Skip to main content
AdSense

The Seafood Cafe and Restaurant คาเฟ่ที่เสิร์ฟซีฟู้ดแบบจริงจังตามวิถี ‘Seafoodism’ ใจกลางเยาวราช

กินปูดูกุ้ง แล้วก็กินกุ้งด้วย

The Seafood Cafe and Restaurant คาเฟ่ที่เสิร์ฟซีฟู้ดแบบจริงจังตามวิถี ‘Seafoodism’ ใจกลางเยาวราช
February 3, 2020 Bangkok time
ใครที่ผ่านไปมาบริเวณ ถ.ผดุงด้าว หรือสตรีตฟู้ดแห่งย่านเยาวราชในยามค่ำคืนบ่อย ๆ ก็อาจจะคุ้นตากับร้านอาหารซีฟู้ดริมทาง ที่มีทีมพนักงานเสื้อเขียวคอยให้บริการคนที่มาต่อคิวรอกันตั้งแต่ช่วงเย็น ซึ่งเอกลักษณ์เสื้อสีเขียวของทีมพนักงานนี้ก็โดดเด่น จนทำให้ใคร ๆ ก็พากันเรียกร้านอาหารซีฟู้ดเก่าแก่ที่ปักหลักใจกลางเยาวราชมานานกว่า 30 ปีแห่งนี้ว่า ‘ร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว’ จนแทบจะไม่เรียกชื่อร้านจริงกันแล้ว
 
 
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตำนานความอร่อยของ ‘ร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว’ หรือชื่อจริงว่า T&K Seafood (ต๋อย & คิดซีฟู้ด) ก็ได้ขยับขยายที่ทางมายังอีกฝั่งหนึ่งของถนน ลึกเข้ามาในซ.ผดุงด้าว ที่เราจะสามารถสะดุดตากับหน้าร้านสีเขียวสด มองเผิน ๆ ก็อาจจะคิดว่า มีร้านชิค ๆ คาเฟ่เก๋ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นร้านใหม่กลางเยาวราชอีกแล้ว แต่ถ้าเราไม่ลองเดินเข้าไปในร้าน เราก็จะไม่รู้เลยว่า สีเขียวที่เห็นเป็นจุดเด่นของหน้าร้าน ที่จริงแล้วคือสัญลักษณ์ที่รับสืบทอดมาจากตำนานความอร่อยแห่งเยวราช หรือร้านซีฟู้ดเสื้อเขียวนั่นเอง
 
 
 
The Seafood Cafe and Restaurant คือชื่อร้านอาหารทะเลที่ทางร้านยืนยันว่า แม้บรรยากาศจะดูโคซี่นั่งได้ยาว ๆ แบบคาเฟ่ แต่ก็เสิร์ฟเมนูซีฟู้ดแบบจริงจังที่รสชาติไม่อ่อนโยนเหมือนบรรยากาศภายในร้านแน่นอน ตัวร้านเป็นอาคารตึกแถว 3 ชั้น ที่แต่ละชั้นเขาตั้งใจตกแต่งด้วยศิลปะและสีสันสไตล์โมเดิร์นไชนีส เพื่อสะท้อนถึงการเป็นรุ่นลูกหลานของครอบครัวเยาวราช และเป็นการประกาศการมาถึงของคนเยาวราชเจนฯ ใหม่
 
 
ไอเดียของการทำร้านอาหารซีฟู้ดในบรรยากาศคาเฟ่และบาร์ก็มาจาก คุณเกศ เกศรา เบญกานี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านซีฟู้ดเสื้อเขียว ที่อยากจะนำเสนอปรัชญาการทำและทานซีฟู้ดที่ซึมซับมาจากการเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่คุณพ่อรับช่วงต่อร้านอาหารซีฟู้ดมาจากคุณปู่ คุณเกศเป็นคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นว่า มีศาสตร์บางอย่างซ่อนอยู่ในวิถีของอาหารทะเลที่คนรุ่นใหม่อาจจะเข้าไม่ถึง เพราะอาหารทะเลมีราคาแพง และร้านที่เป็นตัวจริงด้านอาหารทะเลก็มักเป็นบรรยากาศแบบเหลา หรือร้านอาหารแบบครอบครัว ที่ไม่ค่อยต้อนรับคนรุ่นใหม่เท่าไหร่ คุณเกศจึงนำปรัชญาร้านอาหารของร้านดั้งเดิมข้ามฝั่งมาไว้ในร้านบรรยากาศคาเฟ่ เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสวิถีของซีฟู้ดสไตล์เยาวราชแท้ ๆ ได้อย่างไม่ขัดเขิน
 
