ที่มาของการเป็น Cafe & More
เราอาจคุ้นชินกับคาเฟ่ที่มาพร้อมแบรนด์เสื้อผ้า หรือบาร์เครื่องดื่มเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้โฮสเทล แต่เราเชื่อว่านี่คือครั้งแรกของกรุงเทพมหานครที่จะมี 'Stationary Cafe' หรือคาเฟ่เครื่องเขียนที่เกิดขึ้นจากฝีมือคนไทย 100%

Grey Ray Cafe & More คือพิกัดที่ถ้าได้ไปสักครั้งหนึ่งจะเข้าใจว่ามันเป็นมากกว่าคาเฟ่ สมกับที่เขาต่อท้ายด้วย & More จริง ๆ นั่นแหละ ถึงจะเป็นคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปของคอนเซปต์ร้านนี้มาก่อน แต่เราเชื่อว่าพอได้เปิดประตูเข้าไปแล้วเจอกับโต๊ะกาแฟที่มีอุปกรณ์เครื่องเขียน อย่างพวกปากกา ดินสอ และสมุดโน้ต วางเรียงรายให้ได้หยิบมาขีดเขียน รวมถึงแบ่งห้องอีกฝั่งเพื่ออุทิศให้กับการวางไอเทมเครื่องเขียนจากแบรนด์ Grey Ray ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2011 โดยมีซิกเนเจอร์ไอเทมที่เหล่าดีไซเนอร์ไทยหลายคนติดกันงอมแงมอย่างปลอกดินสอ ยางลบรักษ์โลก ไปจนถึงไอเทมหายากจากคอลเลกชันพิเศษของแบรนด์นี้อย่างสมุดโน้ตและกระเป๋าสตางค์จาก The Darjeeling Hotel Project รวมถึงลิมิเต็ดไอเทมจากคอลเลกชัน Grey Ray x Mamuangchan ที่หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว คาเฟ่ฮอปเปอร์ทั้งหลายก็จะตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน!
นอกจากนั้น ยังมีไอเทมจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์เพื่อนบ้านวางขายให้ลูกค้าอย่างเราได้เดินสำรวจด้วยเช่นกัน อาทิ กระเป๋าเป้ของ Japfac โมเดลตุ๊กตาหน้านิ่งจากดีไซเนอร์เกาหลีที่นำเข้าโดย Stickymonsterlab Thailand และงานสติกเกอร์ปุ๊กปิ๊กจาก แบกบอย เหมือนเป็นกึ่ง ๆ ซีเล็กเต็ดชอปขนาดเล็กกะทัดรัดไปในตัว จุด ๆ นี้เชื่อว่าความอินในดีเทลและคอนเซปต์ของร้านนี้จะต้องพุ่งพล่านไปทั่วร่างแน่ ๆ


ที่พูดมาคือยังไม่รวมความ & More ของชั้นอื่น ๆ อีก 5 ชั้นของตึกเก่าฝั่งหัวมุมสี่แยกราชปรารภแห่งนี้เท่านั้น เพราะเจ้าของตึกอย่างพี่เบิร์น-ชาญฉลาด กาญจนวงศ์ ดีไซเนอร์คนคูลแห่งกรุงเทพมหานคร ยังบอกว่ามีอีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังจะตามมาที่ชั้นบน อย่างตอนนี้ก็มีโซน Co-working Space และส่วนของห้องเรียนคลาสศิลปะของ Arthouse School ที่พี่เบิร์นเป็นอาจารย์สอนเอง และยังแว่ว ๆ มาว่าอาจมีห้องพักเล็ก ๆ และพาร์ตอาหารหนัก ๆ เกิดขึ้นที่ตึกแห่งนี้ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวยในอนาคตอีกด้วย
เครื่องเขียน vs. เครื่องดื่ม

นอกจากพาร์ตเครื่องเขียนที่เราขอยกให้ Grey Ray เป็นที่หนึ่งในใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอเขามาทำเครื่องดื่มบ้างก็ไม่ได้ผิดหวังเลย เราชอบที่ร้านนี้ตั้งใจไม่เลือกใช้เครื่องเอสเพรสโซแมชชีนเพื่อเสิร์ฟกาแฟแบบ Grab & Go แต่กลับชูจุดเด่นด้วยกาแฟสายสโลว์บาร์อย่าง Cold Brew หรือ กาแฟสกัดเย็น ที่เลือกใช้เบลนด์จากเมล็ดกาแฟ 3 สัญชาติ ได้แก่ อินโดนีเซีย อินเดีย และไทย มีเอกลักษณ์ของเบลนด์อยู่ที่ตัวบอดี้กาแฟหนัก ๆ หนา ๆ และหอมกลิ่นคาราเมลบาง ๆ

