ถนนเดโช ถนนย่านสุริยวงศ์ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 19 เป็นถนนที่เงียบ สงบ และรมรื่นเหมือนไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง โดยถนนเส้นนี้นี่แหล่ะที่เพิ่งจะมีคาเฟ่แกลเลอรีเปิดใหม่ Monochrome Cafe ที่นอกจากจะชงเครื่องดื่มสไตล์ตามใจลูกค้าแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นแกลเลอรีขนาดย่อม ให้ศิลปินได้แวะเวียนเข้ามาแขวนงานศิลปะในทุก ๆ เดือน แถมอาคารที่เขารีโนเวทยังมีประวัติแสนน่าสนใจ เรื่องราวจะเป็นยังไงก็ต้องล้อมวงเข้ามาฟังกัน

อาคารที่ตั้งของ Monochrome Cafe แต่เดิมมีเจ้าของคืออาจารย์และนักวิชาการด้านการเมืองการปกครองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ชัยวัฒน์ สภาอานันท์ โดยตึกนี้เป็นสมบัติที่ตกทอดมาในครอบครัวของอาจารย์ สร้างเพื่อรำลึกถึงเด็กผู้หญิงแสนชาญฉลาดคนหนึ่งที่เสียชีวิตในวัย 11 ปี ทางครอบครัวจึงสร้างตึกนี้และตั้งชื่อตึกเพื่อรำลึกถึงเธอ แต่ด้วยกาลเวลาและตัวอาคารไม่ได้ถูกไปใช้ทำอะไร จนสุดท้ายก็กลายเป็นหนึ่งในตึกร้างแห่งถนนเดโชในที่สุด

แต่ต่อมาคุณแบงเจ้าของร้าน Monochrome Cafe ก็เผอิญมาเจอตึกสมนึกระหว่างที่กำลังเดินถ่ายรูปตามถนนต่าง ๆ ด้วยรักแรกพบในอาคารสถาปัตยกรรมยุค 70s ที่แม้จะเก่าแต่ก็เก๋าตามแนวคิดของสถาปนิคในยุคนั้น จึงทำให้คุณแบงตัดสินใจเข้าไปติดต่อขอเช่าตึกกับอาจารย์ชัยวัฒน์ เพื่อนำตึกนี้มาคืนชีพ ให้กลับมาโลดแล่นในยุคปัจจุบัน ด้วยคอนเซปต์และเป้าหมายที่อยากจะจุดประกายไอเดียให้กับคนกรุง จึงทำให้อาจารย์ยกตึกให้คุณแบงเช่าเพื่อรีโนเวททำร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรีแห่งนี้จนได้


ด้วยใจรักในอาคารของคุณแบง จึงทำให้การรีโนเวทตึกยังคงลักษณะการตกแต่งและโครงสร้างดั้งเดิมไว้บางส่วน เช่น คานไม้และลูกกรงหน้าต่าง อีกทั้งการตกแต่งใหม่ก็ยังคุมโทนให้กลมกลืน ทั้งลวดลายบนกระเบื้อง ลวดลายบนกระจก การวางเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค และการนำเหล่ากองทัพกล้องฟิล์มมาวางไว้รอบ ๆ ร้าน ให้เป็นพร๊อบไว้ถ่ายรูปและของตกแต่งร้านไปในตัว นอกจากนี้ยังมีหนังสือศิลปะวางประปรายให้แขกที่มานั่งจิบกาแฟได้มีหนังสือดี ๆ อ่านเพิ่มพูนไอเดียอีกด้วย


มาถึงเคาน์เตอร์กาแฟที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของร้าน การชงกาแฟร้านนี้จะแบ่งเป็น 2 มุมด้วยกัน มุมแรกจะชงแบบ Slow Bar หรือการชงกาแฟที่มีความพิถีพิถันสูงและไม่รีบร้อน โดยจะใช้เมล็ดกาแฟไทยคั่วอ่อน ส่วนมุมที่สองจะเป็นมุมของ Espresso Machine ที่ใช้เมล็ดกาแฟคั่วกลาง เบรนด์ระหว่าง ไทย โคลัมเบียและเอธิโอเปีย ซึ่งคุณแบงก็นิยามการชงกาแฟไว้ว่า ไม่มีกาแฟแก้วไหนผิดแก้วไหนถูก ทุกร้านกาแฟมี Character เป็นของตนเอง กาแฟร้านนี้จึงไม่มีสูตรการชงที่เคร่งครัด แต่จะประยุกต์ใช้ตามความชอบของลูกค้า โดยยังคงพื้นฐานที่คุณแบงได้ไปเรียนชิมกาแฟกับคุณกุ้งแห่ง NANA Coffee ก่อนจะไปเรียนโลกแห่งกาแฟจริงจังที่จังหวัดเชียงใหม่



อย่างวันนี้เราก็ได้ลองชิมกาแฟแก้วเด็ดของร้านอย่าง Monochrome Cascara (120 บาท) กาแฟลาเต้ที่ใช้ไซรัปที่สกัดจากเปลือกเมล็ดกาแฟ อีกทั้งยังท็อปด้วยเปลือกเมล็ดกาแฟที่นำไปหมัก เคี่ยวและอบเป็นเวลา 3-4 วัน ออกมาเป็นท็อปปิ้งที่หอมหวานคล้ายเชอร์รี่ Cold Brew (100 บาท) กาแฟสกัดเย็นที่ใช้เมล็ดกาแฟดอยช้าง โดยจะผสมระหว่างคั่วเข้มและคั่วกลางเพื่อเสริมรสและรักษา Body ของกาแฟ ท็อปด้วยชิ้นส้มเพิ่มความสดชื่น และ Drip Mae Theoi (120 บาท) กาแฟดริปที่ใช้เมล็ดกาแฟแม่เทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ต้องบอกก่อนว่าเมล็ดกาแฟดริปของที่นี่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และจะชงตามความเหมาะสมของเมล็ดกาแฟ ทั้งการบดและการคุมอุณหภูมิล้วนผ่านการทดลองมาแล้ว เพื่อให้ได้รสกาแฟที่ดีที่สุด