 
‘Seafoodism’ คือคำนิยามอาหารทะเลที่เสิร์ฟในร้าน ซึ่งเป็นคำที่คุณเกศคิดขึ้นเองระหว่างที่พยายามรวบรวมสูตรและตำรับซีฟู้ดในวิถีที่คุณปู่ส่งมาให้คุณพ่อ แล้วก็ตกทอดมาถึงคุณเกศอีกทีหนึ่ง สำหรับคุณเกศและครอบครัว ซีฟู้ดไม่ใช่แค่อาหารที่ปรุงจากสัตว์ทะเล แต่เป็นศาสตร์ของการนำอาหารจากวัตถุดิบใด ๆ ก็ตามที่ท้องทะเลมอบให้มาปรุงโดยยังคงรสชาติหรือกลิ่นอายของแหล่งที่มาไว้ ความสดของอาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่ที่นี่ใส่ใจ แต่เป็นการเลือกสรรเมนูที่จะดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้ดีที่สุด
 
 
เมนูแรกที่เราอยากแนะนำให้สั่งก็คือ ขลุ่ยปู (120 บาท) หรือปอเปี๊ยะทอดไส้ปู ซึ่งเป็นเมนูที่ที่ไม่มีให้สั่งที่ร้านต้นตำรับ จานนี้เหมาะจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือสั่งมานั่งทานสบาย ๆ กับเพื่อนก็ได้ แต่ในความสบาย ๆ ก็สอดแทรกมาด้วยเนื้อปูแน่น ๆ ล้วน ๆ ไม่ผสมมันหมูเหมือนร้านทั่วไป ปรุงรสแบบเข้มข้นหอมพริกไทย ที่พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นจานที่หมดก่อนใครเพื่อน เพราะกินเพลินสุด ๆ
 
 
จาน (หรือหม้อ) ถัดมาคือ มาม่าต้มยำทะเล (220 บาท) ที่อาจจะดูเป็นเมนูธรรมดาที่หาทานได้ทั่วไป แต่เราอยากให้ลองสั่งของร้านนี้มาลองชิมเพื่อตัดสินใจดูอีกที เพราะความเด็ดของเขาอยู่ที่น้ำต้มยำรสชาติเข้มข้นที่ทานแล้วต้องซู้ดปาก เป็นรสชาติต้มยำที่ถูกต้องคือมีความเข้มข้นของพริกเผา เปรี้ยวแบบไม่หวงมะนาว และหอมเครื่องต้มยำแบบยกมาทั้งสวนข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใครที่ไม่ทานเผ็ดก็ขอแนะนำให้สั่งว่าไม่เผ็ดนะ ส่วนวัตถุดิบซีฟู้ดที่ใส่มาก็บอกเลยว่า เขายกทะเลมาใส่ไว้ในหม้อแบบไม่ให้เสียชื่อร้านซีฟู้ด 30 ปี 
 
 
มาถึงเมนูไฮไลต์ของทางร้าน ที่นำเมนูขึ้นชื่อของฝั่งร้านดั้งเดิมมาเสิร์ฟแบบกระทะร้อน ซึ่งมีให้เลือก 3 อย่าง คือ ทะเลกระทะร้อนซอสกระเทียม ทะเลกระทะร้อนซอสไข่เค็ม และทะเลกระทะร้อนซอสพริกไทยดำ
 
 
เมนูที่เราเลือกวันนี้ก็คือ ทะเลกระทะร้อนซอสพริกไทยดำ (850 บาท) ที่เหมือนเขายกยกทะเลมาไว้ในจานเดียวอีกแล้ว และบอกเลยว่าเมนูนี้ควรสั่งเมื่อมากับแก๊งเพื่อน 3 คนขึ้นไป เพราะเขาให้ปูทะเล กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ หมึกหอมเนื้อแน่น และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเบิ้ม แบบเรียกได้ว่าถมมาให้เต็มกระทะ ซึ่งท่ามกลางความเข้มข้นของซอสพริกไทยดำรสกลมกล่อม เราก็ยังรับรสได้ถึงความสดของวัตถุดิบแบบเต็ม ๆ
 
