Skip to main content
AdSense

[Soimilk Now Showing] Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า หนังเรื่องนี้แมสไปกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ

มีกันบ้างไหมนะ

[Soimilk Now Showing] Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า หนังเรื่องนี้แมสไปกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ
June 21, 2019 Bangkok time
หมายเหตุ: บทความนี้มีสปอยล์เล็ก ๆ ของภาพยนตร์ ใครกลัวสปอยล์จัด ขอให้ปิดแล้วไปดูหนังก่อนค่อยมาอ่านนะ เตือนแล้วนะ /เสียงเชฟป้อม
 
สำหรับครึ่งปีหลังนี้ เชื่อเหลือเกินว่าหนังเรื่อง Where We Belong ของผู้กำกับสุดใจร้ายอย่าง คงเดช จาตุรันต์รัศมี จะเป็นที่พูดถึงกันได้อย่างไม่รู้จบแน่ ๆ หนังขนาดไม่ใหญ่มากแฝงไว้ด้วยความอินดี้และแมสผสมกลมกลืนกันอย่างแยกไม่ออก มีลายเซ็นของผู้กำกับอย่างชัดเจน ทั้งยังได้นักแสดงนำเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคทั้งสองคือ มิวสิค และ เจนนิษฐ์ พ่วงด้วยนักแสดงสมทบอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น แพนด้า, นํ้าหนึ่ง, ปูเป้, ฝ้าย และตาหวาน ยังมีตัวละครเดินเรื่องสำคัญอีกหนึ่งคือ อร ทั้งหมดนั้นมาจากสำนัก BNK48 นั่นเอง ทุกตัวละครล้วนมาเติมเต็มให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์ในแบบฉบับที่มี วันนี้เรามาชวนคุยกันถึงหลาย ๆ สิ่งที่จะพบได้ในภาพยนตร์ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เรื่องนี้กัน (ไม่ต้องห่วงเนื้อหาต่อไปนี้มีสปอยล์แน่นอน ไปดูหนังมาก่อนแล้วค่อยอ่าน หรืออ่านก่อนแล้วค่อยไปดูก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่รู้เลยว่าที่ไหนกันนะจะเป็นที่ของเราเช่น Where We Belong ไงล่ะ) 
 
 

บ้าน-เมือง 

 
 
จากเรื่อง Snap แค่ได้คิดถึง ผลงานเรื่องหนึ่งของผู้กำกับคงเดชที่เคยถ่ายทำในจังหวัดจันทบุรี มาถึง Where We Belong ก็ยังคงถ่ายทำที่จังหวัดนี้เช่นเดียวกัน จันทบุรีเป็นบ้านเกิดของหญิงสาวตัวละครหลักชื่อ ซู สถานที่ซึ่งผสมผสานระหว่างความเก่า-ใหม่ของเมืองตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง เมืองที่ยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมจากครั้งอดีตให้ได้สัมผัส ร้านค้าที่ดูเก่าแก่ ห้างสรรพสินค้าที่ดูล้าสมัย วัดหรือโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมอันยาวนาน รวมถึงการมีธรรมชาติทั้งสองอย่าง ภูเขาและทะเล เป็นความต่างจังหวัดที่เด็กรุ่นใหม่หลาย ๆ คนอยากจะออกมาจากตรงนั้น เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ เมืองหลวง ซึ่งมีหลาย ๆ สิ่งเอื้ออำนวยต่อการมีชีวิตที่ทันสมัยกว่า ได้เรียนรู้สิ่งใหม่กว่า และ ได้เปิดหูเปิดตากว่าการได้พบเจอสิ่งเดิม ๆ ที่มีในบ้านเกิด เช่นเดียวกับตัวละครหลักในเรื่องที่พยายามจะหนีห่างออกมาจากบ้านเพื่อตามหาบ้านที่ตัวเองอยากเจอ "ไปที่ไหนก็ได้ แค่อยากไปจากที่นี่" นี่คือคำตอบที่เธอใช้ในการสัมภาษณ์เพื่อไปเรียนต่อยังประเทศ ฟินแลนด์ 

ครอบครัว 

 
 
