Jan 24 2019

neighbourhood

เปิดประตูดูโกดังราชวงศ์ พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของเชียงใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้มีร้านเด็ด ๆ เปิดเยอะขึ้นแล้วนะ
สืบเนื่องจากคอนเทนต์ที่แล้วที่เราพาไปจิบกาแฟที่ Looper & Co. คาเฟ่และบาร์ค็อกเทลสุดเก๋กลางเมืองเชียงใหม่ (รู้จักร้านเต็ม ๆ ได้ที่คอนเทนต์นี้เลยจ้า) ทำให้เราพบว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่ร้านกาแฟแห่งนี้เท่านั้นที่มีความเก๋ แต่สถานที่ตั้งของร้านที่เป็นส่วนหนึ่งของโกดังเก่าในอดีต ที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นสถานที่สุดสร้างสรรค์ไปแล้ว แถมยังมีร้านรวงคอนเซปต์ดีมาเปิดจนเราคิดว่าที่นี่จะเป็นแอเรียใหม่ ๆ ในสไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลกอยู่ได้เลย (อย่างกรุงเทพฯ ก็มีร้านพื้นที่แบบนี้เยอะเหมือนกัน เช่น Warehouse 30, YELO House, JAM Factory หรือ Lhong 1919 นั่นเอง) 
 
 
สถานที่นี้มีชื่อว่า โกดังราชวงศ์ เราได้พูดคุยกับผู้บุกเบิกสถานที่แห่งนี้อย่างคุณเอ็กซ์-ศิรัส อัศวชัยพงษ์ เพื่อทำความรู้จักสถานที่แห่งนี้เพิ่มขึ้นเสียหน่อย คุณเอ็กซ์พุ่งตัวมาจากแถวช้างม่อยใกล้ ๆ โกดังราชวงศ์ที่อยู่บนถนนราชวงศ์นี่แหละ (แต่ที่จริงคุณเอ็กซ์เป็นคนกรุงเทพฯ นี่แหละนะ เพียงแค่ย้ายไปอยู่เชียงใหม่มาหลายปีแล้วเท่านั้นเอง) เล่าให้เราฟังว่าเดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นโกดังเก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ซิ้นเชียงหลี และเป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเจ้าแรกของเชียงใหม่ และยังเป็นเจ้าดังของที่นี่อีกด้วย แต่ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างแห่งนี้ที่เคยคึกคักก็เงียบเหงาลง การขยายตัวของเมืองและธุรกิจต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างสาขาแรกนี้ต้องปิดตัวลง และทายาทรุ่นใหม่ ๆ ก็นำพื้นที่ของโกดังมาปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมสุดเก๋ที่ชื่อ The Warehouse Chiangmai ที่พักที่เราเห็นแล้วก็ต้องบอกว่าฮิปมากจริง ๆ นั่นแหละ
 
 
คราวนี้คุณเอ็กซ์เองที่อยู่ละแวกนี้มาโดยตลอด ก็เห็นว่าทางเจ้าของพื้นที่เขาได้เตรียมพื้นที่เอาไว้ของโกดังทั้งหมดแล้ว และยังเห็นว่ามีโกดัง 5 ห้องที่ยังไม่ถูกใช้งาน คุณเอ็กซ์เองจึงมีความคิดว่า ย่านราชวงศ์ที่เคยคึกคักในอดีตมาก ๆ แห่งนี้ จะกลับมามีชีวิตชีวาอย่างที่มันควรเป็นได้ไหมนะ จึงดข้าไปคุยกับเจ้าของพื้นที่ ฝั่งเจ้าของพื้นที่เองก็โยนคำถามกลับมาว่าแล้วเขาจะเข้ามาทำอะไรกับที่นี่ ในเวลานั้นคุณเอ็กซ์มีไอเดียเพียงว่า อยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ หยิบจับร้านในเชียงใหม่มาไว้ที่นี่ จากวันนั้นถึงตอนนี้ ภาพที่คุณเอ็กซ์มองไว้ก็เริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้น เมื่อมีร้านต่าง ๆ เข้ามาเปิดบริการ โดยการชวนเพื่อนผองน้องพี่มาร่วมกัน และร้านต่าง ๆ ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
 
