ใครจะไปนึกว่าคนที่ติดตามคดีกลโกงของสตาร์ตอัปชื่อดังแห่งซิลิคอนแวลลีย์ Theranos อย่างเรา จะมีโอกาสได้เห็นมันถูกสร้างเป็นซีรีส์ตั้งแต่คดีความยังไม่สิ้นสุด และได้เห็นคุณแม่ลูก 2 ที่เรายังจำภาพติดตาได้จากหนังแจ้งเกิดของเธออย่าง Mean Girls อะแมนดา ไซเฟร็ด มารับบทนำเป็น เอลิซาเบธ โฮล์มส ผู้ก่อตั้งบริษัทเฮลท์เทคแห่งนี้ ซึ่งเลือกจะ 'เลิกเรียนกลางคัน' หรือ dropout ออกมาจากมหาวิทยาลัย เพื่อมุ่งหน้าสร้างธุรกิจและคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างเต็มตัว จนเป็นที่มาของชื่อซีรีส์นี้นี่แหละ

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวของ Theranos ต้องเกริ่นก่อนว่ามันเป็นบริษัทเฮลท์เทคที่นำเสนอเทคโนโลยีตรวจเลือดสุดล้ำ โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดแค่ไม่กี่หยด แต่ระบุผลได้ทั่วถึงทุกโรค แถมเครื่องประมวลผลเลือดยังเป็นดีไวซ์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งได้ตามร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ซึ่งจะทำให้การวินิจฉัยโรคเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ขายมาขนาดนี้ Theranos เลยสามารถระดมทุนระลอกแล้วระลอกเล่าได้อย่างมหาศาล และได้รับการสนับสนุนจากคนดังหลายวงการ รวมถึงจากฝั่งการเมืองอย่าง บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดี และ เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ด้วย

The Dropout เล่าเรื่องตั้งแต่ตอน เอลิซาเบธ ยังเป็นนักเรียนหัวดี ที่นิสัยออกจะแข็งกร้าวและประหลาดอยู่นิด ๆ จนเธอคนนี้ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดัง ได้เริ่มเปิดหูเปิดตากับสิ่งต่าง ๆ และมีความฝันว่าอยากจะเปลี่ยนโลกด้วยนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเอง ซึ่งเมื่อเธอได้พบกับเพื่อนต่างวัยที่พูดคุยกันถูกคอสุด ๆ ราเมศ บัลวานี หรือ ซันนี นักธุรกิจอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน มิตรภาพครั้งนี้ก็จุดประกายให้เธออยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จนไม่อยากใช้ชีวิตนักศึกษาอีกต่อไป

สิ่งที่อิมแพกต์คนดูมาก ๆ คือการเติมหัวจิตหัวใจให้กับ 'คนในข่าว' เหล่านี้ แน่นอนว่าคนที่ติดตามคดีฉาวนี้มาต้องพอเข้าใจความเป็นไปภายในบริษัทอยู่บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงต้องพอรู้นิสัยแปลก ๆ ของตัวเดินเรื่องอย่าง เอลิซาเบธ ที่ลงทุน 'เปลี่ยนเสียงพูด' ให้ผู้คนเชื่อถือมากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นซีรีส์เรื่องนี้ก็พาให้คนดูได้ไปเห็นในอีกมิติ อีกมุมมองต่อคาแรกเตอร์เหล่านี้ พาไปสำรวจว่าพวกเขาผ่านอะไรมา คิดอะไรบ้าง และมีทรานซิชันจาก 'คนฉลาดทั่วไป' ไปสู่ 'คนฉลาดที่พร้อมจะโกง' จนไปสู่ 'คนฉลาดที่เลือดเย็น' ยังไงบ้าง บอกเลยว่าไม่ว่าจะรู้เรื่อง Theranos มาก่อนหรือไม่ ก็ดูสนุกทั้งนั้น แล้ว อะแมนดา ก็เล่นได้ดีเหลือเกิน จากที่เราไม่ได้ชอบคาแรกเตอร์ของผู้ก่อตั้ง Theranos คนนี้อยู่เป็นทุนเดิม พอมาดูซีรีส์ก็กลายเป็นเกลียดไปซะง่าย ๆ แถมการเลียนแบบการเปลี่ยนเสียงพูดก็ใช้ฝีมือสุด ๆ ดูแล้วอยากลุกขึ้นปรบมือให้รัว ๆ
หมายเหตุ: ณ วันที่เขียนบทความนี้ ซีรีส์ออกมาแล้ว 5 ตอน และยังไม่จบซีซัน ขณะที่ตัวคดีความเองก็ยังไม่สิ้นสุดเช่นกัน ตัดสินไปได้แค่บางส่วน เหลือที่ต้องพิจารณาอีกในช่วงปลายปีนี้
The Dropout สตรีมทาง Disney+ Hotstar
