ใครที่ผ่านไปมาบริเวณ ถ.ผดุงด้าว หรือสตรีตฟู้ดแห่งย่านเยาวราชในยามค่ำคืนบ่อย ๆ ก็อาจจะคุ้นตากับร้านอาหารซีฟู้ดริมทาง ที่มีทีมพนักงานเสื้อเขียวคอยให้บริการคนที่มาต่อคิวรอกันตั้งแต่ช่วงเย็น ซึ่งเอกลักษณ์เสื้อสีเขียวของทีมพนักงานนี้ก็โดดเด่น จนทำให้ใคร ๆ ก็พากันเรียกร้านอาหารซีฟู้ดเก่าแก่ที่ปักหลักใจกลางเยาวราชมานานกว่า 30 ปีแห่งนี้ว่า ‘ร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว’ จนแทบจะไม่เรียกชื่อร้านจริงกันแล้ว

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตำนานความอร่อยของ ‘ร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว’ หรือชื่อจริงว่า T&K Seafood (ต๋อย & คิดซีฟู้ด) ก็ได้ขยับขยายที่ทางมายังอีกฝั่งหนึ่งของถนน ลึกเข้ามาในซ.ผดุงด้าว ที่เราจะสามารถสะดุดตากับหน้าร้านสีเขียวสด มองเผิน ๆ ก็อาจจะคิดว่า มีร้านชิค ๆ คาเฟ่เก๋ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นร้านใหม่กลางเยาวราชอีกแล้ว แต่ถ้าเราไม่ลองเดินเข้าไปในร้าน เราก็จะไม่รู้เลยว่า สีเขียวที่เห็นเป็นจุดเด่นของหน้าร้าน ที่จริงแล้วคือสัญลักษณ์ที่รับสืบทอดมาจากตำนานความอร่อยแห่งเยวราช หรือร้านซีฟู้ดเสื้อเขียวนั่นเอง


The Seafood Cafe and Restaurant คือชื่อร้านอาหารทะเลที่ทางร้านยืนยันว่า แม้บรรยากาศจะดูโคซี่นั่งได้ยาว ๆ แบบคาเฟ่ แต่ก็เสิร์ฟเมนูซีฟู้ดแบบจริงจังที่รสชาติไม่อ่อนโยนเหมือนบรรยากาศภายในร้านแน่นอน ตัวร้านเป็นอาคารตึกแถว 3 ชั้น ที่แต่ละชั้นเขาตั้งใจตกแต่งด้วยศิลปะและสีสันสไตล์โมเดิร์นไชนีส เพื่อสะท้อนถึงการเป็นรุ่นลูกหลานของครอบครัวเยาวราช และเป็นการประกาศการมาถึงของคนเยาวราชเจนฯ ใหม่

ไอเดียของการทำร้านอาหารซีฟู้ดในบรรยากาศคาเฟ่และบาร์ก็มาจาก คุณเกศ เกศรา เบญกานี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว ที่อยากจะนำเสนอปรัชญาการทำและทานซีฟู้ดที่ซึมซับมาจากการเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่คุณพ่อรับช่วงต่อร้านอาหารซีฟู้ดมาจากคุณปู่ คุณเกศเป็นคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นว่า มีศาสตร์บางอย่างซ่อนอยู่ในวิถีของอาหารทะเลที่คนรุ่นใหม่อาจจะเข้าไม่ถึง เพราะอาหารทะเลมีราคาแพง และร้านที่เป็นตัวจริงด้านอาหารทะเลก็มักเป็นบรรยากาศแบบเหลา หรือร้านอาหารแบบครอบครัว ที่ไม่ค่อยต้อนรับคนรุ่นใหม่เท่าไหร่ คุณเกศจึงนำปรัชญาร้านอาหารของร้านดั้งเดิมข้ามฝั่งมาไว้ในร้านบรรยากาศคาเฟ่ เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสวิถีของซีฟู้ดสไตล์เยาวราชแท้ ๆ ได้อย่างไม่ขัดเขิน