เราแอบสงสัยว่าทำไมไม่เรียกที่นี่ว่าโกดังซิ้นเชียงหลีตามชื่อจริง ๆ ของสถานที่ คุณเอ็กซ์เลยบอกมาว่าเพราะที่จริงแล้วตรงนี้ เมื่อก่อนคนส่วนใหญ่เวลาจะเดินทางมา ก็จะชอบเรียกว่า "ไปโกดังตรงถนนราชวงศ์" เพราะมันต้องอยู่บนถนนราชวงศ์ และพอคุยกับทุกคนก็เห็นตรงกันว่าใช้ชื่อตามนี้ที่คนคุ้นเคยนี่แหละ เลยลดทอนจนเหลือเพียง โกดังราชวงศ์ แทนนั่นเอง 
 

Buar The Barber

 
 
 
ถ้าใครมีโอกาสแวะเวียนไปยังร้านกาแฟยอดฮิตอย่าง Looper & Co. ก็คงเห็นร้านตัดผมป้ายเขียว ๆ ทรงวินเทจ ๆ อยู่ข้าง ๆ บัว เดอะ บาร์เบอร์ ร้านตัดผมของคุณป๊อบ-อนุชา บัวซอย ต้อนรับเราด้วยประตูทรงอังกฤษสีเขียวโทนสวย กับการตกแต่งห้องตัดผมในสไตล์กึ่งวินเทจผสมโมเดิร์น ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเก้าอี้ตัดผมหนึ่งตัวตามจำนวนช่างที่สามารถให้บริการ (ก็คือคุณป๊อบนั่นเองจ้า)

 
 
 
ก่อนหน้านี้คุณป๊อบเป็นช่างตัดผมและเป็นหุ้นส่วนอยู่ที่ The Cutler ในเมืองเชียงใหม่มาก่อน ก่อนที่จะแยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่นี่ จากการชักชวนของเพื่อน ๆ ที่มาเปิดร้านในโกดังราชวงศ์เช่นกัน ที่ร้านเป็นโทนสีเขียวก็เพราะคุณป๊อบชอบสีเขียว และชื่อร้านก็มาจากนามสกุลของคุณป๊อบนั่นเอง คุณป๊อบบอกว่าเห็นหน้าร้านดูวินเทจขนาดนี้ ที่จริงแล้วเขาสามารถตัดผมได้ทุกทรง ไม่เฉพาะวินเทจเท่านั้น รวมถึงสามรถตัดผมทั้งชายและหญิงด้วยนะ (ตัดผม 300 บาท, ทริมหนวดเครา 200-300 บาท, โกนหนวด 200 บาท, สระผม 150 บาท) ใครที่สนใจเราแนะนำให้โทรไปจองก่อนก็จะดี เพราะมีแค่ช่างป๊อบอยู่คนเดียว และช่างเองก็มีขาประจำที่ตามมาจาก The Cutler อีกด้วยนะ
 
Buar The Barber เปิดทุกวันเว้นวันพุธ เวลาทำการ 11:00-21:00 น. 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่ โทร. 083-479-7188 fb.com/buarthebarber

The Area 51 / Rugged Supply & Co.

 

 
 
ที่จริงแล้วโกดังห้องของ Buar The Barber ถูกแบ่งออกครึ่งหนึ่ง โดยครึ่งหน้านั้นเป็นร้านตัดผมอย่างที่เราบอกไปแล้ว แต่เมื่อผลักประตูหลังร้านตัดผมเข้าไป ก็เหมือนเรากำลังก้าวเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลย (เกือบนึกว่านี่มันร้านลับแห่งเชียงใหม่รึเปล่านะ!) ครึ่งหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้ถูกแบ่งออกเพื่อจำหน่ายเสื้อผ้ากลุ่ม 2nd Hand Selected Shop ผ่าน 2 แบรนด์คือ The Area 51 และ Rugged Supply & Co. ซึ่งคุณป๊อบเจ้าของร้านตัดผม ก็เป็นหุ้นส่วนของร้าน The Area 51 นี้ด้วยเช่นกัน
 
