หลายครั้งที่เราได้ดูสารคดีคุณภาพ ที่ตั้งคำถามกับเหตุการณ์หนึ่ง ๆ การกระทำหนึ่ง ๆ ด้วยการเล่าเรื่องจากมองมุมเดียว ความเห็นเดียว ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้วสำหรับผลงานที่ต้องการสื่อสารเมสเสจสำคัญ แต่พอเราได้ดูสารคดีการเมืองอย่าง The Monopoly of Violence ที่ตั้งคำถามกับ 'การผูกขาดความรุนแรงโดยรัฐ' ของรัฐบาลฝรั่งเศส เรากลับพบว่าสารคดีที่ 'ตั้งธง' หรือกำหนดบทสรุปไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องจากมุมมองเดียวเสมอไป และมุมมองที่หลากหลายต่อสถานการณ์หนึ่ง ๆ ยิ่งทำให้เนื้อหาที่หนังต้องการถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์และอิมแพกต์ใจคนดูมากยิ่งขึ้นด้วย

The Monopoly of Violence พาเราไปสำรวจการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมในฝรั่งเศส ผ่านฟุตเทจมือถือมากมาย ที่ถูกถ่ายไว้โดยประชาชนคนทั่วไป หรือแม้แต่สื่อมวลชนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ตัดสลับกับบทสัมภาษณ์/บทสนทนาของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นักเคลื่อนไหว และนักวิชาการ ทำให้เราในฐานะคนดูเหมือนกับได้ดูข่าว ไปพร้อม ๆ กับได้นั่งฟังเลกเชอร์ของอาจารย์จากที่ต่าง ๆ ยังไงยังงั้น และไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับผู้พูดหรือไม่ ด้วยบรรยากาศที่หนังนำเสนอออกมา อย่างน้อยเราจะอยากรับฟังความเห็นเหล่านั้น ซึ่งเราว่ามู้ดแอนด์โทนแบบนี้มันพิเศษมาก ๆ (สำหรับสารคดีการเมือง)

แน่นอนว่าแก่นของสารคดีนี้มุ่งจะเล่าถึงการหาความหมายที่แท้จริงของ 'ความรุนแรง' และการนิยามว่าใครกันแน่ที่มี 'สิทธิ์ผูกขาด' ในการใช้มัน แต่ในขณะเดียวกันมันก็พาเราไปรับรู้ถึงความสำคัญของ 'การบันทึกความรุนแรง' และการใช้ 'สิทธิ์การแสดงออก' ของประชาชนด้วย โดยเนื้อความตอนหนึ่งเล่าเรื่องคุกวงแหวน หรือ Panopticon ที่ใช้แนวคิดเรื่อง 'การถูกมองเห็น' มาเป็นเครื่องมือตรวจสอบไม่ให้นักโทษทำความผิด และในลักษณะเดียวกัน การสอดส่องโดยประชาชน หรือก็คือการถ่ายคลิปเจ้าหน้าที่รัฐขณะกระทำความรุนแรง ก็ถือเป็นการตรวจสอบไม่ให้พวกเขานอกลู่นอกทางด้วยเช่นกัน

แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่แม้จะมีหลักฐานมากมายว่าผู้ถืออำนาจรัฐใช้กำลังทำร้ายประชาชน ผู้ลงมือ ซึ่งในที่นี้คือตำรวจ กลับไม่ยอมรับว่าความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นจริง ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ความรุนแรงนั้นมีอยู่จริง ฝ่ายที่สนับสนุนความรุนแรงโดยรัฐก็ยังเลือกที่จะเชื่อว่า 'เพราะประชาชนรุนแรงก่อน รัฐจึงตอบโต้' ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างว่า 'ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์นิยามว่าอะไรคือความรุนแรง' และความรุนแรงของประชาชนในระดับใดถึงจะเรียกว่ามากพอให้รัฐต้องใช้กำลังกำราบ?

ส่วนตัวแล้วเราชอบมู้ดการถกเถียงและหลักการของนักวิชาการแต่ละคนมาก ๆ และแม้แต่เหตุผลของผู้สนับสนุนความรุนแรงโดยรัฐด้วยก็ตาม แต่ในขณะเดียวกัน เราก็รู้สึกเศร้าใจว่าประเทศที่เรียกได้ว่า 'เจริญแล้ว' และเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ กลับยังคงมีร่องรอยของการกดทับทางอำนาจเช่นนี้ และสุดท้ายแล้ว อำนาจในการปกครองก็ไม่ใช่ 'ประชาธิปไตย' ตามความหมายดั้งเดิม เพราะอำนาจ 'อธิปไตย' ที่มี ไม่ใช่ของ 'ประชา' อย่างแท้จริง
The Monopoly of Violence เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ Doc Club & Pub และ House Samyan