‘Seafoodism’ คือคำนิยามอาหารทะเลที่เสิร์ฟในร้าน ซึ่งเป็นคำที่คุณเกศคิดขึ้นเองระหว่างที่พยายามรวบรวมสูตรและตำรับซีฟู้ดในวิถีที่คุณปู่ส่งมาให้คุณพ่อ แล้วก็ตกทอดมาถึงคุณเกศอีกทีหนึ่ง สำหรับคุณเกศและครอบครัว ซีฟู้ดไม่ใช่แค่อาหารที่ปรุงจากสัตว์ทะเล แต่เป็นศาสตร์ของการนำอาหารจากวัตถุดิบใด ๆ ก็ตามที่ท้องทะเลมอบให้มาปรุงโดยยังคงรสชาติหรือกลิ่นอายของแหล่งที่มาไว้ ความสดของอาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่ที่นี่ใส่ใจ แต่เป็นการเลือกสรรเมนูที่จะดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้ดีที่สุด

เมนูแรกที่เราอยากแนะนำให้สั่งก็คือ ขลุ่ยปู (120 บาท) หรือปอเปี๊ยะทอดไส้ปู ซึ่งเป็นเมนูที่ที่ไม่มีให้สั่งที่ร้านต้นตำรับ จานนี้เหมาะจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือสั่งมานั่งทานสบาย ๆ กับเพื่อนก็ได้ แต่ในความสบาย ๆ ก็สอดแทรกมาด้วยเนื้อปูแน่น ๆ ล้วน ๆ ไม่ผสมมันหมูเหมือนร้านทั่วไป ปรุงรสแบบเข้มข้นหอมพริกไทย ที่พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นจานที่หมดก่อนใครเพื่อน เพราะกินเพลินสุด ๆ

จาน (หรือหม้อ) ถัดมาคือ มาม่าต้มยำทะเล (220 บาท) ที่อาจจะดูเป็นเมนูธรรมดาที่หาทานได้ทั่วไป แต่เราอยากให้ลองสั่งของร้านนี้มาลองชิมเพื่อตัดสินใจดูอีกที เพราะความเด็ดของเขาอยู่ที่น้ำต้มยำรสชาติเข้มข้นที่ทานแล้วต้องซู้ดปาก เป็นรสชาติต้มยำที่ถูกต้องคือมีความเข้มข้นของพริกเผา เปรี้ยวแบบไม่หวงมะนาว และหอมเครื่องต้มยำแบบยกมาทั้งสวนข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใครที่ไม่ทานเผ็ดก็ขอแนะนำให้สั่งว่าไม่เผ็ดนะ ส่วนวัตถุดิบซีฟู้ดที่ใส่มาก็บอกเลยว่า เขายกทะเลมาใส่ไว้ในหม้อแบบไม่ให้เสียชื่อร้านซีฟู้ด 30 ปี

มาถึงเมนูไฮไลต์ของทางร้าน ที่นำเมนูขึ้นชื่อของฝั่งร้านดั้งเดิมมาเสิร์ฟแบบกระทะร้อน ซึ่งมีให้เลือก 3 อย่าง คือ ทะเลกระทะร้อนซอสกระเทียม ทะเลกระทะร้อนซอสไข่เค็ม และทะเลกระทะร้อนซอสพริกไทยดำ

เมนูที่เราเลือกวันนี้ก็คือ ทะเลกระทะร้อนซอสพริกไทยดำ (850 บาท) ที่เหมือนเขายกยกทะเลมาไว้ในจานเดียวอีกแล้ว และบอกเลยว่าเมนูนี้ควรสั่งเมื่อมากับแก๊งเพื่อน 3 คนขึ้นไป เพราะเขาให้ปูทะเล กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ หมึกหอมเนื้อแน่น และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเบิ้ม แบบเรียกได้ว่าถมมาให้เต็มกระทะ ซึ่งท่ามกลางความเข้มข้นของซอสพริกไทยดำรสกลมกล่อม เราก็ยังรับรสได้ถึงความสดของวัตถุดิบแบบเต็ม ๆ


