ใครว่าคาเฟ่ไทยไม่เก๋? ตอนนี้บ้านเรามีร้านคาเฟ่ขนมไทยเกิดขึ้นเยอะมาก ๆ และความอร่อยของขนมไทยก็สู้เค้กหรือเบเกอรี่ดี ๆ ของต่างประเทศได้เหมือนกันนะ ทั้งรสชาติที่หอม หวาน อร่อย และหน้าตาที่ละเมียดละไม ประดิษฐ์ประดอยไม่แพ้กันเลย ก็ทำให้เราชอบไปคาเฟ่ขนมไทยมากขึ้นกว่าเดิม และนี่คือ 8 ร้านคาเฟ่ขนมไทยในกรุงเทพฯ ที่เราต้องหาเวลาว่างแวะเวียนไปสักครั้งสองครั้งแหละ
Sane Cafe & Workshop

เริ่มร้านแรกด้วยร้านขนมไทยโบราณแถวข้าวสาร ร้านเล็ก ๆ กับบรรยากาศสุดอบอุ่นอย่าง Sane cafe & workshop เมนูขนมไทยของที่นี่ทำสดใหม่ในทุกวัน เขาใส่ใจในเรื่องของวัตถุดิบเป็นอย่างดี และมีขนมไทยแบบแปลก ๆ หาทานยากทยอยมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองในแต่ละวันอีกด้วย อย่างเช่น เสน่ห์จันทร์ , ทองเอก (70บาท/เซ็ต) และ เกสรลำเจียก (30บาท/คู่)

หรือจะเป็น บุหลันดั้นเมฆ (60 บาท/ชิ้น) แป้งเนียนนุ่มสีน้ำเงินสดจากดอกอัญชันสีสันสวย หอมกลิ่นดอกไม้ ได้รสหวานจากสังขยาด้านบนกำลังดี ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทั้งไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก แถมร้านนี้เขาเปิดเวิร์กชอปสอนทำขนมไทยด้วยนะ ถ้าใครดู กรงกรรม เห็นฉากที่เรณูทำขนมขายแล้วอยากทำบ้างก็แนะนำให้มาเรียนที่นี่เลย จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หรือดีไม่ดีอาจจะเอาไปทำเป็นอาชีพหาเลี้ยงปากท้องแบบเรณูเลยก็ได้นะ

Sane cafe & workshop 99 ถ.ตะนาว แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-19:00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร.063-541-4964

คาเฟ่หน้าใหม่ที่มีประวัติศาสตร์เป็นบ้านไม้เก่าแก่กว่า 100 ปี พิกัดอยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ใกล้ถนนดินสอและเสาชิงช้า ขนมไทยของที่นี่มีให้เลือกทานอยู่หลายตัว แต่เมนูที่เราแนะนำให้ลองเป็นตัวแทน 4 สหายของทางร้านอย่าง ชุดบัวทอง+ขนมไทยไอศกรีม (599 บาท) ขนมไทยในพานดอกบัวทั้งแปดให้เราเลือกหยิบกินเป็นคำ ๆ ประกอบไปด้วย กลีบลำดวน วุ้นตัด เสน่ห์จันทร์ ลูกชุบ วุ้นสาย จ่ามงกุฏ สำปันนี เป็นต้น

เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมเค้กตามใจชอบอีก 2 ชิ้น ไว้ทานคู่กับชาร้อนสักกาคือดีงาม อีกหนึ่งเมนูแนะนำเป็นขนมหวานผสมกันระหว่าง ไอศกรีมชาไทย+เฉาก๊วย (120 บาท) ก็ถือเป็นเมนูตัวเลือกดับร้อนตอนกลางวันได้ดีเลย หรือจะเป็น ไอศกรีมใบเตย+บัวลอย (120 บาท) ไอศกรีม + ลอดช่อง (120 บาท) ซึ่งน่าจะเหมาะกับสายหวานอย่างคุณสาว ๆ ที่น่าจะชื่นชอบ

