น ผลลัพธ์ก็คือ เราอย่าไปปรับ เปลี่ยน หรือแม้แต่ไปยุ่งเกี่ยว
ศิลปะไทยในความหมายของพิเชษฐคืออะไร
สำหรับความหมายของผม ก็เป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่คนในชนชาตินี้สร้างขึ้นมา เพื่อใช้ไว้เป็นองค์ประกอบในชาติ แสดงว่าชนชาติเรานั้นมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองในรูปแบบนี้แค่นั้นเอง


ศิลปะไทยพูดได้แค่เรื่อง ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติ แค่นั้นหรือเปล่า
ถ้าแบบโบราณก็จะมีระบบความคิดที่ต้องเป็นแบบนั้น ถ้าหมายถึงของเก่า หรือที่เรียกว่าศิลปะไทยแบบประเพณี จะต้องครอบคลุมในส่วนของ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือชาติ เพราะบอกเล่าเรื่องราวแค่นี้จริง ๆ ถ้าเปลี่ยนฝั่งมาทางศิลปะไทยร่วมสมัย ก็จะบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยปัจจุบัน พูดถึงผู้คนอย่างเช่น คุณ ผม เทคโนโลยี หรืออะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นปัจจุบันขณะ
ทำไมนาฏศิลป์ไทยจะต้องนึกถึงแต่นางฟ้า เทวดา
ก็เพราะนาฏศิลป์พูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ไงครับ แต่ไม่ใช่ความผิดที่มีแค่เรื่องนี้นะ เพราะนาฏศิลป์ไทยมีตัวละคร คือ เทวดา นางฟ้า ยักษ์ ลิง เป็นต้น ถ้าหากเราอยากเล่าเรื่องอื่นเราต้องสร้างตัวละครขึ้นใหม่ และเราเองก็สามารถสร้างตัวละครขึ้นใหม่ได้ด้วย แต่เขาไม่ทำกัน แต่ผมทำ คือสมมติถ้าผมจะเอา BNK 48 มาเป็นตัวละครในนาฏศิลป์ของเราก็ทำได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าทำ เพราะหากทำขึ้นมาแล้วอาจจะโดนดรามา หรือคำว่ากล่าวจากผู้หลักผู้ใหญ่ท่าน ๆ ทั้งหลาย นี่คือความน่ากลัวที่ทำให้วงการนี้ไม่มีสิ่งใหม่ เป็นเหมือนอำนาจนิยมผ่านงานศิลปะ ซึ่งถ้าใครทำผิดแบบแผน นั่นเท่ากับทุกอย่างผิดหมด


งานศิลปะแบบ พิเชษฐ ถือได้ว่าเป็นงานอนุรักษ์ไหม
ในสายตาคนต่างประเทศนั้นคือใช่ แต่สายตาของคนไทยบอกว่าไม่ใช่ ในมุมมองทัศนคติงานอนุรักษ์แบบคนต่างประเทศจะมองว่า งานศิลปะแบบเรา คืองานที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า และสามารถต่อยอดไปสู่สิ่งอื่น ๆ ได้ แต่สำหรับในประเทศไทยมุมมองคือ ห้ามปรับ ห้ามเปลี่ยน ห้ามแตะ
จากอยุธยา สุโขทัย มีศิลปะประจำยุคสมัย คิดว่ากรุงเทพฯ จะมีบ้างไหม
จริง ๆ ก็มีนะ แต่ปัจจุบันนี้จะไม่ชัดเจนเหมือนสมัยก่อน ตอนนี้เป็นหลาย ๆ อย่างมาผสมรวมกัน เมื่อสังคม เทคโนโลยี หรือการสื่อสารเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีส่งผลให้ศิลปะเปลี่ยนตามไปด้วย
เป้าหมายสูงสุดในศิลปะของพิเชษฐคืออะไร
ก็คิดว่าสามารถทำเป็นอาชีพได้ เพราะศิลปะเป็นเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเลี้ยงชีพได้ และผมคิดว่าถ้าผมทำได้ก็จบ


ที่มาที่ไปของงานชุดใหม่อย่าง "พญาฉัททันต์"
งานชิ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เป็นงานที่พูดถึงชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่เสวยพระชาติเป็นช้างชื่อว่า พญาฉัททันต์ ตอนแรกที่ทำคือทำตอนเดียวสั้น ๆ หลังจากนั้นก็ถูกพัฒนาต่อมาจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่ขึ้น หยิบยกประเด็นเรื่องความเสียสละของพญาฉัททันต์ในเรื่องที่จะให้โอกาสคนอื่นได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ทำให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาส หรืออนาคตในวันข้างหน้าสำหรับการใช้ชีวิตต่อไป นี่คือรูปแบบการเสียสละของพญาฉัททันต์ที่จะเกิดขึ้นในงานของผม และงานแสดงชุดพญาฉัททันต์ก็จะมีตอนต่อ ๆ ไปตามมา
แล้วตอนที่จะนำมาแสดงนี้เป็นตอนอะไร
โชว์ที่จะเกิดขึ้นที่ช่างชุ่ยชื่อตอนว่า ทรง 4.0 ประเด็นที่พูดถึงร่างทรงในยุคสมัยปัจจุบันกับความเข้าใจผิดของผู้คนในสังคม สำหรับข้อมูล หรือความรู้ที่ร่างทรงต่าง ๆ ให้นั้นจริงแท้แค่ไหน
ยกตัวอย่างความพิเศษในโชว์ครั้งนี้
คนดูจะได้ถามคำถาม และผมเป็นคนตอบ คำถาม และคำตอบจะเป็นเรื่องความรู้เกี่ยวกับความขับข้องใจในงานศิลปะ คนที่จะประกอบอาชีพศิลปะ ข้อมูลต่าง ๆ สำหรับคนสนใจศิลปะ
เข้าชมฟรี 30 มิ.ย. เวลา 19:30 น. ช่างชุ่ย BTS อนุเสาวรีย์ ต่อรถเมล์ 515 หรือ 539 www.fb.com/ChangChuiBKK