สำหรับใครที่ไม่ใช่คอกาแฟจ๋า ก็จะมี Help Me Peach (100 บาท) เมนูพิเศษที่เกิดจากคอมเมนต์ของลูกค้า ว่าอยากได้เครื่องดื่มที่ทานง่ายและสดชื่น โดยจะใช้น้ำพีชสด, โซดา, Espresso Shot ท็อปด้วยชิ้นพีชและสมุนไพรโรสแมรี่ แก้วสุดท้าย Passionfruit Sparkling (90 บาท) คิดค้นขึ้นมาสำหรับคนไม่ทานกาแฟโดยเฉพาะ แต่ด้วยรสเปรี้ยวของน้ำเสาวรสสดกับความซ่าของโซดาก็ทำให้ตื่นได้ไม่แพ้กาแฟเลยทีเดียว อีกทั้งยังให้รสสัมผัสกรุบ ๆ เพราะท็อปด้วยเนื้อเสาวรสเน้น ๆ อีกด้วย


สำหรับของหวานที่ไว้ทานตัดรส ก็จะมีคุณเมย์หุ้นส่วนเป็นคนทำ ผสมกับขนมจากฝีมือเหล่ามิตรสหายที่ทางทีมงานคัดสรรมาแล้วเรียบร้อย อย่าง Homemade Custard (65 บาท) ก็มีเนื้อเนียนนุ่มละมุน หอมหวานเกินจะอดใจไหว หรือ New York Cheesecake (90 บาท) ที่เนื้อเค้กหวานนุ่มกำลังดีตัดกับความกรุบของครัมเบิลด้านล่างและท็อปด้วยแยมบลูเบอร์รี่ แค่นี้ก็ฟินแล้ว

หลังจากเพลินจนตัวลอยกับขนมและเครื่องดื่มดี ๆ แล้ว ก็ได้เวลาชมงานศิลปะ โดยที่นี่เขาจะนำงานศิลปะมาแขวนโชว์ไว้รอบ ๆ และจะเปลี่ยนเวียนวนไปในทุกเดือน ซึ่งเราขอบอกก่อนเลยว่าคาเฟ่แกลเลอรีแห่งนี้ ฮอตจนคิวศิลปินที่สนใจมาจัดแสดงผลงาน นี่มียาวไปจนถึงกลางปีหน้าเลยทีเดียว และเดือนนี้จะเป็นคิวของงาน The Earth God งานเพ้นต์บนผ้าใบที่ใช้สีจากดินธรรมชาติ โดยจะเน้นไปที่ภาพ Portrait ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในเดือนถัดมาก็จะเป็นงาน Namibia ที่จัดแสดงผลงาน Photography ภาพวิวธรรมชาติในโลกของขาวและดำ ผลงานศิลปะเหล่านี้ก็ถือเป็นสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเดือนของคาเฟ่แห่งนี้เลย

นอกจากนี้ในอนาคตเขายังมีแพลนเปิดห้องด้านบนชั้น 2 ให้เป็นห้องพัก Boutique Bed อีกด้วย ซึ่งเราก็แอบไปดูมาแล้ว ทั้ง 2 ห้องมีขนาดกำลังพอดีเลยทีเดียว แถมยังมีห้องน้ำในตัวอีกต่างหาก ใครมาจากต่างจังหวัดและมีแพลนจะหาที่พักในเมือง ที่นี่ก็ถือเป็นชอยส์ที่ไม่เลวเลย เพราะใกล้สถานีรถไฟฟ้ามาก ไปไหนมาไหนสะดวกสุด และเขายังมีห้องประชุมให้เช่าด้วยนะ ใครอยากหามุมเงียบ ๆ ทำงาน คนไม่พลุกพล่านมากก็แวะมาจิบเครื่องดื่ม เพิ่มพูนไอเดียกันที่ถนนเดโชได้เลยจ้า
Soimilk Says : หลังจากได้นั่งซึมซับบรรยากาศในร้านซักพัก เราก็สัมผัสได้เลยว่าร้านมีความเป็นกันเองและอบอุ่นมาก สมกับที่เขามีจุดประสงค์ให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนไอเดียที่แท้จริง ทั้งความสงบและความร่มรื่นในใจกลางเมืองแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ไม่กี่แห่งที่สามารถนั่งพักหรือนั่งทำงานได้อย่างสบายใจ และถ้าใครชื่นชอบกล้องฟิล์มหรือการดริปกาแฟก็มานั่งเม้าท์กับคุณแบงเจ้าของร้านได้ เพราะเขาใจดีแถมข้อมูลยังแน่นอีกต่างหาก จะมานั่งเป็นกลุ่มหรือมานั่งคนเดียวไม่เหงาแน่นอนจ้า
Monochrome 8 ถ.เดโช เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 7:30-16:00 น. เสาร์อาทิตย์ 9:30-17:00 น. โทร.098-285-4465 BTS ช่องนนทรี www.fb.com/MONOCHROMEspecialtycoffee