บ้านขนมปังขิง (Gingerbread House) ซ.หลังโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-20:00 น. โทร.097-229-7021
เวฬาฌา

เว-ลา-ชา คาเฟ่ชื่อเก๋ที่เปี่ยมไปด้วยขนมไทยและชาคุณภาพ ให้ได้เลือกสรรทานกันเต็มที่ ถึงแม้ว่าพระเอกหลักของทางร้านจะเป็นเมนูชาตามชื่อร้าน แต่ขนมไทยของทางร้านเขาก็เด็ดไม่แพ้กัน อย่าง ขนมเหนียว ที่เป็นขนมไทยโบราณ อันประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ 4 อย่างด้วยกัน ก็คือ ตัวแป้งขนม มะพร้าวขูด ข้าวตากทอด และน้ำตาลปี๊บเคี่ยวเหนียว ๆ ไว้สำหรับคลุกกินกับขนม

และ ขนมน้ำดอกไม้ หรือ ขนมชักหน้า ขนมไทยโบราณที่มีสีสันสวยงาม เนื้อขนมเหนียว นุ่ม รสชาติหวานกำลังดี สั่งมาทานคู่กับชาร้อนที่มีให้เลือกกว่า 40 ชนิด แนะนำให้ลอง ชากุหลาบ (199 บาท) ชาหอม ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบ หรือใครอยากทานไอศครีมแบบไทย ๆ และขนมหวานน้ำกระทิเย็น ๆ ที่นี่ก็มีนะ สามารถมาเลือกทานได้ ร้านเขาเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

เวฬาฌา 213 ซ.อารีย์ 1 เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 10:00-20:00 น. (หยุดวันอาทิตย์) โทร.06-308-7888 BTS อารีย์
ทองย้อย Thong yoy

ร้านถัดมาตั้งอยู่แถวซอยอารีย์ แรกเริ่มก็มีความไทยตั้งแต่ชื่อร้าน Thongyoy ทองย้อย โดยเมนูของร้านทั้งหมดจะเน้นไปทางขนมไทยดั้งเดิมแบบทั่วไปแต่โดดเด่นด้วยสีสันหน้าตา อย่างเช่น ตะโก้สาคูทับทิมกรอบยักษ์ (55บาท) และ ขนมชั้น (40บาท) สะดุดตาด้วยสีสันสวยสดชวนรับประทาน หรือใครอยากทานหลายอย่างก็แนะนำเป็น เซ็ตขนม 5 อย่าง (190บาท) ซึ่งสามารถเลือกได้ โดยในแต่ละวันจะมีขนมแตกต่างกันไป อาทิ ขนมเปียกปูนมะพร้าว, กลีบลำดวน, หยกมณี, สัมปันนี, ขนมกล้วย, ขนมฟักทอง, ลูกชุบ, ขนมพระพาย และอื่น ๆ อีกมากมาย

รวมถึงเมนูที่มีความครีเอทด้วยการนำขนมไทยมานำเสนอในรูปแบบของเค้ก อย่าง เค้กบัวลอยไข่หวาน เค้กลอดช่อง (150 บาท) ที่เหมาะมากหากจะทานกับชาร้อน ๆ ยามบ่าย อีกทั้งเมนูขนมก็ถูกเสิร์ฟมาในภาชนะสีทองเหลืองแบบไทย ๆ ให้ความสวยงาม ซึ่งเราว่าน่าจะถูกใจเหล่านักเซลฟีไม่ใช่น้อย อีกทั้งภายในร้านยังตกแต่งด้วยซุ้มกองทัพดอกไม้สีสันสดใสให้บรรยากาศที่เหมาะกับแก๊งเพื่อนสาวแบบสุด ๆ

88/2 ซ.อารีย์สัมพันธ์ 7 เวลาทำการ ทุกวัน 7.00-22.00 น. โทร.083-298-7288 BTS อารีย์

