เป็นอีกคอนเทนต์สายสัตว์ประหลาดที่บันเทิงดีทีเดียว สำหรับหนังสัญชาตินอร์เวย์เรื่อง Troll ที่เล่าเรื่องเหตุแผ่นดินเคลื่อน ที่มาพร้อมมนุษย์ยักษ์ประหลาดที่มีผิวกายเป็นหิน ไม่มีใครสามารถหาคำอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ แม้แต่รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งถ้าจะให้เราขายหนังเรื่องนี้สั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คงต้องบอกว่ามันคือการหยิบยกตำนานพื้นบ้านมาทำเป็นหนังนั่นล่ะ แล้วก็ถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวเลย

Troll เปิดเรื่องมาที่ตัวละครนักบรรพชีวินที่กำลังขุดซากไดโนเสาร์อยู่ และความทรงจำระหว่างเธอกับพ่อ ที่เคยสนิทสนมกันดี รวมถึงเคยแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานเก่าแก่ของนอร์เวย์มาด้วยกัน บอกใบ้ถึง 'มนุษย์ยักษ์' ที่น่าจะมีอยู่จริง แต่ผู้คนมักคิดว่าเป็นเพียงคาแรกเตอร์ในนิทานหลอกเด็กเท่านั้น จนตัดสลับไปตรงเหตุดินยุบประหลาดที่คล้ายจะเป็นรอยเท้าขนาดยักษ์ของอะไรบางอย่าง ซึ่งรัฐบาลยังหาทางแก้ไขไม่ได้ เลยต้องเรียกคุณนักบรรพชีวิตคนนี้ให้มาร่วมทีมเฉพาะกิจ

เท่ากับว่า เหตุประหลาดนี้ทำให้เกิดเป็นการรวมตัวของผู้มีอำนาจในรัฐบาล กองทัพ และนักวิชาการ แบบที่กึ่ง ๆ จะไม่ได้นัดหมาย ทำให้คนดูได้เห็นแนวคิดของ 'ตัวแทนสังคม' กลุ่มต่าง ๆ ที่มีต่อปัญหา ซึ่งนัยหนึ่งมันก็สะท้อนสังคมโลกจริง ๆ ด้วยเนี่ยแหละ แต่หนังเรื่องนี้ไปไกลกว่านั้น และไปไกลกว่าการหยิบคาแรกเตอร์ 'ยักษ์' ในตำนานมาบอกเล่าด้วย เพราะระหว่างที่เรื่องดำเนินไป ตัวละครจะกล่าวถึงประเด็นศาสนา การมีอยู่ของศาสนา รวมถึงสถาบันกษัตริย์ด้วย


อีกอย่างที่หนังนำเสนอ แม้จะไม่ได้บอกเล่าตรง ๆ คือหลักคิดของนอร์เวย์เรื่องการ 'ลงโทษคนร้าย' โดยในเรื่อง ถึงแม้ว่ายักษ์หินที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้วมุ่งหน้าทำร้ายผู้คนไปตลอดเส้นทางจะถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการจะกำจัดหักล้างภัยคุกคามด้วยการฆ่าให้ตาย กลับกัน หลายตัวละครยังลังเลที่จะทำร้าย และต้องการตอบโต้ด้วยวิธีที่ไม่สุดโต่ง เพื่อให้ปลอดภัยกันทั้งประชาชน และยักษ์แปลกถิ่น (ที่ความผิดเดียวคือแค่อยู่ผิดที่)

โดยรวมแล้วเรารู้สึกได้ถึงความเฉพาะถิ่น เฉพาะวัฒนธรรม ของผลงานชิ้นนี้ ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสากลและเสพง่ายมาก ๆ ไม่ต่างจากการดูบล็อกบัสเตอร์สัตว์ประหลาดของฮอลลีวูดหรือญี่ปุ่นเลย (ในเรื่องมีฉากที่นักข่าวญี่ปุ่นเรียกเจ้ายักษ์ว่า 'ก็อดซิลล่านอร์เวย์' ด้วยล่ะ) ต้องชื่นชมจริง ๆ ที่เขาหยิบ Genre สัตว์ประหลาดมาทำได้อย่างมีรสนิยม มีมิติ และคิดเบื้องหน้าเบื้องหลังมาได้คมคายลึกซึ้งทีเดียว เป็นอีกคอนเทนต์ที่อยากแนะนำให้ชาวซอยมิลค์ได้ลองชมกัน มีทั้งเสียงนอร์เวย์ และทั้งพากย์อังกฤษและพากย์ไทยให้เลือกด้วยจ้า!
Troll สตรีมทาง Netflix