แก้วที่เราสั่งมาลองแล้วประทับใจมาก ๆ ขอยกให้กับ Mile's Brew (220 บาท) จากที่มาเต็ม ๆ ของชื่อเมนูว่า Miles Davis Brew นักดนตรีบลูส์-แจ๊ซคนโปรดของพี่เบิร์น เพราะอยากให้รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้ยังตราตรึงเหมือนบทเพลงของ Miles Davis ใช้เบสกาแฟโคลด์บริวมาผสมกับความหวานของมะตูม เสริมด้วยกลิ่นเครื่องเทศแรง ๆ ของโป๊ยกั๊ก และรสเปรี้ยวนิด ๆ จากเลมอน ที่น่ารักมาก ๆ คือการเสิร์ฟเครื่องดื่มมาพร้อมสมุดโน้ตและดินสอเหมือนให้เราได้ลงสมุดเยี่ยมหรือขีดเขียนอะไรไปเพลิน ๆ ระหว่างจิบกาแฟ

ส่วนใครที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ ทุกครั้งที่ไป บาริสต้าหนุ่มคนขยันของร้านนี้เขาก็มักจะทำกาแฟตัวพิเศษออกมาทุกเดือน อย่างรอบนี้ที่เราไปก็มี Summer Rain (220 บาท) เครื่องดื่มรับหน้าฝนจากเบสไซรัปกระเจี๊ยบและโคลด์บริว เสิร์ฟพร้อมลิ้นจี่สดหนึ่งลูกให้กินแกล้มเพลิน ๆ ไปรอบหน้าก็ไม่มีให้ลองชิม ใครไม่อยากพลาดก็อย่าลืมสั่งเมนูประจำเดือนมาลองกันด้วยล่ะ!


ตบท้ายด้วยของหวานเพิ่มน้ำตาลในเส้นเลือดกันสักหน่อย กับ Hokkaido Rare Cheesecake (120 บาท) ชีสเค้กที่มีความมินิมัลสูงมากกับความขาวโพลนของชีสเค้กฮอกไกโดทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมเทกซเจอร์นุ่ม ๆ ละมุนลิ้นจากครีสชีสเย็น ๆ และความกรุบกรอบของครัมเบิ้ลที่ด้านล่าง รวมถึงเมนูใหม่อย่าง Hokkaido Framboise Choco Cake (120 บาท) ที่เราชอบเลเยอร์มูสช็อคโกแลตตรงกลางที่ตัดกับความเปรี้ยวของเลเบอร์ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ด้านบน ปิดท้ายด้วย Midnight In Paris (65 บาท) คุกกี้ชนิดพิเศษแบบ Levian Cookies ของแบรนด์ Phawan Patisserie เป็นคุกกี้สูตรฝรั่งเศสที่มีเนื้อนุ่มและรสสัมผัสเข้มข้นล้นปากของดาร์กช็อกโกแลต
Soimilk Says: นอกจากอินทีเรียร์ของร้านที่ให้กลิ่นอายมาสคิวลีนเท่ ๆ แมน ๆ ตามสไตล์ยุค Mid-century ที่ทำให้เราแทบจะหอบเสื้อผ้าแล้วขอพี่เบิร์นย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่แล้ว เรายังชอบเอเนอร์จี้ของร้านนี้ที่เหมาะแก่การนั่งทำงานมาก ๆ เป็นบรรยากาศที่ชวนให้แรงบันดาลใจโลดแล่นและมีสมาธิ แม้ว่านี่จะเป็นตึกที่อยู่ใจกลางแยกราชปรารภที่รถราวิ่งกันวุ่นวายเสียงดังไปหมดก็ตาม ขอบวกให้คะแนนให้กับดีเทลการวางไอเทมเครื่องเขียนไว้ตามโต๊ะให้เราได้ทดลองใช้ ดูไม่ยัดเยียดแต่ก็โดนตกเป็นทาสแล้วต้องซื้อกลับบ้านอยู่หลายชิ้น ถือเป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่เราว่าไม่มากไม่น้อย แต่กำลังพอดีกับจังหวะหัวใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยทีเดียวล่ะ
Grey Ray Cafe & More 86/7 ถ.ราชปรารภ เวลาทำการ อังคาร - อาทิตย์ 10:30 - 18:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 085-043-7666 แอร์พอร์ตลิงก์สถานีราชปรารภ fb.com/greyraycafe