Skip to main content
AdSense

เปิดประสบการณ์มื้ออาหารใหม่ ๆ กับ Digital Delicious ที่เปิดทุกโสตสัมผัสด้วยอาหารและดิจิทัลอาร์ต

เปิดโสตทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

เปิดประสบการณ์มื้ออาหารใหม่ ๆ กับ Digital Delicious ที่เปิดทุกโสตสัมผัสด้วยอาหารและดิจิทัลอาร์ต
October 22, 2019 Bangkok time
พักหลังมานี้ต้องบอกว่าประสบการณ์ในการรับประทานอาหารนั้น แค่อาหารอร่อย บรรยากาศดี อาจไม่พอเสียแล้ว บางทีชีวิตเราอาจต้องการความหวือหวากว่านั้น เพื่อให้เกิดการจดจำและความประทับใจมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งสามารถเอาสิ่งใหม่ ๆ มา Pairing กับมื้ออาหารได้อย่างน่าตื่นตา ก็ยิ่งสร้าง Talk of the town ได้ดี แถมพวกเราที่ได้ไปชิมอาหารมื้อนั้นยังพอใจที่ได้รูปใหม่ ๆ มาโพสต์ลงโซเชียลมีเดียด้วย! (เอ๊ะ อันนี้น่าจะสำคัญที่สุดสินะ)
 
 
อย่างล่าสุดในบ้านเราก็มีคอร์สอาหารที่ผสมผสาน "ดิจิทัลอาร์ต" เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วยอย่าง Digital Delicious - The Happening Xperiences ซึ่งเราเองมีโอกาสเข้าไปลองชิม (ทั้งอาหารและประสบการณ์ดิจิทัล) มาแล้ว ต้องบอกว่าว้าวจริง ๆ แหละ หลายคนอาจคุ้นเคยกับการนำงานด้านดิจิทัลมาใช้ร่วมกับมื้ออาหารมาก่อนหน้านี้ อย่าง Le Petit Chef Bangkok ที่จับเอาเทคนิค Projection Mapping แอนิเมชั่นน่ารัก ๆ ลงไปทั้งบนโต๊ะอาหาร และจานอาหาร ใส่เรื่องราวที่มาของอาหารแต่ละจานที่นำมาเสิร์ฟได้อย่างน่าสนใจ แต่กับคอร์ส Digital Delicious นี้ขอบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าเยอะ เพราะเล่นขนมัลติมีเดียมาแน่นแบบว่า ซีนอาหารก็เด่น ซีนดิจิทัลก็ละสายตาไม่ได้เลยจ้า
 
 
 
ที่จริงแล้วโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นจากบริษัทดิจิทัลชื่อ Doozy Digilab ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ในประเทศไทย สำหรับเราที่อาจไม่ได้คลุกคลีในวงการนิวมีเดีย อาจไม่คุ้นเคยชื่อของ Doozy นัก แต่กับคนที่อยู่ในวงการนี้ต้องบอกเลยว่าพวกเขาคือคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตาในการหยิบเอางานดิจิทัลอาร์ตมาเพิ่มมูลค่าให้น่าสนใจ ซึ่งนี่ก็เป็นโปรเจ็กต์แรกของเขาที่ชักชวนผู้คนในสายงานต่าง ๆ เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานด้วยกัน (แถมทุกคนที่ทำงานชิ้นนี้ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ และเป็นคนไทยทั้งหมดเลยด้วยนะ) ทั้งนักวาดภาพประกอบที่สร้างสรรค์ภาพทั้งหมดใน Digital Delicious, นักคีตกวีที่ออกแบบดนตรีประกอบภาพและอาหารแต่ละจาน, มิกซ์โลโลจิสต์ นักออกแบบกลิ่น และเซเลบริตี้เชฟชื่อดังในวงการอาหาร ที่มารังสรรค์จานอาหารในสไตล์ Fine Dining ให้เข้ากับคอนเซปต์โดยรวมทั้งหมดด้วย นี่เป็นการจับมือกันที่น่าสนใจทีเดียว
 
ส่วนถ้าใครคิดว่าแค่ Mapping ภาพลงบนจานอาหารและโต๊ะอาหารนั้นน่าตื่นตาแล้ว ขอบอกว่าใน Digital Delicious นั้นมีดิจิทัลอาร์ตมากกว่าเยอะ เริ่มตั้งแต่ 4D Mapping ที่ฉายภาพลงบนจานอาหารเหมือนกัน, Interactive Multimedia ที่ฉายภาพรองห้องเราแบบ 360 องศา สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี รวมถึงโต๊ะอาหารก็ธรรมดาที่ไหน เพราะนี่คือ Multi-Touch Table ที่ฉายภาพบนโต๊ะ และเรายังเล่นสนุก ๆ กับภาพที่ปรากฎบนโต๊ะได้อีกด้วยนะ
 
เพราะห้องอาหารมีขนาดไม่ใหญ่มาก รองรับได้เพียง 20 ที่นั่งต่อรอบ เราจึงต้องจองที่นั่งกันเข้ามาก่อนด้วย ซึ่งหลังจากที่ทาง Doozy เปิดประตูให้เราเข้าไปด้านในได้แล้ว สิ่งแรกที่เห็นคือชื่อของเราที่ปรากฎอยู่บนโต๊ะ ให้เราได้เดินเข้าไปนั่งกันอย่างถูกที่ เรียกว่าใช้มัลติมีเดียได้เก๋ไก๋มาก แถมยังว้าวกว่าแค่มีป้ายชื่อมาตั้งเฉย ๆ บนโต๊ะอีกด้วยนะ   
 
