ด้วยความใฝ่รู้ใฝ่เรียนแบบสาวสมัยใหม่อะแก รวมถึงไม่มีอะไรทำอย่างรุนแรงในช่วงกักตัวนี้ แม่บ้านเฉพาะกิจช่วง COVID-19 อย่างเราเลยเริ่มหยิบตำราอาหารไทยเล่มแรกของไทยที่มีชื่อว่า 'แม่ครัวหัวป่าก์' ซึ่งแต่งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภรรยาเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) มาลองอ่าน แรนด้อมเปิดหาสูตรดูบางหน้า อ่า... แค่ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบอย่างเดียวก็ล่อไป 3 วันแล้ว ข้ามไปก่อนแล้วกัน พอทำใจได้อีกครั้งรอบนี้เลยหมายมั่นปั้นมือว่าจะทำต้มยำกุ้งตามท่านผู้หญิงเปลี่ยนซะหน่อย (ในใจคิดว่ามันเป็นอาหารเบสิก ไม่น่าจะยากอะไรเนอะ) อ่านสูตรและวิธีทำตามตำรับโบราณแท้ ๆ เสร็จ ถึงกับตัดสินใจได้ว่าโทรสั่งร้านป่าก์เอาง่ายกว่า ไม่ทงไม่ทำมันแล้วโว้ย!
นี่เลยเป็นที่มาของ Soimilk Unbox ประจำวันจันทร์นี้ ที่เป็นผลพลอยได้จากการศึกษาตำราอาหารเล่มแรกของไทยแล้วถอดใจมันซะดื้อ ๆ เลยได้มาเป็นกับข้าวกล่องอาหารไทยโบราณถึง 4 อย่าง จากร้าน ป่าก์ หรือ Paka Restaurant (อ่านต่อได้ที่: Pāka Restaurant เปิดตำราสูตรอาหารไทยโบราณตำรับชาววังโดยพ่อครัวหัวป่าก์) ที่ถึงแม้เราจะเคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้วหลายรอบ แต่ก็ไม่มีอะไรหยุดความรักของเราต่ออาหารร้านนี้ได้เลย ขนาดกักตัวยังต้องขอสั่งมาลิ้มรสให้เข้าถึงแก่นไทยแท้ที่บ้านอย่าให้ว่างเว้นเป็นอันขาด

เสียงมอเตอร์ไซค์คันใหญ่จอดเทียบหน้าประตูบ้าน เราถึงกับผงะเมื่อเจอว่าเชฟภูมิ-จักรภูมิ บุณยาคม เฮดเชฟเจ้าของร้านรวมถึงผู้เข้าแข่งขันคนดังแห่งรายการ Top Chef Thailand Season 2 หอบออร์เดอร์มาส่งเองถึงบ้าน! สอบถามคร่าว ๆ เชฟบอกว่าช่วงนี้มีบางวันที่ต้องมาส่งเอง บวกกับโลเคชันที่อยู่ใกล้ร้าน ภาพที่ออกมาเลยกลายเป็นเชฟหนุ่มหน้าตางง ๆ พร้อมผ้ากันเปื้อน (ที่น่าจะลืมถอดก่อนออกจากครัว) ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าบ้าน ใครที่จะสั่งตามก็อย่าตกใจถ้าเปิดประตูมาแล้วเจอเชฟล่ะ จุด ๆ นี้สามารถขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้ตามอัธยาศัย


ส่วนนี่คือหน้าตาอาหารเมื่อเปิดกล่องมาแล้ว นอกจากสีสันจัดจ้านของเครื่องแกงแน่น ๆ อาหารของร้านป่าก์ทุกกล่องยังมาพร้อมกลิ่นหอมหวนชวนรับประทานที่แค่กลับมาดูรูปอีกรอบก็ท้องร้องซะแล้ว! เราขอเริ่มชิมจากเมนูแรกอย่าง มัสมั่นเนื้อน่องลาย (350 บาท) ที่มีความพิเศษตรงกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพรสดที่ต้องเอาไปเผาก่อนเพื่อชูกลิ่นอะโรมาติดสโมกกี้นิด ๆ เป็นเอกลักษณ์ให้เครื่องแกงที่นี่ไม่เหมือนร้านทั่วไป เชฟบอกว่ามัสมั่นตามสูตรโบราณจริง ๆ แล้วต้องใส่ขิงและใช้ความเปรี้ยวจากน้ำมะกรูด เอามาราดข้าวสวยร้อน ๆ ที่เชฟแถมให้ฟรีทุกออร์เดอร์ จุด ๆ นี้แถมมาให้ 10 ถ้วย ก็หมด 10 ถ้วยเด้อ!