 
 
สำหรับคนเชียงใหม่ที่รักในเสื้อผ้าวินเทจ น่าจะรู้จักกับ The Area 51 อยู่บ้าง เพราะที่จริงแล้วเชียงใหม่เองก็ไม่ค่อยมีร้านเสื้อผ้าวินเทจเยอะแยะเหมือนกรุงเทพฯ และกลุ่มผู้รักแนววินเทจก็ยังไม่ใหญ่เท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ The Area 51 ตั้งอยู่ที่บพบุรีบาร์ แถวถ.สามล้าน ย่านพระสิงห์ แต่ในเมื่อมีพื้นที่ตรงนี้แล้วจึงย้ายมาเปิดร่วมกันเสียเลย เสื้อผ้าทั้งหมดของ The Area 51 จะเป็นแนว Collective มาจากเจ้าของร้านเอง และแม้ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแนววินเทจ แต่คณะเดียวกันทางร้านก็ยังหาความโมเดิร์นเข้ามาเบรกไว้บ้างด้วย โดยเสื้อผ้าใหม่จะมีมาลงทุกเดือน อย่างช่วงนี้เสื้อผ้าก็จะฮิตช่วงยุค 90s' หน่อย ๆ และดูเหมือนว่าในอนาคตกระแสมินเลนเนียมจะกลับมาอีกครั้งเสียด้วย (กูรูด้านแฟชั่นตัวจริงเสียงจริง) เราชอบที่ทางร้านเองไม่ได้เลือกแค่ความสวยโก้เท่านั้น แต่ยังคิดมาแล้วว่าแต่ละชิ้นจะนำมา Mix & Match กับแฟชั่นในปัจจุบันอย่างไรได้บ้าง ส่วนราคาแอบกระซิบว่ามีหลายช่วงเลยตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น ตัวละครึ่งแสนก็มี! 

 
ส่วน Rugged & Supply Co. ร้านเสื้อผ้าที่เน้นไปที่รองเท้าบุรุษสุดเนี้ยบส่วนใหญ่ ก็ตกแต่งร้านแบบร้านทรงอังกฤษเรียบหรูที่เข้ามาปุ๊บก็รู้เลยว่าร้านนี้จะขายอะไรบ้าง อารมณ์ตอนเดินเข้ามานี่เหมือนอยู่ในหนังเรื่อง Kingsman เวอร์ ซึ่งแน่นอนว่าก็เป็นสินค้าแนว Collective มาจากฝั่งยุโรปและอเมริกาเช่นกัน เรียกว่าที่นี่คือโอเอซิสแห่งใหม่ของหนุ่ม ๆ และชาวแก๊งวินเทจเลยแหละ
 
The Area 51 Vintage Showroom / Rugged Supply & Co. เปิดทุกวันเว้นวันพุธ เวลาทำการ 13:00-20:00 น. 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่ โทร. 083-479-7188 fb.com/thearea51 , fb.com/ruggedandsupplyco

No.5

 
 
 
ส่วนโกดังล็อกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราหลงอยู่ข้างในนานมากทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย แต่เพราะนี่คือการรวมตัวกันของร้านรวงต่าง ๆ จากคนรุ่นใหม่ของเชียงใหม่ทั้งหมด 10 ร้านด้วยกัน ซึ่งเรามั่นใจมากว่าในเชียงใหม่ยังไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อนแน่ ๆ หนึ่งในสิบร้านนี้คือ Stand Behind The Yellow Line ร้านขายของเก่าย้อนยุคแบบที่คุณเอ็กซ์เองคัดแล้วคัดอีก มีทั้งของแต่งบ้าน ของเก่า เสื้อผ้า โปสเตอร์คลาสสิคหายากนั่นเอง โดยคุณเอ็กซ์เองบอกว่าที่จริงแล้วร้าน Stand Behind The Yellow Line ร้านแรกก็อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่ จะให้เปิดเป็นสาขาที่สองเลยก็ดูไม่น่าจะเวิร์กเพราะทำเลใกล้กันเหลือเกิน จึงถือโอกาสชวนเพื่อน ๆ ในเชียงใหม่ที่มีธุรกิจมาเปิดร้านร่วมกันที่นี่เสียเลย 

