May 12 2019

neighbourhood

Modernism Café คาเฟ่เก๋จากกลุ่มสถาปนิก ที่มีมุกตลกและความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดขาย

ดีเทลดีจริง ๆ
IDIN Architects หรือสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมมีชื่อแห่งหนึ่งของไทย นำทีมโดย คุณเป้-จีรเวช หงสกุล เป็นสถาปนิกผู้ก่อตั้ง การย้ายออฟฟิศมาตั้งไว้ในย่านสุทธิสารนั้น เขาได้ออกแบบพื้นที่ให้ด้านหลังเป็นที่ส่วนออฟฟิศใช้ทำงานและเว้นพื้นที่ด้านหน้าไว้เป็น Public Space ตั้งใจใช้ส่วนตรงนี้ไว้ทำแกลเลอรี่แสดงผลงาน ตลอดจนทำเป็นห้องพักต้อนรับลูกค้า คิดไปคิดมาแผนเปลี่ยนจึงทำร้านกาแฟ เพราะมองเห็นประโยชน์ที่มากกว่าหลายสถาน บวกกับโปรเจ็กต์คาเฟ่นี้เจ้าตัวเองก็คิดจะทำมานานพอสมควร
 
 
 
เมื่อจะเนรมิตร้านกาแฟขึ้นมา ตอนแรกก็คิดว่าจะทำร้านกาแฟเฉย ๆ ไว้ดื่มกันแค่ที่ทำงานและชุมชนสถาปนิก แต่ด้วยเลือดความเป็นนักออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์จึงบังเกิด Modernism จึงมีจุดเริ่มต้นมาจากมุกตลกที่นำชื่อของปุชนียบุคคลซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของชาวสถาปนิกมาเลียนเสียงตั้งชื่อเป็นเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่ร้านอย่าง Le Corbusier สถาปนิกแว่นกลมชาวฝรั่งเศส ที่เพี้ยนมาเป็น Le Cappuchino (80 บาท) ตกแต่งลวดลายเป็นรูปแว่นสัญลักษณ์เด่น เสิร์ฟคู่คุกกี้รูปนักออกแบบคนดังคนนี้ด้วย หรือ Frank Lloyd Wright สถาปนิกชื่อก้องโลกชาวอเมริกาก็กลายเป็นเมนู Frank Llyod Ice ราคา (120 บาท) เป็นเมนูเครื่องดื่มซึ่งมีชื่อนักออกแบบเป็นน้ำแข็งลอยอยู่เหนือน้ำ 
 
 
 
ยังมีเมนูที่นำชื่อของ Oscar Niemeyer อีกหนึ่งสถาปนิกคนสำคัญชาวบราซิลมาเลียนเสียงกลายเป็นเมนู Mocar Niemeyer หรือแม้แต่การนำงานออกแบบสถาปัตย์ชื่อดังอย่าง Falling Water House บ้านน้ำตกให้กลายเป็นเมนู The Falling Cocoa น้ำโกโก้ย้อยแทนน้ำตก เป็นต้น ซึ่งรายชื่อที่ยกตัวอย่างมานั้นถือเป็นสถาปนิกคนสำคัญที่มีอิทธิพลในช่วงยุคโมเดิร์นนั่นเอง ในแผ่นเมนูที่ใช้เลือกเครื่องดื่ม ขนมนั้นก็ออกแบบให้เป็นพิมพ์เขียวสัญลักษณ์ที่ต้องนึกถึงสถาปนิกสุด ๆ  

 
 
 
God is in the detail เป็นโควตของสถาปนิกชื่อดังอย่าง Mies van der Rohe ที่ถูกประดับไว้บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นชั้นสอง และยังมีโควตจากสุดยอดนักออกแบบยุคโมเดิร์นอีกหลายคำที่ซ่อนไว้ตามมุมต่าง ๆ ของคาเฟ่แห่งนี้ (ลองเดินเล่นหากันดูนะว่าอยู่ตรงไหน) รับรองว่าต้องมีบางโควตสะกิดใจแน่นอน คาเฟ่แห่งนี้เติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ด้วยรายละเอียดต่าง ๆ นานา ระบายไอเดียแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ ไล่มาตั้งแต่เดินเข้าร้าน จะพบกับฟิกเกอร์สีขาวของ Le Corbusier ราคาหลายสตางค์ซึ่งเป็นสิ่งสะสมของคุณเป้นั่งเรียกแขกให้มาเข้าร้าน ผนังกระจกขนาดใหญ่ตรงข้ามเคาเตอร์บาร์ไม่ใช่แค่ผนัง แต่สามารถเปิดออกเป็นประตูในยามจะเปลี่ยนให้คาเฟ่สามารถมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น กลายร่างจาก Indoor เป็น Outdoor ได้เพียงพริบตา 
 
