Skip to main content
AdSense

ชวนสั่งเดลิเวอรี่จาก 8 คาเฟ่สายลึก ที่พอกดสั่งปุ๊บ บ้านเราก็กลายเป็นคาเฟ่ปั๊บ

เดลิเวอรี 3 ทุกมื้อ ทุกวันแล้วจ้ะ

ชวนสั่งเดลิเวอรี่จาก 8 คาเฟ่สายลึก ที่พอกดสั่งปุ๊บ บ้านเราก็กลายเป็นคาเฟ่ปั๊บ
March 25, 2020 Bangkok time
ช่วงนี้ชาวคาเฟ่ฮ็อปปิงก็จะเหงา ๆ หน่อยนะ เพราะไม่ได้ออกไปรับพลังบวกและซึมซับบรรยากาศโคซี่ ๆ จากคาเฟ่ร้านโปรดกันเลย ต่อให้ซื้อเมล็ดกาแฟมาเบลนด์ดื่มเองที่บ้าน ก็คงเยียวยาจิตใจเท่ากาแฟหรือเครื่องดื่มที่เสิร์ฟจากมือบาริสต้าไม่ได้หรอกเนอะ 
 
แต่ตอนนี้ทุกร้านโปรดของเราในกรุงเทพฯ เขาก็มีบริการเดลิเวอรี่กันหมดแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ บอกเลยว่า พอรับจากมือพี่แกร็บ ไลน์แมน พี่แพนด้า พี่เก็ทมาเปิดที่บ้าน ก็กรุ่นกลิ่นหอมฟุ้งยังกับอยู่ในร้านเลยล่ะ ว่าแล้วก็ขอใช้พื้นที่ตรงนี้แบ่งปันคาเฟ่ที่เรารัก และชวนชาวซอยมิลค์มาสั่งเดลิเวอรี่แล้วเปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่ชั่วคราวกันไปก่อนนะ
 

Aribica

 
 
ร้านกาแฟที่เกิดจากความรักในกาแฟของคู่รักคอกาแฟตัวจริงอย่าง พี่แพร-ระพีภัทร จำนงค์จิตต์ และ Andreas Tiefenthaler ทุกแก้วที่ผ่านมือของทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นงานคราฟต์ขนาดย่อม ๆ จุดเด่นของเขาก็คือเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้จากโรงคั่วต่าง ๆ ทั่วโลก ที่ทางร้านจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในทุก ๆ เดือน โดยเมนูซิกเนเจอร์ที่เราอยากให้ลองสั่งกันก็คือ Nebula (100 บาท) ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟเฮาส์เบลนด์จากดอยสะเก็ดและแม่จันใต้มาทำเป็นเมนูสไตล์มิลกี้ โดยใช้ฟองนมฟู ๆ แทนการนมสดลงไปในเบสคาราเมลคอฟฟี่ เอาจริง ๆ ก็จะคล้าย ๆ คาราเมลมัคคิอาโต้นั่นแหละ แค่ละมุนกว่าด้วยเท็กซเจอร์ของฟองนม
 
สั่งได้ที่: ค้นหา Aribica บน Lineman, GET หรือโทร 061-6321335
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน (ปิดวันเสาร์) เวลา 7.30-17.30 น.
 

