เมื่อปีก่อนเราเคยพาทุกคนขึ้นไปทัวร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ บน NA-OH อากาศยานแห่งจินตนาการที่ตั้งอย่างงามสง่าอยู่ใจกลางครีเอทีฟสเปซอย่าง ช่างชุ่ย กันมาแล้ว (ย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่: พาทัวร์ยาน NA-OH พิพิธภัณฑ์สัตว์สตาฟบนซากเครื่องบินกลางช่างชุ่ย!) ใครที่เคยสงสัยว่า คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Flynow และเป็นเจ้าของพื้นที่สุดครีเอททีฟแห่งนี้จะมีโปรเจ็กต์อะไรต่อกับซากเครื่องบินและสัตว์สตาฟด้านบน วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว



ฤกษงามยามดีตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 61 เป็นต้นไป ที่ด้านในของเครื่องบินพาณิชย์รุ่น Lockhead L1011 Tristar ของสายการบิน Thaisky Airline ที่ปลดประจำการไปตั้งแต่ พ.ศ. 2506 จะกลับมาเปิดต้อนรับแขกเหรื่ออีกครั้ง แต่รอบนี้แน่นอนว่ามันไม่มาในรูปแบบอากาศยาน แต่เปิดทำการเป็นร้านอาหารหรูสไตล์ Fine Dining ที่ได้ทีม Bondi Belly นำโดย คุณแม็ก-นที เล้ารุ่งเรืองเดช เจ้าของคาเฟ่ชื่อดังในซิดนีย์ และเชฟโอนะ-โมน ธีระธาดา เชฟอายุ 19 ที่เฝ้าใคร่ครวญถึงความเป็นไปได้ของเมนูอาหารบนยาน NA-OH ยานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรือโนอาห์ บอกเล่าถึงจานอาหารที่หลงเหลือหลังวันอวสานของโลก จนกลายมาเป็นอาหาร Fine Dining ในธีม Futuristic Food หรืออาหารแห่งโลกอนาคต (ทื่ไม่มีโลกแล้ว) นั่นเอง
ปฐมบทแรก
'Diaspora' คือชื่อของบทที่หนึ่ง เป็นชื่อที่ทางคุณลิ้มและทีม Bondi Belly เลือกใช้เป็นแกนหลักที่จะบอกเล่าเรื่องราวอาหารของ 'คนพลัดถิ่น' ที่จะถูกเสิร์ฟบนยาน NA-OH ลำนี้ โต๊ะอาหารส่วนใหญ่ถูกจัดวางไว้ริมผนังเครื่องบินเก่า แสงสลัวและเสียงดนตรีแนว Theatrical ส่งให้สัตว์สตาฟนานาชนิดที่จัดวางอยู่ในตู้โชว์กลางลำดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมา


คอร์สนี้เริ่มจาก Amah ไหผักดองไหเล็ก ๆ คือคอร์สแรกจากบรรดาอาหารทั้งหมดที่เราได้ลิ้มลองบน NA-OH และต่อด้วยคอร์สที่สองที่เราชอบมากคือ Fake Fertile เห็ดพอร์โทเบลโลชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟมาพร้อมปลากระพงแดงและซอสมันกุ้ง แค่สองจานแรกเชฟก็ไม่เกริ่นอะไรให้เสียเวลา แต่กระแทกหน้าเราเต็ม ๆ ด้วยรสชาติแห่งความหวัง ความศรัทธา และสิ่งที่หลงเหลือมาจากอารยธรรมบนโลก สื่อสารออกมาผ่านรสชาติจัดจ้านที่มีแกนหลักเป็นรสชาติกลิ่นอายเอเชียที่เชฟถนัด

ต่อด้วย Remain จานหลักของคอร์สที่สื่อถึงวัตถุดิบที่ยังหลงเหลืออยู่และเป็นที่ต้องการของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ อย่างไขมันสัตว์จากหมูสามชั้น ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสคาราเมลรสหวาน-เค็ม เสิร์ฟเคียงกับข้าวปิ้งในใบตองและบล็อคโคลี่