เฌอ ชีวา คือร้านขนมไทยสูตรดั้งเดิมแต่อัปเกรดรูปแบบให้ดูโมเดิร์นขึ้นเพื่อความทันสมัย คาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลห้อมล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้สีสด ร้านนี้มีความพิเศษตรงที่มีเซ็ตขนมหวานสไตล์ไทยที่อัดแน่นไปด้วยขนมสารพัดอย่างสีสันสดใสน่าลอง อย่างเซ็ตรวม นิมมานรดี (790 บาท) ในเซ็ตก็จะมีขนมไทยตั้งแต่ ข้าวเหนียวมะม่วง สาคูกะทิ และเครื่องดื่มเย็น 2 แก้วคือ น้ำพิงค์เก๊กฮวยและน้ำเก๊กฮวย (หรือจะเลือกเป็นชาร้อนก็ได้)

ตรงเคาน์เตอร์ที่มีต้นไม้ตกแต่งอย่างสวยงามและขนมไทยที่ทำสดใหม่ทุกวันวางเรียงรายอยู่ ซึ่งก็จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเกือบทุกวันหรือทุกสัปดาห์ มีทั้งข้าวต้มมัด ขนมใส่ใส้ ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ทองเอก ลูกชุบ ตะโก้ ขนมโสมนัส(คุกกี้โบราณ) และอย่างอื่นอีกมากมาย แถมขนมของทางร้านก็ไม่เน้นรสหวานโดด ทำให้ทานง่ายและไม่เลี่ยน

Cher Cheeva โรงแรมสยามนิทรา ถ.พญาไท เวลาทำการ พุธ-อาทิตย์ 12:00-17:00 น. (ปิดจันทร์-อังคาร) โทร. 062-445-5565 BTS ราชเทวี, สนามกีฬาแห่งชาติ
Phan Phob cafe

สำหรับร้านพานพบ คาเฟ่ขนมไทยที่ซ่อนตัวอยู่แถว ๆ สีลม โดยเขามากับคอนเซปต์ขนมไทยที่แตกต่างกับร้านอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะเมนูขนมร้านนี้เป็นขนมไทยที่ถูกประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นแต่ยังคงรสชาติของความเป็นขนมไทยไว้เช่นเคย โดดเด่นสุดคงจะเป็นตระกูลเค้กที่ขึ้นชื่อลือชามาก ๆ อย่างตัวซิกเนเจอร์ เค้กฝอยทองลาวามะพร้าวอ่อน (380 บาทต่อ 1 ปอนด์) ที่ทำเองทุกอย่างแม้กระทั่งฝอยทอง ตัวเค้กเป็นเค้กมะพร้าวอ่อน มาพร้อมกับซอสมะพร้าวอ่อนรสหวาน ๆ เค็ม ๆ ที่มีเนื้อมะพร้าวอ่อนมาให้ด้วย วิธีกินคือราดซอสลงไปในช่องตรงกลางก้อนเค้ก เรียกว่าเข้ากันได้ดีกับตัวเค้กมาก ๆ

อีกตัวที่ขายดีพอ ๆ กันคือ เค้กอัญชันลาวามะพร้าวอ่อน (ไซซ์มินิ 120 บาท) ตัวนี้ยังคงคอนเซปต์หวานน้อยจากครีมนมสดแท้เช่นเดิม แถมหอมอัญชันด้วย ใครชอบหอม ๆ แบบดอกไม้ ๆ น่าจะชอบเค้กก้อนนี้ได้ไม่ยาก ที่ร้านเขามี เค้กชานมลาวาไข่มุกคาราเมล (ไซซ์มินิ 120 บาท) ให้ลองด้วยนะ ประยุกต์แค่ไหนคิดดู พานพบคาเฟ่ เป็นคาเฟ่ขนาดมินิเพียง 1 คูหา ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของยินดีโฮสเทล ใครอยากชิมขนมไทยรูปแบบใหม่ ๆ ก็แวะไปได้นะจ๊ะ