MTCH™


 
ใครที่กรีดเลือดออกมาเป็นสีเขียวพร้อมกลิ่นมัทฉะหอมกรุ่น ก็ยังสามารถสั่งเมนูชาเขียวจากมัทฉะบาร์ตัวจริงอย่าง MTCH™ มาดื่มด่ำความนิฮงอันแสนประณีตกันได้ที่บ้าน แต่บอกไว้ก่อนว่าอาจจะใช้เวลาเลือกกันนานสักหน่อย เพราะมัทฉะหลายตัวของเขาเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งมัทฉะระดับชาติญี่ปุ่น บางตัวเป็นไอเทมลับของตระกูลนักคั่วชาเก่าแก่ที่โอซาก้า และบางตัวก็มีเอกลักษณ์กลิ่นสโมกกี้เบา ๆ ที่หาไม่ได้จากชาที่ไหน ๆ บนโลก เมนูที่เราขอแนะนำก็คือ Sparkling Ujihikari (120 บาท) มัทฉะสั่งตรงกิโลกรัมละหลักหมื่นบาทจากเมืองอุจิ เมืองหลวงแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นความครีมมี่ เวลาผสมกับโซดาเลยให้ฟีลลิ่งคล้ายครีมโซดา แถมยังได้กลิ่นซิตรัสจาก Lemon Thyme สดชื่นสุด ๆ ไปเลย
 
สั่งได้ที่: ค้นหา MTCH™ บน Lineman หรือ GET (มีบริการแยกน้ำแข็งฟรี)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 9.00-18.00 น.
 

OOObkk


 
ร้านกาแฟที่มีทีมงานชุดเดียวกับร้าน One Ounce for Onion แห่งนี้ที่ตั้งใจเสิร์ฟเมนูเอาใจทั้งคนรักกาแฟสายลึก สาย Speciality รวมถึงคนที่ต้องการหากาแฟดื่มแก้ง่วงในแต่ละวัน โดยเขาดีไซน์เมนูออกมาให้แมตช์กับทุกความต้องการของคนอยากดื่มกาแฟ โดยที่ยังคงคุณภาพของกาแฟไว้ปริ่มขอบแก้ว ในส่วนของเมล็ดกาแฟ ที่นี่ก็มีให้เลือกก็มีราว ๆ 4-5 ตัว สลับสับเปลี่ยนกันไป ซึ่งเราอยากชวนให้สั่งเมนู Coffee Granita & Lemon with Meringue (135 บาท) เพราะเจ้าตัวนี้เป็นกรานิต้ากาแฟผสม Honey Lemon แล้วท็อปด้วยเมอแรงก์ ทำให้ได้สัมผัสการกินแฟที่สนุกและแปลกดี มีรสชาติที่จากกาแฟ ตัดกับรสสัมผัสเปรี้ยวหวานจากน้ำผึ้งมะนาว จะสายลึกหรือสายอยากลองของ ก็น่าจะถูกใจ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูขนมและของว่างอีกหลายเมนูที่น่าสั่งมาทานคู่กับกาแฟหอม ๆ ด้วยนะ
 
สั่งได้ที่: ค้นหา OOObkk บน Lineman, Grab Food หรือ GET
หรือสั่งโดยตรงกับทางร้านด้วยการแอดไลน์ @ooobkk หรือโทร 098-8124649 แล้วไปรับเอง
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 8.00-19.00 น.
 

SINGLE LANE Specialty Coffee

 


 
คาเฟ่สไตล์ออสเตรเลียนที่ชื่อร้าน Single Lane นอกจากจะได้แรงบันดาลใจมาจากตัวร้านที่เป็นห้องเดียว ชั้นเดียว และเป็นแนวยาวตอนลึกเข้าไปเหมือน Lane ถนน คำว่า Single ก็มาจากการเสิร์ฟกาแฟดำร้อนที่เป็น Single Origin คอยผลัดเปลี่ยนเวียนกันไปเรื่อย ๆ กาแฟที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นของออสเตรเลีย เฮาส์เบลนด์ของที่นี่ มีเมล็ดเมืองนอกที่ผ่านการคั่วแบบกลาง ให้รสชาติโทนฟรุตตี้นิด ๆ เหมาะสำหรับกาแฟนมร้อนเป็นหลัก กับอีกตัวเมล็ดเมืองไทย คั่วแบบกลางให้โทนช็อกโกแลตนัตตี้นิด เหมาะสำหรับกาแฟนมเย็น เมนูที่แนะนำคือ Magic 3/4 (115 บาท) เข้มกว่า Piccolo นิดหน่อย และสำหรับคนที่ต้องการดื่มกาแฟที่เติมความสดชื่นก็ควรลอง Summer Rest (150 บาท) Cold Brew ที่ผ่านการเชกกับชาพีชและน้ำลูกพรุนก่อนเสิร์ฟ ได้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน
 
