Skip to main content
AdSense

LAFF Cafe คาเฟ่สไตล์อังกฤษที่ทำให้เราหลงใหลในความเรียบง่ายเหมือนนั่งอยู่ในบ้าน

คาเฟ่สีน่ารัก

LAFF Cafe คาเฟ่สไตล์อังกฤษที่ทำให้เราหลงใหลในความเรียบง่ายเหมือนนั่งอยู่ในบ้าน
October 30, 2018 Bangkok time
ว่ากันว่าสถานที่ใดมีเสียงหัวเราะนั่นเท่ากับกำลังต้องมนตร์สะกดแห่งความสุข ดั่งคาเฟ่น้องใหม่ย่านสุขุมวิทที่หยิบยกแรงบันดาลใจจากเสียงหัวเราะมามาสร้างเป็นชื่อร้านโดยใช้คำว่า Laugh เลียนคำมาเป็นชื่อร้านว่า LAFF Cafe ให้มีลักษณะพ้องเสียงกันแต่คงไว้ซึงความหมายเดิม  ร้านเพิ่งเปิดเมื่อช่วงเดือนต้นตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา มีผู้จัดการร้านอย่าง คุณบูม และ เจ้าของร้านคือ คุณฟง ช่วยกันบริหารจัดการร้าน และได้คุณพ่อรับหน้าที่ดูในส่วนของกาแฟ ส่วนคุณแม่นั้นดูในส่วนของเบเกอรีอร่อย ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่นั่งทำงาน ทานขนม จิบกาแฟ เครื่องดื่ม หรือนัดหมายนั่งเล่นนั่งคุย ที่นี่ก็น่าจะเป็นอีกสถานที่ในตัวเลือกของเราได้เช่นกัน เพราะร้านมีความตั้งใจอยากให้คาเฟ่นี้เป็นกันเองเหมือนเราได้นั่งอยู่ในบ้าน บ้านซึ่งมีความหอมอบอวลไปด้วยกินกาแฟและเบเกอรี
 
 
 
พิกัดอยู่ในซอยสุขุมวิท 50 ใครบอกว่าไกลเราจะบอกว่าคิดผิด เพราะที่ไหนมีรถไฟฟ้าฉันใด ที่นั่นก็ใกล้ฉันนั้น เพียงเดินเล่น ๆ เข้ามาจากปากซอยราว 300 - 400 เมตร เราก็จะได้เห็นสถาปัตยกรรมสไตล์อังกฤษ เดิมทีนั้นที่นี่เป็นอาคารที่เคยเป็นห้องตัดเสื้อมาก่อน ผ่านกระบวนการรีโนเวตเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นคาเฟ่สีเขียวโทน Sacramento  ที่กลมกลืนกับสีเขียวจากธรรมชาติของต้นไม้รอบ ๆ ต้องบอกเลยว่าเมื่อเข้าไปด้านในเราจะรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่เปิดต้อนรับให้แขกทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่แห่งนี้อย่างเป็นกันเอง
 
 
 
ภายในร้านดึงความรื่นรมย์จากธรรมชาติมาใช้ประดับตกแต่ง เราจะได้เห็นต้นไม้ขนาดเล็กไปถึงกลางหลายต้น ห้อยระโยงระยางตามจุดต่าง ๆ ตัดสลับกับเฟอร์นิเจอร์ลายไม้ สร้างความกลมกลืน เดินลึกเข้าไปอีกโซนจะพบความกว้างขวางจากเพดานที่ยกสูงขึ้นคล้ายสไตล์โรงนาหรือโบสถ์ในอังกฤษ สร้างความสบายตาด้วยสีเขียวตัดสลับขาวนึกถึงหมวดของสี Pantone สุด ๆ แต่ระวังนะ! เพราะในโซนนี้เชื่อว่าทุกคนจะกดถ่ายรูปกันจนลืมดื่ม มุมสวย ๆ หลายมุมบวกกับชุดสีและแสงที่กำลังดีทำให้อดใจยากที่จะหยิบกล้องขึ้นมาสักแชะสองแชะ
 
 
คาเฟ่แห่งนี้พิถีพิถันเรื่องของกาแฟ จึงทำให้มีลักษณะรสชาติเฉพาะเป็นของตัวเอง ตัวเมล็ดที่ใช้กับกาแฟร้อนได้วัตถุดิบจากโคลอมเบียและบราซิลนำมาผสมกันเป็นสูตรของร้านเองชื่อว่า LAFF Blend เน้นความหอมมันและลดระดับความเปรี้ยวลงเพื่อให้ตอบรับกับลักษณะการดื่มกาแฟของคนไทยส่วนมาก ส่วนเมนูเย็นนั้นจะใช้เมล็ดชื่อว่า House Blend ได้เมล็ดกาแฟจากทางโซนภาคเหนืออย่างเชียงรายมาเป็นวัตถุดิบ เมนูกาแฟที่เราได้ลองชิมนั้นมีชื่อว่า Flat White (115 บาท) ความน่ารักที่เราถือวิสาสะเรียกว่าเป็นกิมมิกของคาเฟ่แห่งนี้เลยคือ การแนบคุกกี้โฮมเมดสูตรที่คุณแม่เจ้าของร้านเป็นคนทำ นำมาเป็นเครื่องเคียงสำหรับทุกเมนูกาแฟร้อนนั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนจะรักความคุกกี้อัลมอนด์กรุบกรอบนี้เหมือนเราแน่ ๆ
 