พานพบ คาเฟ่ ชั้น 1 ยินดีโฮสเทล ซ.อนุมานราชธน 1 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-21:00 น. โทร. 065-151-5445 BTS ช่องนนทรี แล้วต่อพี่วิน

ร้านนี้ถ้าใครเป็นสายขนมไทยก็น่าจะรู้จักมักจี่ดีอยู่แล้ว เพราะ Kanom Chan Thai Desserts Bar เขาเปิดมาได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว ร้านนี้โดดเด่นด้วยขนมไทยหลายชนิดที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี อย่างกะทิและน้ำตาลปี๊บจากอัมพวา ทำให้ขนมที่ทำออกมามีความหอมหวาน อย่างพวกเมนูขนมน้ำกระทิต่าง ๆ แบบที่ร้านเคลมว่าหอมกะทิขึ้นจมูก เช่น ปลากริมไข่เต่า, ครองแครงราดน้ำกะทิ, บัวลอยเผือกน้ำกะทิ (65 บาท) แถมขนมที่นี่เค้าทำวันต่อวันและไม่ใส่วัตถุกันเสียอีกด้วย

หรือถ้าอยากทาน ขนมไทยที่ไม่ใช่แบบน้ำกระทิ ที่ร้านเขาก็มี ทองม้วนกรอบไอศกรีมกะทิสด (120 บาท) และ ขนมครกชาววังท็อปปิ้ง 7 อย่าง (95 บาท) ไว้ให้ลองสั่งทานด้วยเหมือนกัน ตัวร้านเป็นคาเฟ่ขนมไทยลับ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนตึกเล็ก ๆ อายุกว่า 30 ปีในย่านบางลำพู ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วทั้งร้าน

ขนมฉัน ชั้น 5 โรงแรม ณ บางลำพู ถ.พระสุเมรุ (มีที่จอดรถ) เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ เวลา 11:00-00:00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร. 085-484-4044
Baandokpud

สุดท้ายท้ายสุดกับคาเฟ่น่ารัก ๆ ในสวนสีเขียวที่มีนามว่า บ้านดอกพุด คาเฟ่ขนมไทยโบราณย่านห้วยขว้าง ที่ดีงามทั้งเรื่องขนมและบรรยากาศร้าน ร้านนี้มีขนมเล็กขนมน้อยให้เลือกชิมแบบจุใจ ซึ่งจะมีทั้งแบบไทยแท้ อย่างเช่น เปียกปูนใบเตย วุ้นกระทิ หม้อแกงเผือก ตะโก้ ฯลฯ ซึ่งถ้าใครอยากทานขนมหลายชนิดต้องสั่งเป็น เซ็ตโตกดอกพุด (เล็ก350/ใหญ่650บาท) เพราะในเซ็ตนี้จะรวมขนมมากหน้าหลายตาไว้ให้ได้ลองทานกันแบบครบ ๆ กับชาร้อน ๆ พร้อมเม้ามอยท์กับแก็งเพื่อน

แต่เมนูที่แนะนำให้สั่งลองคือ ขนมช่อม่วง (100 บาท) ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านแป้งสีม่วงที่ได้จากดอกอัญชัน สอดไส้ไก่ผัดปรุงรส ทานคู่ผักสด กระเทียมเจียว อร่อยลงตัว และ เปียกปูนทรงเครื่อง+ไอศครีมกระทิหอมหวาน (135บาท) ตัวนี้เป็นเปียกปูนสดหอม ๆ โรยเนื้อมะพร้าว เสริฟพร้อมข้าวโพดและไอศครีมมะพร้าวแบบโฮมเมดคลายร้อนแบบช่ำ ๆ แนะนำให้ไปลอง แถมที่นี่เขามีเมนูอาหารคาวด้วยนะ กินคาวก่อนแล้วตบด้วยของหวานครบจบในทีเดียว

บ้านดอกพุด ซ.ลาดพร้าว 48 แยก 28-16 เขตห้วยขวาง เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ เวลา 10:00-19:00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร.085-441-7549
