Jan 18 2019

restaurants & bars

Looper & Co. คาเฟ่สุดมินิมอลในโกดังเก่าเมืองเชียงใหม่ ที่กลางวันเป็นบาร์กาแฟ กลางคืนเป็นบาร์ค็อกเทล

จะเมาคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ดีนะ
เราชอบความเชียงใหม่ตรงที่ความฮิปทั้งหลายแหล่มันไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่เดียว จริงอยู่ที่บริเวณฮอต ๆ อย่างนิมมานเหมินทร์หรือท่าแพนั้นจะเจอร้านใหม่ ๆ เกิดขึ้นและดับไปได้อย่างไม่ซ้ำ จนบางทีเราก็งงเหมือนกันว่าเอ๊ะ เชียงใหม่เดือนนี้ กับเชียงใหม่เดือนที่แล้วมันเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน (ฮา) แต่ในขณะเดียวกัน จุดอื่น ๆ ของเชียงใหม่ก็จะมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นให้เราได้ไปลองค้นหาอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับถนนราชวงศ์ที่เคยคึกคักในอดีต แต่ตอนนี้กลับเงียบเหงาเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม มาวันนี้เราเชื่อว่าถนนเส้นนี้จะกลายเป็นจุดหมายใหม่ของคนรักกาแฟ (และค็อกเทลด้วย!) เพราะนี่เป็นที่ตั้งของคาเฟ่ที่กำลังฮออตอยู่ในเวลานี้อย่าง Looper & Co. นั่นเอง
 
 
Looper & Co. ตั้งอยู่บนพื้นที่ของโครงการโกดังราชวงศ์ (ซึ่งโกดังนี้ก็น่าสนใจเวอร์ เดี๋ยวเราจะอัปเดตให้ได้รู้กันเร็ว ๆ นี้แน่นอน) ที่เอาเข้าจริงก็หาไม่ยากเลยเพราะลูกค้าเข้าออกร้านเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว โชคดีที่วันที่เราไปได้พบกันคุณโชกุน-ศิลา สุขประสิทธิ์ปรีดี หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน และบาริสต้าของร้านด้วยพอดี จึงถือโอกาสจับตัวมานั่งคุยกันแบบสบาย ๆ เสียเลย
 
 
 
คุณโชกุนเล่าให้เราฟังถึงที่มาที่ไปของร้านนี้ว่าร้านนี้เกิดขึ้นมาจากหุ้นส่วนทั้งหมด 4 คน คือคุณโชกุนเอง, คุณจันทร์-จันทร์ทอแสง สุทัศน์ ณ อยุธยา, คุณมายด์-ณนนท์ อาริยะวงค์ และคุณปริ๊นซ์-นโรดม อ่อนศรี ซึ่งทุกคนนั้นมีความชื่นชอบในการดื่มกาแฟเหมือน ๆ กัน แต่เพิ่มเติมด้วยความชื่นชอบค็อกเทลเข้าไปด้วย ในเมื่อมีความชอบทั้ง 2 อย่าง พวกเขาเลยมีไอเดียที่จะจับทั้ง 2 อย่างเข้าไว้ด้วยกันในสถานที่เดียวเสียเลย Looper & Co. จึงเป็นทั้งบาร์กาแฟในตอนกลางวัน และบาร์ค็อกเทลในตอนกลางคืนไปเลยจ้า

 
ส่วนชื่อร้าน Looper & Co. ก็มาจากชื่อหนังที่พวกเขาชอบอย่างเรื่อง Looper (ที่บรูซ วิลลิส และโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ แสดงนำ พอจำกันได้ไหมเอ่ย) นอกจากนั้นชื่อ Looper ยังสื่อถึงความไม่มีที่สิ้นสุด หมุนวนต่อไปเรื่อย ๆ ได้อีกด้วย ส่วนการตกแต่งร้านนั้นถือว่าน่าสนใจในแบบเราที่ชอบเลยล่ะ โดดเด่นตั้งแต่ประตูหน้าร้านที่ดูดิบ ๆ ให้กลิ่นยุโรปแบบมาสคิวลีนหน่อย ๆ แต่พอเปิดเข้าร้านไปปุ๊บก็ต้องสะดุดกับการตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์ ทั้งหมดได้ไอเดียมาจากหุ้นส่วนทุกคน และแฟนของหุ้นส่วนที่เป็นสถาปนิกมาช่ววยออกแบบด้วย ซึ่งทางร้านก็ยังเลือกเก็บความดิบของโกดังเดิมเอาไว้ เพราะเมื่อก่อนนี้ที่นี่เคยเป็นโกดังของร้านอุปกรณ์ก่อสร้างชื่อดังในอดีตของเชียงใหม่มาก่อน โดยห้องในอดีตของ Looper & Co. เป็นห้องลองสี ที่ยังมีคราบสีเลอะตามผนัง หรือแม้กระทั่งคำสั่งและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เขียนไว้ด้วยลายมือบนกำแพง ทางร้านก็ยังเก็บเอาไว้ด้วยการทำความสะอาดกำแพง และเคลือบเอาไว้ ก็สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการนั่งคาเฟ่ได้เป็นอย่างดี
 