 
 
 
อีก 9 ร้านด้านในนี้ที่ยังไม่ได้พูดถึงได้แก่ SIRIKHWAN แบรนด์เสื้อผ้าดีไซน์เอง เย็บเอง ขายเอง สำหรับสาวหวาน ๆ , Vintage Charming ร้านเสื้อผ้าวินเทจจากญี่ปุ่นและอเมริกาที่เกิดมาจากการขายผ่านอินสตราแกรม ตอนนี้มีหน้าร้านให้ลองไปหยิบไปลองจริง ๆ แล้วจ้า, General Style รวมสินค้างานปักสีสันจัดจ้านดีงามเวอร์, Trying To Be Cool ร้านที่เอาใจคอดนตรี แถมยังมีแผ่นเสียงไวนิลให้เลือกเยอะมาก, TAFSTUDIO by kabervintage ใครที่กำลังหาของแต่งบ้านโบราณเด็ด ๆ แวะมาดูได้เลย เจ้าของร้านเก็บเอาไว้เองเยอะมาก และพร้อมให้พวกเขาไปอยู่บ้านใหม่แล้ว, Silo Ring ชื่อร้านก็บอกอยู่อล้วว่าเจองานแหวนแน่ ๆ โดยดีไซน์เนอร์ที่ร้านจะนำสิ่งรอบตัวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน ที่สำคัญคือมีชิ้นเดียวในโลกแน่ ๆ, Favs., Sendai.Studi และ PG. Jewelry เป็น 3 แบรนด์ที่มากระจุกตัวอยู่ด้วยกัน ซึ่งมีพลังดึงดูดสาว ๆ เยอะมาก เพราะมีทั้งงานเครื่องแต่งกายจากผ้าลินินนุ่ง ๆ งานกระเป๋าดีไซน์สวย และงานเครื่องประดับเก๋ ๆ เรียกว่าแวะล็อกนี้ก็ได้เครื่องเคราใหม่ทั้งตัวกลับบ้านไปเลย
 
เปิดทุกวันเว้นวันพุธ เวลาทำการ 13:00-20:00 น. โกดังราชวงศ์ 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่

Looper & Co.

 
 
 
พาไปชอปมาหลายร้าน ก็ถึงเวลามานั่งจิบกาแฟชิลล์ ๆ ตอนบ่าย หรือจิบค็อกเทลสบาย ๆ ตอนกลางคืนกันสักหน่อย Looper & Co. เกิดขึ้นมาจากหุ้นส่วนทั้งหมด 4 คน คือคุณโชกุนเอง, คุณจันทร์-จันทร์ทอแสง สุทัศน์ ณ อยุธยา, คุณมายด์-ณนนท์ อาริยะวงค์ และคุณปริ๊นซ์-นโรดม อ่อนศรี ซึ่งทุกคนนั้นมีความชื่นชอบในการดื่มกาแฟเหมือน ๆ กัน แต่เพิ่มเติมด้วยความชื่นชอบค็อกเทลเข้าไปด้วย ในเมื่อมีความชอบทั้ง 2 อย่าง พวกเขาเลยมีไอเดียที่จะจับทั้ง 2 อย่างเข้าไว้ด้วยกันในสถานที่เดียวเสียเลย Looper & Co. จึงเป็นทั้งบาร์กาแฟในตอนกลางวัน และบาร์ค็อกเทลในตอนกลางคืนไปเลยจ้า ส่วนชื่อร้าน Looper & Co. ก็มาจากชื่อหนังที่พวกเขาชอบอย่างเรื่อง Looper (ที่บรูซ วิลลิส และโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ แสดงนำ พอจำกันได้ไหมเอ่ย) นอกจากนั้นชื่อ Looper ยังสื่อถึงความไม่มีที่สิ้นสุด หมุนวนต่อไปเรื่อย ๆ ได้อีกด้วย