 
 
ส่วนใครที่เป็นสายกินจุบจิบแบบแซ่บ ๆ น้ำจิ้มเด็ด ๆ ก็คงไม่พลาดสั่งกุ้งแม่น้ำเผาจากอยุธยา (300 บาท) มาทานกันให้สาแก่ใจ โดยเป็นกุ้งขนาดกลางที่ความสดระดับแม็กซ์เสิร์ฟมา 6 ตัวเท่ากันทุกจาน และอีกหนึ่งเมนูฮิตติดลมบนที่ทางร้านเขาก็มีให้เลือกสั่ง ก็คือไข่ดองน้ำปลา (450 บาท) ที่ทางร้านใช้ปูทะเลไข่แน่นมาดองโซดานานจนแน่ใจว่าสะอาดปลอดภัย แล้วจึงราดด้วยน้ำปลาที่ปรุงด้วยสูตรของทางร้าน แต่ทีเด็ดของทั้งสองเมนูก็คือน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เป็นที่ล่ำลือในความแซ่บเด็ดมาตั้งแต่ร้านดั้งเดิม เพราะขึ้นชื่อว่าใช้มะนาวแท้ มีให้เลือกจิ้มสองแบบคือสีเขียวรสเปรี้ยวเผ็ด กับสีแดงรสหวานเผ็ด แต่ถ้าจะนัวที่สุดก็คือจับผสมไปเลยจ้า
 
 
ส่วนถ้าใครอิ่มกับมื้อหนักจบแล้ว อยากจะปลอบประโลมท้องด้วยเครื่องดื่มสดชื่น ๆ ก็ลองสั่งเมนูโซดาต่าง ๆ ที่ทางร้านเขาคิดมาแล้วว่า เหมาะจะดื่มคู่กับอาหารทะเล วันนี้เราลองสั่ง เสาวรสอิตาเลียนโซดา (95 บาท) มาดื่มระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งการที่เขาใช้เสาวรสสด ๆ มาคั้นเอาน้ำ แล้วผสมกับโซดา ก็ทำให้ความหวานอมเปรี้ยวของเสาวรสแท้เข้ากันดีกับรสชาติของอาหารทะเล
 
 
ส่วนอีกแก้วที่เราลองสั่งมาดื่มหลังมื้ออาหารก็คือ เดอะซีฟู้ดอิตาเลียนโซดา (85 บาท) ที่เป็นสูตรที่คุณเกศคิดเอง และเตือนไว้ก่อนว่าใครที่ไม่ชอบมินต์อาจมีผงะ เพราะเขาใส่มินต์มาแบบเต็มช็อต ผสมกับบลูฮาวายโซดา แก้วนี้เราแนะนำให้สั่งมาดื่มเป็นการกลบกลิ่นปากที่อาจเกิดจากการทานมื้อแซ่บ ๆ แบบนี้ ซึ่งทางร้านเขาก็คิดมาให้เราได้สั่งเพื่อกาลนี้แหละ
 
Soimilk Says: เราว่านี่คือร้านอาหารที่ ‘ปลอดภัย’ ทั้งในแง่ของเมนู คือเราเข้ามาก็จะได้เจอกับเมนูที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ทุกเมนูเขาใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องวัตถุดิบและรสชาติจริง ๆ ปลอดภัยที่สองคือในเรื่องของความสะอาด เพราะเป็นร้านที่เราสามารถนั่งทานซีฟู้ดได้แบบสบายใจไม่ต้องกลัวเสาะท้อง ปลอดภัยสุดท้ายคือ ถ้าอยากลิ้มลองรสชาติสตรีตฟู้ดเยาวราชแบบขยับลุกนั่งสบาย ที่นี่คือใช่เลยล่ะ และอย่างที่บอกว่าควรไปสัก 3 คนขึ้นไปนะ เพราะแต่ละเมนูคือจานใหญ่มากแม่
 
The Seafood Cafe and Restaurant เวลาทำการ วันพฤหัสถึงอังคาร (ปิดวันพุธ) 11:00 - 23:00 น. ถ.ผดุงด้าว เยาวราช MRT วัดมังกร แล้วเดินต่อ 300 เมตร ติดตามข่าวสารได้ที่ fb.com/TheSeafoodCafeandRestaurant และ Line ID: @theseafoodcafe_bkk
AdSense
AdSense
AdSense