เราเชื่อเหลือเกินว่าแฟน ๆ ของ 'พี่เบน' เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ทั่วโลก น่าจะได้กดดูหนังสตรีมมิง (ที่น่าจะเตรียมชิงรางวัลในทุกเวที) อย่าง The Power of the Dog กันไปแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู หรือตัดสินใจไม่ได้ กลัวว่าคอนเทนต์นี้จะเครียดเกินไป หรือดราม่าหนักหน่วงไป จนไม่สร้างความบันเทิงต่อหัวใจ วันนี้เราจะมาบอกเล่าสักหน่อยว่าผลงานเรื่องนี้ของผู้กำกับหญิงมือทอง เจน แคมเปียน เกี่ยวกับอะไร แล้วทำไมถึงเรียกได้ว่าเป็นหนังคุณภาพที่คอหนังไม่ควรพลาด

The Power of the Dog เล่าอิงจากนิยายชื่อเดียวกันที่ผู้เขียนบอกว่า 'แต่งแต้ม' จากเรื่องราวรอบตัวเขา โดยไม่ระบุว่ามีส่วนใดเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เดินเรื่องโดยตัวละครคู่พี่น้องที่ร่ำรวยและเป็นเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ ฟิล และ จอร์จ เบอร์แบงก์ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทั้งสองแตกต่างกันอย่างมากก็คือ ฟิลเป็นคนหยาบกระด้าง น่าเกรงขาม (และในหลายห้วงจังหวะก็จัดได้ว่า 'น่ารังเกียจ') ขณะที่ จอร์จเป็นคนอ่อนโยน จิตใจดี
จอร์จได้พบรักกับ โรส หญิงหม้ายเจ้าของโรงแรมเล็ก ๆ ที่มีลูกชายวัยกำลังแตกหนุ่มมาช่วยงาน แต่ความสัมพันธ์ที่น่าจะไปได้ดีนี้กลับต้องมาสะดุดตรงที่ ฟิล ดูจะไม่ชอบใจการเป็นครอบครัวเดียวกันกับแม่ลูกคู่นี้เท่าไหร่นัก โดยคิดไปว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมา 'จับ' น้องชายเขาเพราะเงินแน่ ๆ เลยมีท่าทีกระแนะกระแหน รังควาญน้องสะใภ้ไปเรื่อย ในที่สุดความกดดันจากครอบครัวใหม่ก็ทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ต้องหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์ และติดเหล้าจนล้มป่วย


แต่ความไม่ชอบในตัวน้องสะใภ้ ก็ไม่ได้ทำให้ฟิลแสดงท่าทีแบบเดียวกันกับ ปีเตอร์ ลูกชายของโรส แม้การเจอกันในครั้งแรก ๆ จะไม่ราบรื่นนักก็ตาม แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น เขาก็ค่อย ๆ เปิดรับเด็กหนุ่มเข้ามาเป็นคนใกล้ชิด ภายใต้การจับจ้องอย่างไม่วางตาของโรสผู้เป็นแม่ ที่เกลียดฟิลเข้ากระดูกดำ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวละครฟิลเป็นมนุษย์ที่มี 'มลพิษ' สูงมาก ความเป็นตัวเขาระรานทุกคนไปทั่ว แต่ภายใต้ความห้าวหาญมาดแมนนี้ กลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวของรสนิยมที่ไม่เหมือนใครและการไม่สามารถรักใครได้อย่างเปิดเผย ความลับที่เขาซ่อนไว้ทำให้เขาเลือกจะแว้งกัดทุกคนที่เขารู้สึกไม่พึงใจ (หรืออิจฉา?) โดยอาจจะเผลอคิดไปว่าการทำตัวเป็นอันตรายต่อผู้อื่นเช่นนี้จะทำให้เขาไม่ถูกแว้งกัดจากผู้อื่น แต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์เรามันตรงไปตรงมาขนาดนั้นจริงเหรอ?

ชื่อ The Power of the Dog มาจากประโยคจากไบเบิล บท Psalm 22:20 ที่ว่า Deliver me from the sword, my precious life from the power of the dogs. หรือก็คือ สดุดี 22:20 "ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากดาบ ช่วยชีวิตข้าพระองค์จากเขี้ยวสุนัข" ซึ่ง 'เขี้ยวสุนัข' ในที่นี้หมายถึง สิ่งกระตุ้นเร้าต่าง ๆ จากเบื้องลึกที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้น ถูกแสดงออกมา และทำลายเราได้ในที่สุด
หนังเรื่องนี้ไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าอะไรกันแน่ที่ถือเป็น 'เขี้ยวสุนัข' ในเรื่อง แต่ด้วยวิธีเล่าที่ลุ่มลึก มีชั้นเชิง คนดูจะค่อย ๆ ได้ทำความรู้จักกับแต่ละตัวละคร ที่ทั้งอบอุ่นและเยียบเย็น เป็นการนำเสนอความเป็นมนุษย์ ความเป็นปุถุชน และเพศสภาพที่แตกต่าง ท่ามกลางฉากหลังวิถีคาวบอยในมลรัฐมอนทานา ช่วงยุค 20s ได้อย่างมีศิลปะดีจริง ๆ
The Power of the Dog สตรีมทาง Netflix
