เป็นหนังที่ผ่านร้อนผ่านหนาวช่วงถ่ายทำมาหลายรอบ เพราะโควิดและความล่าช้าอื่น ๆ แต่ก็เป็นหนังที่แฟนคอมิกจำนวนมากรอคอย ไม่ว่าจะดีเลย์หรือไม่เป็นไปตามแผนขนาดไหนก็ตาม สำหรับ The Batman หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นการประเดิมรับบทมนุษย์ค้างคาวของ โรเบิร์ต แพตทินสัน นักแสดงที่แจ้งเกิดจากโปรเจกต์สุดแมสอย่าง Twilight และค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์กับผลงานอินดี้ อาร์ตเฮาส์ ในเวลาต่อมา


ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้เรามาก ๆ คือการที่ The Batman เลือกจะเล่าในแบบหนังสืบสวนสอบสวน ผสมกับเสียงบรรยายของตัวละครหลัก ซึ่งก็คือ บรูซ เวย์น หรือ แบทแมน นี่ล่ะ โดยเปิดเรื่องมาด้วยคดีฆาตกรรมที่ตำรวจตามจับคนร้ายไม่ได้ แถมผู้ลงมือยังทิ้งคำใบ้ปริศนาไว้อีก ซึ่งทั้งหมดนี้ สำหรับเราในฐานะคนดู มันให้ความรู้สึกเหมือนได้เปิดอ่านไดอารี่ของแบทแมนยังไงยังงั้น มีความเป็นมนุษย์ปุถุชนมาก ๆ ไม่เหมือนกำลังดูหนังซูเปอร์ฮีโร่อยู่เลย


นอกจากการเล่าเหตุการณ์ร้าย ๆ ในเมืองก็อตแธมแล้ว เราชอบที่มันพาไปสำรวจประเด็นอย่างชนชั้นทางสังคม ความเหลื่อมล้ำ การคอร์รัปชัน ยาเสพติด รวมถึงการเอื้อประโยชน์กันของเอกชนกับเจ้าหน้ารัฐ และประเด็นดาร์ก ๆ อื่น ๆ ได้แบบตรงไปตรงมา ไม่หลบเลี่ยง ท่ามกลางสังคมที่เหมือนจะไม่เหลือคนดีอยู่อีกแล้ว ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ชีวิตที่ไม่มีซูเปอร์ฮีโร่อยู่ด้วย ทำให้รู้สึกว่ามันใกล้ตัวและเป็น 'เรื่องของเรา' มากกว่าหนังแนวเดียวกันที่เคยดูมา


จุดเด่นของ The Batman ที่ทำได้ดีมาก ๆ คือการรวมนักแสดงเทพ ๆ อย่าง แอนดี เซอร์คิส, เจฟฟรีย์ ไรต์, คอลลิน ฟาร์เรลล์, ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด และ พอล ดาโน ไว้ในโปรเจกต์เดียวกัน แล้วเพิ่มอรรถรสด้วยดนตรีประกอบที่อลังการงานสร้าง เหนือชั้นในทุกมิติ ทำให้งานภาพ การร้อยเรียงเรื่องราว ที่ก็ทำได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งสร้างอิมแพกต์กับคนดูยิ่งกว่าเดิม เป็นหนังแบทแมนที่มีหัวใจ และชวนให้คนดูรู้สึกผูกพันเชื่อมโยงกับตัวละครในเรื่องได้ดีมาก ๆ เราเชื่อว่าไม่ต้องเป็นแฟนคอมิกก็จะรักหนังเรื่องนี้ได้เหมือนกัน
The Batman ฉายแล้วในโรงภาพยนตร์