 
เมนูเครื่องดื่มที่ทำให้เราแอบถามในใจว่าเอาจริงเหรอ?  นั้นคือ My Passion (180 บาท) ซึ่งชื่อเมนูก็บอกเราเต็มเปาแล้วว่านี่คงเป็นอะไรที่แล้วแต่คนจะชอบแน่ ๆ เพราะแก้วนี้คือ การนำผลไม้อย่าง เสาวรสมาผสมรวมกับกาแฟ ซึ่งต้องบอกว่าประสบการณ์กินดื่มของทุกคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เชื่อว่าหลายคนไม่กล้าที่จะทานผลไม้อย่างเสาวรสอาจจะไปปฏิเสธรสชาติเอาได้ง่าย ๆ แต่ถ้าใครชอบอาจจะกระดกหมดแก้วก็เป็นได้ หรือใครที่เป็นกลางอย่างเรา ชอบที่จะค้นหาอะไรใหม่ ๆ ให้ตัวเองได้ลองก็ขอบอกเลยว่า ลองซะ จิบแรกอาจจะงง ๆ ว่านี่คืออะไร แต่จิบสองสามสี่ต่อมาก็อาจจะคุ้นลิ้นขึ้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าทำให้รสชาติกาแฟเข้มกว่ารสของเสาวรสได้จะดีมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่คือเมนู My Passion จึงไม่แปลกที่จะคงความเป็นส่วนตัวสุด ๆ ใครลองแล้วเป็นยังไงบ้างมาบอกกันด้วยนะ
 
 
อีกหนึ่งเมนูความสดชื่นที่เราได้ลองเป็น Starwberry Lemonade (130 บาท) ความเปรี้ยวของผลไม้สองชนิดที่มาอยู่รวมกันผสมผสานกับโซดาให้ความซ่าเย็นสะใจดีแท้ หลายคนอาจจะยี้กับประเภทเครื่องดื่มแบบอิตาเลียนโซดาก็อาจจะมองว่าต้องเจอไซรัปอีกแล้วสินะ มาที่นี่เราจะได้เครื่องดื่มประเภทอิตาเลียนโซดาที่ใช้ผลไม้สดมาเคี่ยวเป็นซอสสูตรของทางร้านเอง ไม่ได้มีแค่ไซรัปอย่างเดียวเหมือนเคย ๆ แล้วนะ เราจะได้ความสดใหม่จากซอสสดหมักเอง หวานหอมผลไม้ลบภาพความทรงจำเดิมเกี่ยวกับอิตาเลียนโซดาไปเลย
 
 
 
ต้องออกตัวแรงเลยว่าความดีงามของที่นี่คือ ส่วนของเบเกอรีสุดอร่อยฝีมือคุณแม่นั่นเอง เราได้ลองชิม Croissants Almond Cream (130 บาท) ครัวซองก้อนโตหนานุ่มมีครีมราดกับอัลมอนด์สไลด์เพิ่มความหวานและกรอบ (คิดถึงคำนั้นจัง อยากกินอีกกก) ความเด่นของเบอเกอรีที่นี่ยังมีคุกกี้ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตชิป ดาร์กช็อค สตอร์เบอรี่ไวท์ช็อค ดับเบิลช็อค หรือพีนัตบัตเตอร์ไปเลือกลองกันได้เลย ขอแอบกระซิบบอกพวกเรานิดหนึ่งว่า มีเมนูเค้กหนึ่งตัวที่เราสามารถทานได้เฉพาะเสาร์กับอาทิตย์ซึ่งก็หมดเร็วด้วยมาก ๆ เช่นกัน นั่นคือ Coco Paradise (165 บาท) เค้กมะพร้าวน้ำหอมทำสดใหม่บอกเลยว่าถูกปากใครหลายคนมาก
 
 
 
สำหรับคนชอบชีสเค้กต้องบอกว่ายินดีด้วย เพราะที่นี่นั้นมีชีสเค้ก 3 เมนูที่น่าลองทั้งนั้นเลย ตัวที่เราได้ลองคือ Laft Me Tender (195 บาท) เป็นชีสเค้กซิกเนเจอร์ของร้าน รสชาติที่ไม่เปรี้ยวถึงขนาดความเป็นชีสจ๋า ๆ แต่ปรับรสชาติเชื้อเชิญให้คนไม่ชอบชีสสามารถทานได้นี่คือความดีงาม และคนไม่ชอบทานชีสเท่าไหร่แบบเราบอกว่าอร่อยได้นี่คือถือว่าดีไหม ถ้าอย่างไรไปลองดูกันได้ จินตนาการถึงความนุ่มเบาบางของชีสดูสิ ดีมากจนต้องห้ามพลาดเมนูนี้ ชีสเค้กอีกเมนูชื่อว่า Newyork Cheesecake (195 บาท) เค้กเนื้อนุ่มได้ความหวานฉ่ำจากซอสของผลไม้ตระกูลเบอร์รีเข้าไปทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นสักแก้วยิ่งดี หรือใครจะบอกว่าฉันคือแฟนชีสเค้กตัวจริงก็ยังมี French Cheesecake (195 บาท) รอให้ไปตักเข้าปากอยู่แล้วด้วย
 
 
 
บอกแล้วว่าคาเฟ่นี้ต้องการให้รู้สึกเหมือนเราได้นั่งกินดื่มอยู่ในบ้าน สถานที่แห่งนี้จึงเปิดให้เราสามารถเข้าไปนั่งใช้เวลาได้อย่างสบายใจสุด ๆ จะนั่งทำงานก็ได้ ชวนกันไปคุยก็ยังได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถเพราะ มีลานจอดรถขนาดกว้างหน้าบ้านไว้รองรับด้วย มากันเป็นครอบครัวได้สบายมาก
 
LAFF Cafe เวลาทำการ 08:30 - 18:00 น. ทุกวัน ซ.สุขุมวิท 50 โทร. 092-929-8384 BTS อ่อนนุช


 
 
 
 
AdSense
AdSense
AdSense