ตอนที่เรารู้ข่าวการเลื่อนฉายแบบไม่มีกำหนดของหนังแอ็กชันทริลเลอร์ขายความรุนแรงอย่าง The Hunt เมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกาเจอข่าวกราดยิงแบบรัว ๆ (เอล พาโซ, เทกซัส - เดย์ตัน, โอไฮโอ) แล้วพอมาต่อเนื่องด้วยวิกฤติโควิด เราก็เลยคิดว่าคงไม่มีทางได้ดูเรื่องนี้ในโรงแน่แล้ว ซึ่ง... ผิดคาด! เพราะมันกลับมาเข้าโปรแกรมฉายโรงบ้านเราแบบเซอร์ไพรส์ ๆ โดยพอยิ่งได้ดู เราเลยยิ่งพบว่าเนื้อหามันมีอะไรมากกว่าการให้คนมาไล่ยิงกัน หรือแค่ประเด็น 'ความรุนแรง' โดยทั่วไป

The Hunt เล่าถึงคนแปลกหน้า 12 คน ที่ตื่นมากลางสภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงนั้นได้ยังไง แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีคนไล่ยิงพวกเขาจนต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น ขณะที่ คนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนล่ามนุษย์จนตรอกที่พวกเขาจับมาด้วยอาวุธครบมือ โดยหาเหตุผลมารองรับการฆ่าคนเหล่านั้นเสร็จสรรพ เหมือนตัวเองกำลังทำดี เป็นคนดีอยู่ ซึ่งความเก๋ของพล็อตทั้งหมดนี่คือ มันเป็นการยกเอาแนวคิดทางการเมืองในสหรัฐอเมริกามาล้อซะพรุนไปหมด แล้วมันเวิร์กมาก!

การนำเสนอ 'ชนชั้นอีลีต' ความลิเบอรัลของพวกเขา หรือแม้แต่ 'ความพีซี' (Political Correctness) ต่าง ๆ ล้วนเป็นรายละเอียดที่มาถูกจังหวะตลอดทั้งเรื่อง แล้วยังไม่นับการยกงานเขียนของ จอร์จ ออร์เวลล์ อย่างเรื่อง Animal Farm มาผูกไว้กับตัวละครอีกนะ เรียกว่าต้องยกความดีความชอบให้คนเขียนบทเรื่องนี้ นิก คิวซ์ กับ เดมอน ลินเดลอฟ ที่คนหลังมีเครดิตงานเขียนและโปรดิวซ์เปรี้ยง ๆ อย่างซีรีส์ Lost และ Watchmen ด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่า The Hunt เป็นหนังที่ค่อนข้างรุนแรง ใครไม่พร้อมเจอปืนเจอแผลเจอเลือด เรื่องนี้ขอให้ผ่านไป แต่สำหรับคนที่ไม่ติดเรื่องแบบที่ว่า แล้วพร้อมเสพคอนเทนต์การเมืองอเมริกันชนแบบแสบ ๆ คัน ๆ และรับฟังประโยคเด็ดของตัวแม่ในเรื่องว่า "ประเทศนี้เป็นของคนไร้การศึกษาและอิกนอแรนต์" ก็ขอให้รีบเร่งเข้าไปดูดซึมความบันเทิงนี้ในโรงภาพยนตร์ได้เลยจ้า!
The Hunt ฉายแล้ววันนี้ (12 ส.ค.) ในโรงภาพยนตร์
