Jan 30 2019

news

Sex Education ซีรีส์ที่เล่าเรื่องการเจริญเติบโตของวัยว้าวุ่นได้โคตรสนุกสุดมัน

ดูเพลินจนเช้าเลย
ซีรีส์เรื่องหนึ่งเข้าฉายในช่อง Netflix เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค.2019 ที่ผ่านมาชื่อเรื่องว่า Sex Education ดูจะเป็นกระแสให้หลายคนอยากชมซีรีส์กันมากขึ้นเมื่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่งยื่นหนังสือฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงซีรีส์ดังกล่าวว่าเนื้อหาอาจไปกระทบต่อเยาวชน เราจึงเหมือนได้รับการโฆษณาเชื้อชวนให้ลองดู Sex Education และพบว่าซีรีส์ที่ว่านั้น เป็นเรื่องที่นำวิชาเพศศึกษามาเล่าเรื่องได้โคตรสนุก! ทั้งยังให้ข้อคิดมุมองเกี่ยวกับการเจริญเติบโตสู่ช่วงชีวิตอีกวัย หรือการหยิบยกประเด็นเรื่องครอบครัวมาเล่า การถูกรังแก โดนล้อเลียน ตลอดความเข้าใจในเรื่องเพศสัมพันธ์ที่กล้าพูดตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง มาดูกันว่าสิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้มีอะไรบ้าง และถึงแม้ว่าจะสนุกเพียงใด เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีก็ควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำนะ
 
 

Character

 
 
Sex Education คือซีรีส์แนวดราม่าคอเมดี้จากเมืองผู้ดีอังกฤษจำนวน 8 ตอนสำหรับซีซั่นแรกใช้เวลาเฉลี่ยตอนละ 50 นาที กำกับโดย เคต เฮอร์รอน และเบน เทย์เลอร์ ต้องบอกว่าด้วยเนื้อหาส่วนใหญ่ของซีรีส์เรื่องนี้นั้นวนเวียนอยู่ในรั้วโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เพียงเปิดฉากแรกมาก็ให้เราชัตดาวน์หน้าจอแทบไม่ทันแต่อย่าเพิ่งสรุปว่าจะมีแต่เรื่องอย่างว่าซะทีเดียว เพราะเมื่อฉากต่อ ๆ ไปเข้ามาซีรีส์เรื่องนี้จะทยอยเล่าเรื่องช่วงชีวิตแบบ Coming of Age การเปลี่ยนผลัดจากช่วงอายุหนึ่งไปสู่อีกช่วงวัยเจริญเติบโตกว่า เราจึงได้พบความหลากหลายทางเพศของตัวละคร และความมากเรื่องในแต่ละบุคคลล้วนทั้งหมดล้วนมีความสำคัญในการเดินเรื่องแบบขาดใครสักคนไปเรื่องนี้รสชาติอาจไม่อร่อยแบบที่เป็นอยู่แน่ ๆ 
 
 
โอทิส (Asa Butterfield) นักแสดงตัวเอกของเรื่องผู้มีแม่ชื่อว่า จีน (Gillian Anderson) เป็นนักบำบัดทางเพศ (Sex therapist) และเป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงอีกด้วย ดูเหมือนอาชีพของแม่นั้นจะส่งอิทธิพลมายังโอทิสอยู่ไม่น้อย เพราะโอทิสเองก็เป็นผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเพศประจำโรงเรียน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเขาไม่ได้เจนจัดในประสบการณ์ด้านการมีเซ็กส์แต่อย่างใด ขนาดจรวดตัวเองยังไม่กล้าจับอะคิดดู แต่เพื่อน ๆ ทุกคนที่มีปัญหาเรื่องอย่างว่ามักมาใช้บริการเขาอยู่เสมอ 
 
 
เอริก (Ncuti Gatwa) หนุ่มเกย์ผิวสี ผู้เป็นเพื่อนสนิทของโอทิสตั้งแต่สมัยเยาว์วัย เขาเป็นทั้งคนให้คำปรึกษา คอยสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงเป็นไม้กันหมาให้กับโอทิสด้วย เอริกนั้นเป็นเกย์ที่แต่งตัวแบบผู้ชายไม่ออกสาวขนาดร้องอือหือ แต่บางสถานการณ์เขาก็แอบทำให้ใครหลายคนตกใจในตัวตนที่เขาเป็น มีพ่อบุคลิกจอมโหดแต่นิสัยน่ารักอย่างคุณเอฟฟิย็อง (Deobia Oparei) 