ต่อมาเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ที่ถ้าไม่สั่งก็เหมือนไปไม่สุดทาง เพราะมันคือพะโล้ไข่เค็มโบราณ (270 บาท) เมนูเอ็กซคลูซีฟประจำวังเทวะเวสม์ของเชฟป้อม-หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ที่ถ่ายทอดสูตรแบบละเอียดยิบแบบที่เชฟภูมิบอกว่าแทบจะจับมือสอนทุกกระบวนการ เป็นพะโล้ที่ไม่ได้ใส่เครื่องพะโล้แบบจีน แต่มาในสไตล์ต้มเค็มด้วยน้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศไทยและน้ำตาลที่ถูกเคี่ยวจนเป็นคาราเมล ติดกลิ่นไหม้นิด ๆ มีโปรตีนหลักเป็นไข่เป็ดไล่ทุ่งที่เอามาทำเป็นไข่เค็มออร์แกนิกและหมูสามชั้นตุ๋น จุด ๆ นี้มีมิชลิน 100 ดวง ก็อยากยกให้หมดเลย เพราะเมนูนี้คือเดอะเบสต์!


ตามมาด้วยเมนูต้นเหตุที่ทำให้เราต้องยกโทรศัพท์โทรสั่งออร์เดอร์รัว ๆ นั่นคือ ต้มยำกุ้งแม่น้ำโบราณ (290 บาท) ซึ่งมันคือความนิพพานในวันนี้ของเรา นอกจากเนื้อกุ้งอวบ ๆ ตัวใหญ่เน้น ๆ แล้ว เรายังชอบความเป็นต้มยำโบราณของถ้วยนี้ที่จริง ๆ แล้วมันคือต้มยำน้ำใส แต่ด้วยการเคี่ยวน้ำสต็อกจากมันกุ้งและเปลือกกุ้งย่างเพียว ๆ ทำให้ได้น้ำซุปต้มยำเทกซเจอร์ครีมมี่สุดมหัศจรรย์ไทยแลนด์ที่เราแทบจะยกกล่องซด กินคู่กับดอกขจรผักไข่ (120 บาท) เมนูพิเศษที่มีเฉพาะช่วงหน้าร้อนนี้ที่ดอกขจรออกดอกสะพรั่งเท่านั้น
หลังจากสั่งทั้งหมดมานี้ วันต่อมาไปส่องไอจีส่วนตัวของเชฟภูมิ เห็นว่ามี ขนมจีนน้ำเงี้ยว (90 บาท) ขายด้วย ทักไปสั่งอย่างรีบเร่ง ปรากฏเชฟบอกว่าหมดแล้วจ้า แค่ครึ่งวันก็ออร์เดอร์ 300 กล่อง ทำไม่ไหวแล้ว นี่ก็ได้แต่เฝ้ารอเชฟเปิดให้ออร์เดอร์รอบต่อไป ใครอ่านมาถึงตรงนี้โปรดเตรียมจ้องหน้าจอไว้ให้ดี ๆ ของแบบนี้ใครไวคนนั้นได้!
Soimilk Says: อันดับหนึ่งในใจในรอบนี้คือความข้นคลั่กของต้มยำกุ้งโบราณที่ปกติเวลาไปร้านป่าก์ก็ไม่เคยสั่งเมนูนี้ (เพราะติดใจแต่พะโล้ไข่เค็ม) รอบนี้ได้ลองเลยเปลี่ยนใจให้ต้มยำกุ้งโบราณของที่นี่คืออันดับหนึ่งในใจไปโดยปริยาย ข้อดีคือถ้าสั่งมากินที่บ้านแล้วน้ำต้มยำเหลือ สามารถเก็บไว้ต้มมาม่าต่อได้อีกรอบ กลายเป็นมาม่าต้มยำกุ้งโบราณที่ไฮโซกว่าชาวบ้านเขาอีก 5 เลเวล ขอขอบพระคุณตำราแม่ครัวหัวป่าก์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เรายกโทรศัพท์ขึ้นไปสั่งออร์เดอร์มา ณ ที่นี้
Pāka Restaurant ถ.นครไชยศรี เวลาทำการ ทุกวัน 09:00-20:00 น. โทร. 065-942-6950 fb.com/paka-restaurant