 
 
 
หุ้นส่วนทั้ง 4 คนมีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านชงกาแฟทุกคน โดยเฉพาะคุณปริ๊นซ์ที่เป็นบาริสต้าชื่อดังในเชียงใหม่ เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที TCBC (Thailand Creative Barista Challenge) เมื่อปีก่อน และเจ้าของรองชนะเลิศอันดับที่ 5 ถึง 3 ปีซ้อนในเวที Thailand International Latte Art Championship อีกด้วย ส่วนคุณมายด์เองก็เป็นบาริสต้าหลักของทางร้าน และคุณโชกุนก็มาแสดงฝีมืออยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน ความดีงามของที่นี่คือมีกาแฟให้เราได้ลองเยอะมาก ตั้งแต่เมล็ดไทย หรือเมล็ดนอกตัวคุ้นเคยอย่างเคนยา กัวเตมาลา เอธิโอเปีย ไปจนถึงเกอิชาก็มีให้ได้ลองเลือกดื่มเป็น Single Origin กันด้วย กาแฟที่นี่มาเต็มตั้งแต่ไลน์มาตรฐาน (ตั้งแต่ 60-90 บาท) สโลว์บาร์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Aeropress (100 บาท) Pour Over และ V-60 (120 บาท) Cold Drip (120 บาท) และ Cold Brew (120 บาท) ก็นั่งละเลียดกันได้ชิลล์ ๆ ยาว ๆ ไป
 
นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์ที่แค่อ่านชื่อแต่ละแก้วก็ทำเอาอยากลองไปเสียหมดทุกแก้ว เราลองสั่งแก้วซิกเนเจอร์ชื่อชวนเมาอย่าง Umeshu Tonic (120 บาท) แก้วนี้เป็นการพบเจอกันของ Cold Brew ที่ใช้เมล็ดจากอินโดนีเซียที่ให้กลิ่นออกลิ้นจี่หน่อย ๆ ผสมกับซอสบ๊วยเข้มข้นสูตรโฮมเมด ท๊อปด้วยโทนิควอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มอีกหลายแก้วที่เราอยากแนะนำ เอาเป็นว่าสามารถไปอ่านเต็ม ๆ ได้ ที่นี่ เลยนะ
 
Looper & Co. เปิดทุกวันเว้นวันพุธ บาร์กาแฟ 09:00-16:00 น. บาร์ค็อกเทล 19:00-24:00 น. 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่ โทร. 087-177-2640 www.fb.com/looperandcompany

 
 
พื้นที่ทั้งหมดของโกดังราชวงศ์ยังสามารถขยับขยายออกไปได้อีกเยอะมาก และไอเดียของคุณเอ็กซ์ที่ทำให้เราเห็นแล้วว่า ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่ที่รวมกลุ่มเพื่อน พี่น้องที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กันเข้าไว้ด้วยกันในอนาคตของเชียงใหม่แน่ ๆ เพราะอนาคตเราอาจจะได้เห็นร้านอาหารเกาหลี ร้านเครื่องดื่มเพิ่มเติม ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ให้มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สร้างชีวิตให้กับสถานที่แห่งนี้ โดยพื้นที่ชั้นบนของโกดังอาจถูกปรับเปลี่ยนเป็น Art & Design Space แห่งใหม่ ชาวเชียงใหม่จะมีสถานที่จัดแสดงผลงาน สถานที่ฉายหนัง สถานที่เล่นคอนเสิร์ตแห่งใหม่ที่นี่ก็เป็นได้ ถึงเวลานี้เราบอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่งของโครงการในเชียงใหม่ที่เราเองก็จับตามองอยู่ และน่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แวะเวียนไปทุกครั้งเมื่อไปเชียงใหม่นับจากนี้แน่ ๆ 
 
 
โกดังราชวงศ์ เปิดทำการทุกวัน เว้นวันพุธ เวลาทำการ 9:00-23:45 น. 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่ โทร. 093-291-4553 fb.com/kodang-ratchawong