 
 
 
เมฟ (Emma Mackey) หญิงสาวคนนี้มีบุคลิกเป็นผู้มากประสบการณ์จะบอกว่าห้าวที่สุดในรุ่นยังได้ เพราะการต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังไร้ครอบครัว ทำให้เธอต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเองด้วยการจับคู่กับโอทิสเปิดคลินิกบำบัดเรื่องเซ็กส์ภายในโรงเรียนทแน่นอนสาวผมบลอนด์ปลายชมพูคนนี้คอยดูแลการนัดหมายลูกค้าและรับเงิน! เธอมีแจ๊กสัน (Kedar Williams-Stirling) แฟนหนุ่มนักกีฬาหุ่นล้ำบึกผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว การเรียน หรือกีฬา เรียกได้ว่า ทั้งสองมีชีวิตที่ต่างกันสุดขั้ว  
 
 
ครูใหญ่ (Alistair Petrie) ชายสูงวัยสุดเนี๊ยบผู้ไม่เคยยอมลงให้กับความผิดใด ๆ ในอาณาเขตที่ตนปกครอง เขาเป็นคนรักความสมบูรณ์แบบและมักยกยอเทิดทูนความสำเร็จอันดีงาม แต่การมีลูกชายไม่เอาไหนอย่าง อดัม (Connor Swindells) หัวโจกนักเรียนหลังห้อง ผู้มีผลการเรียนต่ำกว่าใคร ๆ แถมยังคอยก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน ให้ต้องตามเช็ดตามล้างเรียกไปด่ากันอยู่ทุกตอน

 
 
เดอะแก๊งสามสาวหนึ่งหนุ่มประจำโรงเรียนประกอบไปด้วยสมาชิกได้แก่ ไอมี่ (Aimee Lou Wood) รูบี้ (Mimi Keene) โอลิเวีย (Simone Ashley) และ อันวา (Chaneil Kular) เธอ ๆ เหล่านี้ล้วนมีความเพอร์เฟกต์ระดับดีเลิศและเก่งเรื่องนินทาชาวบ้านระดับห้าดาว
 
 
เจค็อบ (Mikael Persbrandt) ช่างประปาหนุ่มใหญ่ผู้มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดีโดยเฉพาะจีนแม่ของโอทิส มีลูกสาวหนึ่งคนที่ดูเหมือนจะแอบกุ๊กกิ๊กกับโอทิสชื่อว่า โอล่า (Patricia Allison) 
 
 
 
ยังมีตัวละครอย่าง ลิลี่ (Tanya Reynolds) สาวน้อยนักวาดการ์ตูน เธอมีความตั้งใจมุ่งหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเพื่อเรียนรู้ว่าเป็นอย่างไร หรือตัวละครอย่าง เฮนดริก (Jim Howick) ครูชำนาญการดนตรีแจ๊ส สอนได้ทั้งวิชาดนตรี เคมีและเรื่องเพศศึกษา ยังมีตัวละครอีกมากที่โผล่มาดำเนินเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเหล่าเด็กมัธยมที่มีปัญหาแตกต่างกัน ในซีรีส์เรื่องนี้บางตอนก็ทำให้เราได้สะใจไปกับหลาย ๆ ฉาก และในขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้หันกลับมาฉุกคิดถึงความสะใจก่อนหน้า หรืออาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ชอบบางตัวละครในตอนต้นและหันกลับมาเอาใจช่วยให้เขาเหล่านั้นรอดพ้นจากสถานการณ์ต่าง ๆ หรือบางตัวละครก็ทำให้เราทั้งรักและเกลียดแบบไม่รู้ตัว

 

Topic

 
 