 
 
นำวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างอย่าง เสาเหล็ก H-Beam มาซ่อนสวิตช์ไฟเท่ไปอีกแบบ แหงนหน้ามองด้านบนจะพบกับ ไม้บรรทัดฟุตเหล็ก ไอเทมประจำกายของนักออกแบบมาทำเป็นกล่องใส่ไฟของร้าน บ่งบอกถึงความเป็นสถาปนิกสไตล์ได้อย่างดีเยี่ยม คาเฟ่แห่งนี้โทนหลักจะเป็นสีดำ มีเหล็กและกระจกเป็นส่วนประกอบสำคัญ และอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนต้องมองเห็นตั้งแต่ก่อนเข้าร้านคือ การใช้ไม้ยาคิสุกิ (Yakisugi) ไม้เทกเจอร์สวย ๆ ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวญี่ปุ่น ร้านเลือกอิมพอร์ตมาจากแดนปลาดิบเพื่อใช้ตกแต่งโดยเฉพาะ

 
 
เดินตรงเข้ามาภายในร้านจะได้เจอกับชั้นวางหนังสือ ประดับประดาด้วยหนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบ เสื้อยืดที่เป็นผลผลิตของทางออฟฟิศ มีงานศิลปะ และของสะสมที่เจ้าของร้านนำมาวางไว้อย่าง ตัวต่อเลโก้ รูปสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในยุคโมเดิร์นที่เจ้าตัวชื่นชอบ ก่อนขึ้นบันไดชั้นสอง จะเจอกับ Barcelona Pavilion ผลงานออกแบบโดย Ludwig Mies van der Rohe อีกหนึ่งสถาปนิกยุคโมเดิร์นกำลังทำมือบังแดดที่ลอดผ่านช่องกระจกนั้นมาพอดี
 
 
 
ผนังด้านบนของร้านจะใช้วัสดุอย่าง Eco Block อิฐซึ่งเอาไว้ก่อภายใน แต่เมื่อไม่ต้องฉาบจะเกิดลวดลายไปอีกแบบ พอดิบพอดีกับบรรยากาศโดยรวมของตึกเป็นสีดำจึงใช้ความขาวของอิฐมาแทรกไว้คลายความเลี่ยน ด้านบนนี้เองเรายังได้เห็นดีเทลอีกหนึ่งอย่างคือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้คล้ายกับรูปแบบเก้าอี้ของ Le Corbusier LC1 อีกด้วย บริเวณชั้น 2 ยังมีฟิกเกอร์นักรบ Stormtrooper ใส่แว่นตาสไตล์สถาปนิกยืนประจำการน่ารักไปอีกแบบ 

 
 
ทางด้านเครื่องดื่มนอกจากซิกเนเจอร์ที่ว่าไว้ด้านบน คาเฟ่นี้ยังมีเครื่องดื่มเมนูใหม่ที่นำมาให้ได้ลอง แก้วนี้ให้อารมณ์ลักษณะแบบ Sparkling Coffee เด่นด้วยรสชาติของลิ้นจี่และมีส่วนผสมของผลไม้ตระกูลเปรี้ยวอีกชนิดด้วย ส่วนชื่อเมนูนั้นจะใช้สถาปนิกคนไหนมาตั้งชื่อต้องรอติดตามกันต่อไป 
 
 
 
 
ลืมแนะนำซิกเนเจอร์อีกเมนูคือ Architects Wear Black (120 บาท) เมนูที่ได้ไอเดียจากความเป็นเด็กถาปัตย์ที่ชอบทำอะไรเปรี้ยว ๆ กวน ๆ แต่เมื่อทิ้งไว้สักพักหนึ่งเครื่องดื่มจากสีส้มก็จะกลายเป็นสีดำเหมือนสีเสื้อที่เด็กถาปัตย์ชอบใส่ หลายคนน่าจะชอบมาสเตอร์ซีรีส์คุกกี้ (175 บาท) ที่นำสถาปนิกในตำนานทั้ง 5 มาทำเป็นคุกกี้พร้อมมีประวัติให้ได้ศึกษาด้วยนะ ที่นี่ก็มีเบเกอรีและเค้กอีกหลากหลายเมนูให้เราได้กินแกล้มไปกับเครื่องดื่มด้วย 

 
Modernism Cafe เวลาทำการ ซ.อินทามระ 4  เวลาทำการ จ-ศ 09:00-18:00 น. ส-อา 10:00-19:00 น. MRT สุทธิสาร  web.facebook.com/modernismcafe/