ของหวานปิดท้ายมีชื่อว่า Not just a potato หน้าตาดูเป็นมันเผาธรรมดา (ซึ่งก็ธรรมดาจริง ๆ นั่นแหละ) แต่เชฟแทรกความหวานเย็นของไอศกรีมรัมเรซินลงไปด้วย ถึงโดยรวมแล้วจานนี้จะออกมาดูธรรมดาอยู่ดีสำหรับเรา แต่ก็ถือเป็นจานปิดท้ายที่อิ่มท้องดี (หลังจาก 3 คอร์สแรกที่ผ่านมา ยังไม่ได้ครึ่งกระเพาะเลยเด้อ)
Futuristic Food ในแบบวันอวสานโลก
ถ้าให้พูดถึง Futuristic Food หรือ อาหารแห่งโลกอนาคต สิ่งที่หลายคนจินตนาการไว้อาจจะเป็นอะไรที่ตรงข้ามทุกอย่างกับอาหารบนยาน NA-OH เลยก็เป็นได้

เพราะ Futuristic Food ของร้านอาหารแห่งนี้ นำเสนอโลกอนาคตที่ไม่ได้ล้ำสมัย ไม่มีเทคโนโลยีไฮเทคไว้ประกอบอาหาร หากแต่เป็นโลกอันแร้นแค้นที่ห้องอาหารบนยาน NA-OH แห่งนี้ต้องแบกรับเอาวัฒนธรรมของคนทั้งโลกที่ยังหลงเหลืออยู่มาประกอบเป็นอาหารจานพิเศษ แน่นอนว่าเราจะไม่ได้เห็นอาหารหน้าตาแปลก ๆ จำพวก Molecular Gastronomy แต่เราจะได้ชิมอาหารจากการหมักดอง เผาด้วยฟืน หรือตากแห้งด้วยแดดที่ไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้นแต่มันคือความรู้สึกที่แขกของร้านนี้ต้องมาซึมซับเอาเอง
บทต่อไป
ขณะที่ Diaspora หรือปฐมบทแรกจะถูกเสิร์ฟแค่ภายในระยะเวลา 3 เดือนแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่บทต่อ ๆ ไปของยาน NA-OH ที่เชฟโอนะแอบเกริ่นออกมาว่าจะเกี่ยวกับเรื่องราวของเด็กน้อยและชายแก่บนยานลำนี้ ใครที่ไม่อยากพลาดปฐมบทแรกและอยากมาเดินทางไปกับยานลำนี้ก่อนใคร สามารถจองคอร์สอาหารล่วงหน้าได้ในราคา 1,500 2,500 และ 5,500 บาท แล้วอีก 3 เดือนเราจะมาอัพเดทคอร์สใหม่ให้ฟังกันนะ !



Soimilk Says: ใครที่ชอบเสพทุกมิติในจานอาหาร ที่ไม่แค่รสชาติหรือความหรูหรา แต่รวมไปถึงพรีเซนเทชั่นของแต่ละจาน การนำเสนอแปลกใหม่เช่นการมีพนักงานเสิร์ฟมาอ่านกลอนให้ฟังก่อนทาน เรื่องเล่าของแต่ละจานที่เกิดจากจินตนาการของเชฟถึงวันสิ้นโลก รวมถึงบวกคะแนนให้กับโชว์แสงสีเสียงสุดท้ายหลังจบคอร์สที่เอาใจเราไปเต็ม ๆ ใครที่ชอบกลิ่นอายของความลึกลับและแหวกแนวแบบนี้ จะเข้าใจว่าทำไมนี่ถึงเป็นคอร์สอาหาร Fine Dining ที่เราอยากให้ทุกคนมาลองด้วยตัวเองซักครั้งหนึ่งในชีวิต !
NA-OH โครงการช่างชุ่ย (Changchui) 462 ถ.สิรินธร บางพลัด เวลาทำการ พฤหัสบดี - อังคาร 18:00-23:00 น. (ปิดวันพุธ) โทร. 081-817-2888 www.fb.com/ChangChuiBKK