เรียกว่ารอมานานพอตัว สำหรับผลงานคุณภาพเรื่องล่าสุดจากค่ายหนังสายอาร์ต A24 อย่าง The Green Knight ศึกโค่นอัศวินอมตะ ที่บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มและการรักษาคำมั่นสัญญาต่ออัศวินอมตะผู้ลึกลับ โดยอิงจากเรื่องเล่าอัศวินสมัยก่อนที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น

The Green Knight เปิดเรื่องมาที่ กาเวน ชายหนุ่มสูงศักดิ์ผู้ที่ไม่ได้เป็นอัศวิน แต่ก็ใกล้ชิดพระราชาพอจะได้ร่วมวงเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญกับเหล่าอัศวินด้วย แต่ชีวิตแสนธรรมดาของเขาก็ต้องมาเปลี่ยนไป หลังจากการมาถึงของอัศวินลึกลับในวันคริสต์มาส โดยอัศวินคนที่ว่ามาพร้อมคำท้าให้ใครสักคนในท้องพระโรง 'ลงดาบ' กับเขา แล้วอีก 1 ปีให้หลัง เขาจะลงดาบคืน

กาเวนรับคำท้านี้ และตัดคออัศวินสีมรกตคนนั้นได้สำเร็จ แต่นั่นก็ไม่ได้ปลิดชีพเจ้าของคำท้านั้นแต่อย่างใด กลับกัน เขาลุกขึ้นมาและเน้นย้ำให้ชายหนุ่มรักษาสัญญาในอีก 1 ปีข้างหน้า ก่อนจะจากไปท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นส่วนที่บอกเล่าถึงการเดินทางและการเติบโตของกาเวน ผ่านงานวิชวลชั้นเลิศของผู้กำกับ เดวิด โลเวอรี และผู้กำกับภาพ แอนดรูว์ ดรอซ พาเลอร์โม


เราชอบที่ The Green Knight มีความเป็นกวีสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เข้าใจยากอะไร แถมนอกเหนือจากการที่เราได้เห็นตัวละครตั้งคำถามกับจุดมั่งหมายในชีวิต เกียรติยศ ความกล้าหาญ และความดีงามแล้ว เราในฐานะคนดูยังได้ตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเองไปพร้อมกันด้วย
"ถ้าข้าทำสิ่งนี้ให้ท่าน ท่านจะให้อะไรตอบแทนหรือ?"
"ทำไมท่านถึงถามเช่นนั้นเล่า? ทำไมท่านต้องถามเช่นนั้น?"
บทสนทนาข้างต้นเป็นหนึ่งในโควตจาก The Green Knight ที่สะกิดใจเรามาก ๆ ทำไมการลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อใครสักคน ต้องนำมาซึ่งสิ่งตอบแทนด้วยนะ? แล้วถ้าเราไม่ได้สิ่งตอบแทนที่น่าพอใจ เราจะไม่ช่วยเหลือผู้อื่น (แม้จะช่วยได้) งั้นเหรอ?

สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้บอกเล่าแค่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของตัวละครก็ได้ แต่กลายเป็นการกระตุ้นเตือนหรือชวนให้ย้อนนึกถึงการเติบโตของตัวคนดูทั้งหลายเนี่ยแหละ ว่าระหว่างการเดินทางบนถนนสายชีวิตนี้ เราได้ละทิ้งความดีงามบางส่วนหรือหลงลืมคุณค่าที่เคยยึดถือไปบ้างหรือเปล่า ส่วนนี้หนังทำดีมาก ๆ แม้ว่าจังหวะหนังจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับคอหนังสายแมสก็ตาม
The Green Knight ศึกโค่นอัศวินอมตะ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 11 พ.ย.