 
ซึ่งประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้านั้นไม่ได้มาจากสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่เครื่องดื่มของทางร้านยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ทั้งหมดอีกด้วย เราพุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์สีขาวที่มีขนาดกว้างและใหญ่มาก ๆ ซึ่งก็เหมาะสมดีหากเป็นบาร์ท็อกเทลอย่างเดียว แต่เมื่อต้องใช้บาร์ร่วมกันทั้งร้านกาแฟช่วงกลางวันกับบาร์ค็อกเทลตอนกลางคืนก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะทางร้านเองก็ต้องการให้ทุกคนโฟกัสที่บาร์ และอยากมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟแบบที่มีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นกว่าเดิม นอกเหนือจากแค่มานั่งตามโต๊ะแล้วพูดคุยกันกับในกลุ่มตัวเองเท่านั้น นอกจากนี้ลักษณะการชงกาแฟก็ยังคล้ายค็อกเทลอีกด้วย ลูกค้าสามารถออเดอร์เครื่องดื่มแก้วที่ชอบ พูดคุยสอบถามกับบาร์เทนเดอร์ และดูเขาลงมือรังสรรค์เครื่องดื่มแก้วของคุณได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สนุก ๆ ของการดื่มกาแฟเลยล่ะ
 
 
หุ้นส่วนทั้ง 4 คนมีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านชงกาแฟทุกคน โดยเฉพาะคุณปริ๊นซ์ที่เป็นบาริสต้าชื่อดังในเชียงใหม่ เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที TCBC (Thailand Creative Barista Challenge) เมื่อปีก่อน และเจ้าของรองชนะเลิศอันดับที่ 5 ถึง 3 ปีซ้อนในเวที Thailand International Latte Art Championship อีกด้วย ส่วนคุณมายด์เองก็เป็นบาริสต้าหลักของทางร้าน และคุณโชกุนก็มาแสดงฝีมืออยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน ความดีงามของที่นี่คือมีกาแฟให้เราได้ลองเยอะมาก ตั้งแต่เมล็ดไทย หรือเมล็ดนอกตัวคุ้นเคยอย่างเคนยา กัวเตมาลา เอธิโอเปีย ไปจนถึงเกอิชาก็มีให้ได้ลองเลือกดื่มเป็น Single Origin กันด้วย กาแฟที่นี่มาเต็มตั้งแต่ไลน์มาตรฐาน (ตั้งแต่ 60-90 บาท) สโลว์บาร์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Aeropress (100 บาท) Pour Over และ V-60 (120 บาท) Cold Drip (120 บาท) และ Cold Brew (120 บาท) ก็นั่งละเลียดกันได้ชิลล์ ๆ ยาว ๆ ไป
 
นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์ที่แค่อ่านชื่อแต่ละแก้วก็ทำเอาอยากลองไปเสียหมดทุกแก้ว เราลองสั่งแก้วซิกเนเจอร์ชื่อชวนเมาอย่าง Umeshu Tonic (120 บาท) แก้วนี้เป็นการพบเจอกันของ Cold Brew ที่ใช้เมล็ดจากอินโดนีเซียที่ให้กลิ่นออกลิ้นจี่หน่อย ๆ ผสมกับซอสบ๊วยเข้มข้นสูตรโฮมเมด ท๊อปด้วยโทนิควอเตอร์ เวลาดื่มแก้วนี้เราแนะนำให้ดื่มไปพร้อม ๆ กับผงบ๊วยที่โปะอยู่รอบปากแก้ว ขอบอกว่ารีเฟรชชิ่งสุด ๆ แถมยังได้มิติของรสชาติที่แปลกใหม่ด้วย ใครล่ะจะเคยกินกาแฟที่มีรสออกบ๊วย ๆ แบบนี้กัน!
 