ถึงแม้ในซีรีส์เรื่องนี้อาจมีบางตอนที่โผล่ความโป๊เปลือยหรือภาพอันไม่สมควรมาบ้าง แต่เนื้อหาของเรื่องทั้งหมดก็ไม่ใช่เพียงแต่จะมุ่งไปในเรื่องของเพศสัมพันธ์ทั้งหมดแต่อย่างใด แต่ซีรีส์เรื่องนี้มีมุมมสองสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของช่วงชีวิตวัยรุ่น วัยรัก วัยนักเรียนได้ดีนักแล หลาย ๆ เรื่องกระทบปัญหาโครงสร้างทั้งกับเมืองนอกหรือในบ้านเรา และนี่เป็นหัวข้อตัวอย่างที่มีในซีรีส์ชื่อว่า Sex Education
 
 
ใน Sex Education  นอกจากความคับคั่งไปด้วยเหล่าตัวละครแล้วในซีรีส์จากเกาะอังกฤษเรื่องนี้ยังมากด้วยความหลากหลายเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว (Family Relationship) เพราะหยิบเอาทุกเรื่องทุกปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวมาใช้ประกอบในเรื่องไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่หย่าร้าง พ่อแม่รังแกฉัน การกำหนดวิถีทางเลือกให้ลูกต้องเป็นในสิ่งที่ตนอยากให้เป็น หรือการพยายามเข้าใจการแสดงตัวตนของลูก ยาวไปจนถึงการเปรียบเทียบลูกบ้านตนกับชาวบ้านอื่น ๆ หรือกระทั่งครอบครัวที่มีพ่อและแม่ LGBT เป็นต้น

 
 
ขวบวัยในช่วงชีวิตวัยกำลังโตนั้นความสัมพันธ์ของเพื่อน (Friendship) ดูเป็นสิ่งสำคัญซึ่งทำให้เราได้เห็นการเชื่อมโยงกันระหว่างตัวละครในเรื่อง เริ่มมาตั้งแต่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนรักเพื่อนซี้สมัยวัยเด็กที่เข้าใจเข้าขากันมาตลอด เมื่อถึงจุดที่อีกคนเปลี่ยนไปก็เกิดจุดหักเหได้ หรือจะเป็นความสัมพันธ์ฉันท์กลุ่มเพื่อนที่แต่ละคนนั้นมีแนวทางต่างกันเสแสร้งแกล้งทำดีต่อกันอย่างเห็นได้ชัดแต่ต้องอยู่รวมกันเป็นสังคมแห่งความเลิศหรูเชิดหยิ่งเป็นตัวนำพา 
 
 
การหยิบยกเรื่อง LGBT มาเป็นองค์ประกอบได้ลงล็อก ซึ่งตัวละครเด่นในหัวข้อนี้คงนี้ไม่พ้น เอริก ผู้มีทั้งความตลกสุดฮา ความมั่นหน้า น่ารักสดใส และในบางเวลาเขาก็ทำให้คนดูอย่างเรา ๆ จมดิ่งไปกับความเศร้าอันหดหู่ได้เหมือนกัน หรือจะเป็นตัวอย่างการเปิดเสรีในการเลือกคู่ครองเพศเดียวกันในครอบครัวของแจ็กสัน จะปัญหาการรังแกดูถูกเหยียดหยาม (Bullying) มีทั้งนินทาว่าร้าย การบดขยี้ปมด้อย หรือเหยียบย่ำซ้ำเติม เป็นต้น 
 
 
หากใครยังไม่เคยคิดจะกดดูซีรีส์เล่าเรื่องปัญหาวัยว้าวุ่นชื่อนี้อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเชื่อใครแต่อย่างใด เพราะเพียงแค่ฉากแรกเริ่มนั้นวัดอะไรไม่ได้เลยกับเนื้อเรื่องทั้งหมดด้านใน และเราต้องขอย้ำอีกรอบเลยว่านี่คือซีรีส์อีกเรื่องที่หยิบเรื่องเพศ การเจริญเติบโต ครอบครัว และผองเพื่อนมาเล่าได้สนุกสุด ๆ ชนิดที่ว่าดูรวดเดียวไม่ให้เหลือสักตอน และนอนตั้งตารอว่าซีซั่นสองว่าจะเริ่มฉายอีกเมื่อไหร่กัน!