'พูดให้ดีขึ้น ไม่ใช่พูดให้ดังขึ้น เพราะดอกไม้เติบโตจากเม็ดฝน ไม่ใช่ฟ้าร้องฟ้าผ่า' (Raise your words, not your voice, it's rain that grows flowers, not thunder.) เป็นข้อความปิดท้ายหนังแอนิเมชันคุณภาพที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2018 อย่าง The Breadwinner ที่เล่าถึงเด็กหญิงที่ต้องปลอมตัวเป็นเด็กชายเพื่อออกจากบ้านไปหาเลี้ยงครอบครัว หลังจากที่กลุ่มตอลิบานจับพ่อของเธอเข้าคุกโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งการลุกขึ้นต่อกรกับกองกำลังหัวรุนแรงด้วยความไร้เดียงสาและตรงไปตรงมาของเธอนี้เองที่ทำให้เมสเสจของหนังมันทรงพลังมาก ๆ
ในสังคมที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบไม่เป็นธรรมมากมาย ภายใต้กลุ่มหัวรุนแรงที่ทำร้ายประชาชนอย่างไม่มีจิตสำนึก เด็กหญิงในคราบเด็กชายวัย 11 ขวบ ต้องออกไปผจญโลกกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน จนทำให้ค้นพบทั้งเสรีภาพและความโหดร้ายที่รอเธออยู่ ผ่านสายตาของเด็กน้อยที่เหมือนจะถูกบังคับให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน ถือเป็นเนื้อหาหนัก ๆ ที่เอามาผูกโยงกับเด็กได้อย่างน่าทึ่ง เพราะแน่นอนว่าในประเทศที่มีปัญหาด้านการปกครอง ผู้ที่รับเคราะห์ย่อมไม่ใช่แค่ประชาชนวัยผู้ใหญ่เท่านั้น เนื้อหาของ The Breadwinner จึงเป็นการเริ่มต้น 'บทสนทนาทางสังคม' ที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน

เนื้อหาของหนังแอนิเมชันที่ไม่ได้ทำมาเพื่อเด็กเท่านั้นเรื่องนี้เป็นกระบอกเสียงที่สำคัญในสังคมโลกขนาดที่ว่า แอนเจลีนา โจลี นักแสดงมากความสามารถและผู้แทนพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ยังมาร่วมเป็นหนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้กับผู้ชมให้ได้เป็นวงกว้างที่สุด เข้าถึงคอหนังและผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่โจลีเคยกล่าวไว้กับ Yahoo Entertainment ในช่วงโปรโมตผลงานคือ The Breadwinner ทำให้ผู้ชมเด็ก ๆ ที่อาจจะไม่เคยรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหนังมาก่อน รู้ว่ามีสิ่งนี้อยู่ ซึ่งพวกเขาอาจจะรู้สึกไม่ดีหรือโกรธขึ้ง แต่มันจะช่วยผลักดันให้พวกเขาอยากช่วยแก้ปัญหาในที่สุด หรือก็คือ หนังเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนได้อีกทางนั่นเอง
The Breadwinner สตรีมทาง Netflix