 
เราลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์อีกตัวที่เป็น Non-Coffee ดูบ้างอย่าง Pink Pussy (120 บาท) เห็นสีชมพูสวยแบบนี้เกิดจากส่วนผสมของน้ำแตงโม ขิง และพิงก์เกรปฟรุ๊ตโทนิค ประดับด้วยผักชีลาวที่มีกลิ่นและรสเฉพาะตัว คุณโชกุนที่โชว์ลีลาบาร์เทนเดอร์อย่างช่ำชองบอกกับเราว่าผักชีลาวไม่ได้แค่ประดับบนแก้วสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถดื่มเข้าไปพร้อมตัวเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มมิติใหม่ ๆ ของแก้วนี้ได้อีกด้วย แก้วนี้น่าจะถูกใจสาว ๆ ทั้งสีสันและรสชาติแน่นอน 

 
 
และด้วยที่ทางร้านเป็นทั้งร้านกาแฟและร้านค็อกเทล แน่นอนว่าก็ต้องมีเมนู Coffee in good spirits ให้ได้ลองกันแน่ ๆ และบาร์ค็อกเทลของที่นี่ก็เป็น Gin Bar ดังนั้นกาแฟใส่เหล้าที่นี่จึงใส่ Gin เสียเป็นส่วนใหญ่ เราลองสั่ง Wild Nothing (200 บาท) แก้วที่ถูกพัฒนามาจากคุณปริ๊นซ์ที่ไปแข่งตัวนี้มาแล้วได้รางวัล เป็นเอสเพรสโซที่ใส่จิน ผสมกับบรั่นดีส้ม Grand Mornier และ Elder Flowers ขอบอกว่าแก้วนี้คือความดีงามที่ถ้าเราอยู่เชียงใหม่น่าจะแวะเวียนไปจิบบ่อย ๆ จนลืมไปว่าข้างในแก้วมีแอลกอฮอล์อยู่ด้วย เพราะรสชาติละมุนมากกก ความลงตัวของ Cold Brew กับกลิ่นส้มที่ช่วยเสริมให้เครื่องดื่มแก้วนี้โดดเด่นมากขึ้น เป็นอีกแก้วที่เราอยากแนะนำให้ลองสั่งดูเลยล่ะ
 
 
 
นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ทางร้านก็ยังมีเบเกอรี่และขนมอบให้บริการอีกด้วย โดยตัวขนมนั้นจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป แต่ตัวยืนพื้นก็จะเป็น Madeleine รสเลมอนและมัทฉะที่มีให้ลองทุกวัน แต่เราแอบว่าต้องรีบหน่อย เพราะขนมมีจำนวนจำกัด บางวันบ่าย ๆ Madeleine ก็หมดแล้ว ส่วนใครที่เป็นคอค็อกเทลมากกว่าก็แวะมาหลัง 1 ทุ่มได้เลย อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็น Gin Bar ซึ่งคุณมายด์และคุณปริ๊นซ์ช่วยกันคิดสูตรค็อกเทลต่าง ๆ ด้วยตัวเอง (ราคาตั้งแต่ 250-350 บาท) หรือจะเป็นคลาสสิคค็อกเทล และม็อกเทลก็มีให้ลองชิมเช่นเดียวกัน

 
Soimilk Says: ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Looper & Co. ถึงกลายเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ของใครก็แล้วแต่ที่ไปเชียงใหม่ในเวลานี้ เพราะความรู้ลึกรู้จริงของเจ้าของร้านทั้งหมดที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังในทุกกระบวนการ รวมไปถึงอยู่เบื้องหลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยตัวเองด้วย ทำให้พวกเขาเข้าใจทั้งเรื่องเอสเพรสโซและค็อกเทลเป็นอย่างดี เราชอบความเป็นกันเองของทางร้านที่จะคอบสอบถามรสนิยมและความชอบของลูกค้าเสมอ ๆ เพื่อแนะนำแก้วที่เหมาะกับพวกเขาได้ อีกอย่างหนึ่งคือที่ตั้งของร้านที่อยู่ในโกดังราชวงศ์นั้นก็ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นสเปซที่น่าจับตา เราอยากให้ลองสั่งกาแฟสักแก้ว แล้วเดินออกไปนั่งเอาท์ดอร์หลังร้าน ขอบอกว่าชิลล์แบบไม่ต้องรอฤดูหนาวเลย เราชอบมาก!
 
Looper & Co. เปิดทุกวันเว้นวันพุธ บาร์กาแฟ 09:00-16:00 น. บาร์ค็อกเทล 19:00-24:00 น. 153 ถ.ราชวงศ์ ช้างม่อย เชียงใหม่ โทร. 087-177-2640 www.fb.com/looperandcompany