ส่วนใครที่เป็นสายกินจุบจิบแบบแซ่บ ๆ น้ำจิ้มเด็ด ๆ ก็คงไม่พลาดสั่งกุ้งแม่น้ำเผาจากอยุธยา (300 บาท) มาทานกันให้สาแก่ใจ โดยเป็นกุ้งขนาดกลางที่ความสดระดับแม็กซ์เสิร์ฟมา 6 ตัวเท่ากันทุกจาน และอีกหนึ่งเมนูฮิตติดลมบนที่ทางร้านเขาก็มีให้เลือกสั่ง ก็คือไข่ดองน้ำปลา (450 บาท) ที่ทางร้านใช้ปูทะเลไข่แน่นมาดองโซดานานจนแน่ใจว่าสะอาดปลอดภัย แล้วจึงราดด้วยน้ำปลาที่ปรุงด้วยสูตรของทางร้าน แต่ทีเด็ดของทั้งสองเมนูก็คือน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เป็นที่ล่ำลือในความแซ่บเด็ดมาตั้งแต่ร้านดั้งเดิม เพราะขึ้นชื่อว่าใช้มะนาวแท้ มีให้เลือกจิ้มสองแบบคือสีเขียวรสเปรี้ยวเผ็ด กับสีแดงรสหวานเผ็ด แต่ถ้าจะนัวที่สุดก็คือจับผสมไปเลยจ้า

ส่วนถ้าใครอิ่มกับมื้อหนักจบแล้ว อยากจะปลอบประโลมท้องด้วยเครื่องดื่มสดชื่น ๆ ก็ลองสั่งเมนูโซดาต่าง ๆ ที่ทางร้านเขาคิดมาแล้วว่า เหมาะจะดื่มคู่กับอาหารทะเล วันนี้เราลองสั่ง เสาวรสอิตาเลียนโซดา (95 บาท) มาดื่มระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งการที่เขาใช้เสาวรสสด ๆ มาคั้นเอาน้ำ แล้วผสมกับโซดา ก็ทำให้ความหวานอมเปรี้ยวของเสาวรสแท้เข้ากันดีกับรสชาติของอาหารทะเล

ส่วนอีกแก้วที่เราลองสั่งมาดื่มหลังมื้ออาหารก็คือ เดอะซีฟู้ดอิตาเลียนโซดา (85 บาท) ที่เป็นสูตรที่คุณเกศคิดเอง และเตือนไว้ก่อนว่าใครที่ไม่ชอบมินต์อาจมีผงะ เพราะเขาใส่มินต์มาแบบเต็มช็อต ผสมกับบลูฮาวายโซดา แก้วนี้เราแนะนำให้สั่งมาดื่มเป็นการกลบกลิ่นปากที่อาจเกิดจากการทานมื้อแซ่บ ๆ แบบนี้ ซึ่งทางร้านเขาก็คิดมาให้เราได้สั่งเพื่อกาลนี้แหละ
Soimilk Says: เราว่านี่คือร้านอาหารที่ ‘ปลอดภัย’ ทั้งในแง่ของเมนู คือเราเข้ามาก็จะได้เจอกับเมนูที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ทุกเมนูเขาใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องวัตถุดิบและรสชาติจริง ๆ ปลอดภัยที่สองคือในเรื่องของความสะอาด เพราะเป็นร้านที่เราสามารถนั่งทานซีฟู้ดได้แบบสบายใจไม่ต้องกลัวเสาะท้อง ปลอดภัยสุดท้ายคือ ถ้าอยากลิ้มลองรสชาติสตรีตฟู้ดเยาวราชแบบขยับลุกนั่งสบาย ที่นี่คือใช่เลยล่ะ และอย่างที่บอกว่าควรไปสัก 3 คนขึ้นไปนะ เพราะแต่ละเมนูคือจานใหญ่มากแม่