 
 
เมื่อแขกเข้ามาครบทุกที่นั่งแล้ว ก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลา อย่างคอร์สที่เราเลือกมาในครั้งนี้เป็นคอร์สอาหารกลางวัน ซึ่งทางคอร์สเขานำเสนอผ่านคอนเซปต์ Parallel Universe ผ่านโลกแฟนซีที่จะพาเราเข้าไปตะลุย 4 อาณาจักร เริ่มแรกที่ Caste in the sky ที่รอบ ๆ ตัวเราจะฉายภาพเป็นปราสาทลอยฟ้าสวยงาม บนโต๊ะเองก็มีฉายภาพกราฟิกลายเส้นวงกลมซ้อนกันทรง Mandala ชวนสงสัย โดยพนักงานจะเสิร์ฟเป็นคานาเป้ 3 คำเล็ก ๆ ที่หน้าตาดูเหมือนเป็นของหวาน แต่ที่จริงแล้วเป็นของคาวต่างหาก ประกอบไปด้วยแซลมอนกราฟลักซ์กับทาทาร์ซอส, ครีมบูเล่กับมูสฟัวกราส์ และ Macaron ไส้หมูที่ชวนแปลกใจมาก ๆ ถึงอย่างนั้นก็เป็นจานแรกที่เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี
 
 
 
ต่อด้วยคอร์สที่สอง ที่พาเราออกท่องดินแดนแห่งดอกไม้อย่าง The Garden Of Dreams ที่มีความพิเศษอยู่ที่ในจานอาหารของเราจะมีน้องผีเสื้อบินอยู่รอบ ๆ จานตลอดเวลาที่เรากินอาหารนั้นอยู่ด้วย ส่วนบนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้บานไปทั่ว ซึ่งถ้าเราเอามือไปแตะดอกไม้บนโต๊ะ ดอกไม้ก็จะหุบลงทันที กินอาหารไปเล่นไปก็สนุกดีนะ ส่วนจานอาหารเสิร์ฟเป็นแก้มหมูกับแคร์รอตเพียวเร โรยมาด้วยผักใบเขียวที่เหมือนสวนประดับขนาดย่อม ๆ
 
 
คอร์สที่สามจะพาเราดำดิ่งลงในดิ อ็อกแลนติส เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา ทั้งแมงกระพรุน วาฬ และสัตว์ทะเลต่าง ๆ ในคอร์ส Deep Blue Sea ซึ่งจานอาหารก็ถูกครีเอตออกมาได้เข้ากับคอนเซปต์นี้เป็นอย่างดี โดยเสิร์ฟเป้นริซอตโตหมึกดำ ท็อปด้วยหนวดอ็อกโทพุสเนื้อนุ่ม ตกแต่งด้วยใบซอร์เรล 
 
 
 
ปิดคอร์สนี้ด้วยการพาเราออกไปสู่อวกาศเสียเลย กับคอนเซปต์ A Space Odyssey ที่นอกจากภาพรอบตัวจะเป็นดวงดาวในระบบสุริยะแล้ว บนโต๊ะของเรายังฉายเป็นกาแลกซี ที่สามารถอินเตอร์แรคกับคนอื่น ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะกันได้ เพียงเอามือวางไว้บนโต๊ะ ก็จะมีเส้นแสงวิ่งโยงไปมาระหว่างมือของกันและกัน ทำให้เราสนุกไปกับวิชวลที่มี และยังได้สร้างความสัมพันธ์เพิ่มเติมกับเพื่อร่วมโต๊ะได้ด้วย ส่วนเมนูปิดท้ายจะเป็นของหวานอย่างเค้กช็อกโกแลตพราลีนและแอพริคอต ที่ดีไซน์ชิ้นชนมออกมาเหมือนอยู่ในกาแลกซีสีม่วงสวย โรยด้วยครัมเบิลกรุบกรอบ ส่วนตัวเราว่าขนมชิ้นนี้หวานไปนิดหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นการปิดท้ายคอร์สอาหารกลางวันนี้ได้โอเคทีเดียว
 
Soimilk Says: ที่จริงแล้วในโปรเจ็กต์ Digital Delicious นี้ยังมีให้เลือกนอกจากมื้อเที่ยงด้วยนะ โดยมีมื้อเย็น อาฟเตอร์นูนที และปาร์ตี้เซคชั่น โดยดิจิทัลอาร์ตของทุกคอร์สก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย ส่วนเชฟที่มารังสรรค์ก็ต่างกันไปด้วย อย่างคอร์สมื้อกลางวันนี้ได้เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟรุ่นใหม่ที่ได้รางวัลระดับโลกนั่นเอง และยังมีเชฟเอริก-เอริก ไวด์มันน์ เชฟกระทะเหล็กจาก Oriental Residence Bangkok, เชฟแต-จันทร์ชนก สุนทรญาณกิจ เชฟทำขนมอบชื่อดัง และคุณเค-อานนท์ ฮุนตระกูล ครีเอทีฟมิกโซโลจิสต์ ก็มาร่วมรังสรรค์ของดีของเด็ดด้วย
 
Digital Delicious จำกัดรอบละ 20 ท่าน มื้อกลางวันราคา 3,290++ บาท, มื้อเย็นราคา 3,590++ บาท, ปาร์ตี้ราคา 3,590++ บาท และอาฟเตอร์นูนที ราคา 1,690++ บาท สำรองที่นั่งที่ www.digitaldelicious.net
1 พ.ย. 62-12 ม.ค. 63 โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ถ.วิทยุ BTS เพลินจิต
 
 
AdSense
AdSense
AdSense