บ่อยครั้งที่เราเห็นหนังแนวครอบครัวนำเสนอความโชคร้ายหรือปมของเรื่องในรูปความเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวละครหลัก และบ่อยครั้งที่แพตเทิร์นนี้ทำให้หนังลดความน่าติดตามลงไป เพราะมันดูเป็นสูตรเดิม ๆ แนวทางเดิม ๆ ซะเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้น หนังที่พูดถึงความเจ็บไข้ได้ป่วยเรื่องล่าสุดอย่าง The Water Man ก็ยังสามารถหากิมมิกมาจูงใจให้เรารับชมได้แบบม้วนเดียวจบ นั่นก็คือการวางธีมลึกลับ โดยให้ตัวละครหลักค้นหายาวิเศษ หรือในที่นี้คือ 'ผู้วิเศษ' ในตำนาน

The Water Man เล่าถึงเด็กชายนักวาดรูปที่ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกกับใครนัก โดยเฉพาะกับผู้เป็นพ่อ จะมีก็แต่แม่เท่านั้น ที่ดูจะเข้าใจเขาเสมอ แต่วันหนึ่งเขากลับพบว่าคนที่เข้าอกเข้าใจเขาที่สุดจะอยู่กับเขาได้อีกไม่นาน ด้วยภาวะความเจ็บป่วยที่ไม่มีทางรักษา เขาจึงเลือกที่จะเชื่อในตำนานท้องถิ่น เกี่ยวกับมนุษย์ผู้โกงความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และมีชีวิตผ่านยุคผ่านสมัย ไม่เจ็บไม่ตาย ซึ่งน่าจะช่วยให้แม่ของเขาไม่ต้องตายจากโรคร้ายได้ด้วยเหมือนกัน

คิดได้อย่างนั้นแล้ว เด็กชายเลยตัดสินใจรวบรวมเบาะแสทั้งหมดเกี่ยวกับ Water Man มนุษย์ลึกลับคนที่ว่า แล้วออกจากบ้านไปตามหาอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการขอความช่วยเหลือจากเด็กสาว (ที่ก็ลึกลับเหมือนกัน) ท่าทางประหลาด แถมยังดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับเขาเท่าไหร่ ทั้งคู่เดินทางเข้าไปในเขตชายป่าที่ห่างไกล ไร้ผู้คน ซึ่งยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ ป่ารอบตัวก็ยิ่งดูประหลาดขึ้นเท่านั้น ขณะที่ร่องรอยของ Water Man ในตำนานก็ไม่ปรากฏอย่างที่คาดหวัง

สุดท้าย เด็กชายก็ได้พบกับที่ที่ดูเหนือจริง (พร้อมกับบุคคลเหนือจริง) ที่เขาตามหา แต่แล้วความเลิศล้ำอมตะที่เขาเคยคิดว่าจะตอบโจทย์ปัญหาที่เขากำลังเผชิญ กลับดูไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ไปซะนี่ แล้วการรับมือกับความเจ็บไข้ได้ป่วยและความสูญเสียที่ ‘ใช่’ ที่สุดมันคืออะไรกันแน่ ไปร่วมหาคำตอบกันได้ในหนังที่เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของนักแสดงมากฝีมือ เดวิด โอเยโลโว ที่เรื่องนี้ก็มาร่วมแสดงนำในบทพ่อด้วย
The Water Man สตรีมทาง Netflix