สั่งได้ที่: ค้นหา Single Lane บน Lineman, Grab Food หรือ GET
หรือสั่งโดยตรงกับทางร้านด้วยการแอดไลน์ ตอนนี้ทางร้านมีถุงซีลพิเศษที่ป้องกันการหกหรือกระฉอกระหว่างจัดส่งด้วย
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 8.30-17.30 น.
 

Envies Cafe


 
คาเฟ่ย่านตลาดน้อยที่เสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้นแต่ราคาน่ารัก เริ่มต้นที่ 49 บาทเท่านั้น! โดยเมนูของเขามีตั้งแต่กาแฟ ชาเขียว โกโก้ และเมนูโซดาหรือสปาร์กกลิงต่าง ๆ เมนูที่เราอยากแนะนำให้สั่งมาดื่มคลายร้อนก็คือ Taladnoi (69 บาท) ชาไทยต้มมะตูมที่เกิดขึ้นจากการเป็นเมนูพิเศษสำหรับงาน Bangkok Design Week 2020 ที่ผ่านมา ความพิเศษของเจ้าตัวนี้ก็คือการที่ต้มชาเสร็จแล้วราดด้วยฟองนม กลายเป็นเมนูที่สะท้อนความเป็นไทยโลคอลของย่านตลาดน้อยที่เป็นที่ตั้งของร้าน อีกเมนูที่เราว่าน่าลองก็คือ แอปเพรสโซพาย (79 บาท) ที่เหมือนเป็นส่วนผสมระหว่างกาแฟเข้ม ๆ กับของหวาน เป็นเอสเปรสโซช็อตผสมกับไซรัปแอปเปิลพาย เติมโซดาลงไปเพื่อเพิ่มความซ่าและความสดชื่น แล้วท็อปด้วยซอสแอปเปิลกับซินนามอนเบิร์น แปลกใหม่และน่าลองเป็นอย่างยิ่ง
 
สั่งได้ที่: ค้นหา Envies Cafe บน Lineman, Grab Food หรือ Panda 
เวลาทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 7.30-16.00 น. (เสาร์อาทิตย์เปิด 9.00-16.00 น.)
 

Tangible


 
คาเฟ่น้องใหม่ภายใต้การดูแลของ Trimode Studio (ไตรโหมด สตูดิโอ) สตูดิโอออกแบบและบริษัทตกแต่งภายในที่มีลายเซ็นเป็นความโมเดิร์น เรียบ เท่ โดยเฉพาะการขับเน้น 'ความดิบ' ของวัสดุแบบไม่ปรุง ที่นี่เขาเสิร์ฟเครื่องดื่มคู่ใจนักออกแบบนั่นก็คือกาแฟ โดยความพิเศษก็คือเป็นกาแฟตามสไตล์และรสชาติที่ชาวไตรโหมดสตูดิโอเขาชอบดื่มกัน สำหรับคนทำงานที่บ้าน เราขอแนะนำให้สั่งเมนู Cold Brew (150 บาท) ที่พวกเขาเสิร์ฟ Blend ที่ดื่มกันเองในกลุ่ม ซึ่งได้ Rosetta Coffee Roaster มาช่วยออกแบบกลิ่นและรสชาติ จนได้ออกมาเป็นกาแฟรสชาติเข้ม ๆ ที่ดื่มแล้วต้องตื่น ตื่นทั้งคนทำงาน ตื่นทั้งต่อมความครีเอทีฟ แต่ถ้าใครอยากได้ความนุ่มนวลลงมาหน่อย เราก็ขอแนะนำให้สั่ง Dirty (100 บาท) กาแฟนม 2 เลเยอร์ เสิร์ฟแบบไม่ใส่น้ำแข็ง ด้านล่างเป็นนมสดเย็น ด้านบนเป็นเอสเปรสโซช็อตเข้ม ๆ ดื่มในเวลาสาย ๆ ของวันก็คือไปต่อได้ถึงเลิกงาน
 
สั่งได้ที่: แอดไลน์ @tangiblebangkok ตอนนี้เขามีโปรโมชั่นลด 10 เปอร์เซ็นต์ทุกการสั่งซื้อด้วยนะ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 10.00-19.00 น.
 

Cocoabar


 
บาร์โกโก้ย่านราชพฤกษ์สำหรับนักดื่มที่มีใจฝักใฝ่ในโกโก้แท้ ๆ ที่นี่เขาเสาะหาและรวบรวมเมล็ดจากทั่วไทยแล้วนำมาเบลนด์เอง ได้เป็นผงโกโก้พิเศษเฉพาะตัวสำหรับร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น โดยลักษณะเด่นของโกโก้ของเขาก็คือมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง ทำให้รสชาติไม่ฝาดลิ้น และเน้นปรุงด้วยความหวานน้อยมาก เพื่อให้ได้รสโกโก้เข้มข้น เหมาะมากสำหรับคอโกโก้สายลึกที่รักในความขมของเจ้าเครื่องดื่มชนิดนี้ เมนูที่เราอยากให้ลองก็คือ Classic Cocoa Extremist (80 บาท) โกโก้สูตรแรกของทางร้าน ที่ให้ความเข้มข้นขมลึกถึงใจ แต่ยังให้ความหอมนุ่มนวลปลอบประโลมใจอันเหนื่อยล้าช่วงบ่าย ๆ ได้ด้วย เราอยากให้มาสั่งกันเยอะ ๆ เพราะทุกออร์เดอร์ที่สั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่ ทางร้านจะเสิร์ฟโกโก้เย็น ๆ ให้พี่ ๆ เขาได้ดื่มดับร้อนกันด้วย
 
สั่งได้ที่: ค้นหา Cocoabar บน Lineman 
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-20.30 น. (เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-19.30 น.)
 

28ml Specialty Coffee & Tea Bar


 
28ml มีที่มาจากการที่ทางร้านใส่ใจในปริมาณ การชั่งตวงส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อควบคุมคุณภาพของทุกแก้วที่ทุกคนได้ดื่ม ความพิถีพิถันนี้ทำให้กาแฟทุกแก้วจาก 28ml มีรสชาติและมาตรฐานเดียวกันหมด กาแฟที่ใช้ก็เป็น All Arabica 100% (ไม่มี Robusta เจือปน) เมนูที่เราประทับใจก็คือ Honey Lemon Coffee (110บาท) เป็นช็อตเอสเปรสโซ่ที่ให้รสโทนฟรุตตี้ ผสมกับมะนาวแท้คั้นสดและน้ำผึ้งป่าเดือน 5 จากกาญจนบุรี ท็อปด้วยเลมอนฝานและใบโรสแมรี่ ทำให้แก้วนี้ออกมาลงตัวและเติมความสดชื่นระหว่างวันได้ดีมาก ๆ ส่วน Matcha Espresso Fusion (100บาท) ก็เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของทางร้าน จุดเด่นอยู่ที่ตัวเครื่องดื่มแยกออกเป็น 3 ชั้น ระหว่างมัทฉะ นม และช็อตกาแฟ ให้ออกไปในโทนช็อกโกแลต ติดมัน ๆ และครีมมี่ ๆ หน่อย จัดว่าอร่อยเลยแหละ
 
สั่งได้ที่: ค้นหา 28ml บน Lineman, Grab Food หรือ Panda  
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 7.00-15.00 น. 
AdSense
AdSense
AdSense