ความโดดเด่นของเรื่องคือ การเล่นกับสภาพความเป็นอยู่ของตัวละครที่มีสถานะครอบครัวซึ่งแตกต่างกันไป ตัวละครอย่าง ซู ที่มีผู้ใหญ่ในบ้านบ้านอยากให้สืบทอดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่ชื่อดังในจังหวัด แต่เธอไม่ได้สนใจมรดกตกทอดชิ้นนี้ โดยมองว่าอยากออกจากที่แห่งนี้ไปเรียนต่อต่างประเทศ หนีจากความคุ้นชินน่าเบื่อหน่ายอันเดิมไปเจอสิ่งใหม่ แน่นอนผู้ใหญ่ในบ้านไม่เห็นดีงามด้วยและพยายามรั้งไว้ไม่ปล่อยให้เธอไป และเบลล์ตัวละครหลักที่เป็นอีกครอบครัวหนึ่งไม่ได้ดิ้นรนจะออกไปมีชีวิตข้างนอก เพราะอยากอยู่ดูแลยายที่แก่ชราในสถานที่เดิม และ มิว คือหญิงสาวที่ต้องโตกว่าใครในรุ่นเดียวกัน แบกกระเป๋าหนักอึ้งเป็นความรับผิดชอบต่อหน้าที่ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ ยังมีวัยรุ่นอีกกลุ่มในเรื่องที่ไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร ใช้เวลาไปวัน ๆ กับการเที่ยวเล่น กิน ดื่ม ทั้งหมดเหล่านี้คือ การสะท้อนค่านิยมของคำว่าครอบครัวที่หนังถ่ายทอดมาให้เราได้ชม

การเมือง

 
 
ต้องบอกว่าผู้กำกับคนนี้แอบหยอดมุกทางการเมืองเอาไว้ในเรื่องอย่างไม่โจ่งแจ้งและมีชั้นเชิงอย่างดีเยี่ยม ประชดประชันแบบเป็นแผลเล็ก ๆ แต่กระแทกความรู้สึกที่เราเหล่าผู้ชมต่างหัวหัวเราะแห้งไปตาม ๆ กัน ทั้งเรื่องของอายุ 18 ปีที่ตัวละครหลักบอกว่าตนนั้นเลือกตั้งได้แล้ว และครูให้คำตอบว่าแล้วเธอเคยเลือกหรือยัง หรือ เรื่องของผู้ใหญ่ในบ้านที่ไม่เคยเห็นด้วยกับความคิดแบบเด็กในยุคสมัยใหม่คอยแย้งให้ต้องคิดตามพวกเขาอย่างเดียว และยังมีอีกหลายมุกที่ผู้กำกับต่างสอดแทรกแฝงนัยยะให้เราได้รู้สึกกันเองตามความจริงที่เกิดขึ้นกับการเมืองบ้านเรา

ความว้าวุ่น 

 
 
เรื่องราวของมิตรภาพระหว่างเพื่อนของตัวละครหลักทั้งสองคือ เบลล์ที่เป็นห่วงเป็นใย มอบความรักให้กับเพื่อนสนิทอย่างซูมาโดยตลอด แต่ท้ายที่สุดท้ายแล้วเธอได้รู้ว่าระยะห่างของความสัมพันธ์นั้นหน้าตาเป็นเช่นใด เช่นกันกับตัวละครหลักที่อยากออกไปเสียจากความซ้ำเดิมที่เรียกว่าบ้าน แต่เธออยากจัดการทุกอย่างให้เป็นเหมือนเดิมก่อนออกไป ไม่ว่าจะเป็นการคืนดีกับเพื่อน การทำให้พ่อเข้าใจ ตลอดจนการสับสนในการตัดสินใจ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นกับตัวละครที่ต้องแบกรับความรู้สึกสับสนว้าวุ่นกันไปทั้งเรื่อง ทั้งคู่จึงตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวเองว่า สถานที่ใดคือที่ของตัวเองกันแน่ 
 
ยังมีความว้าวุ่นในเรื่องอีกหลากหลาย เช่น พ่อของซูที่ต้องสูญเสียภรรยาไป แม่ของเบลล์อีกคนที่ต้องอย่าร้างกับสามีหนีไปใช้ชีวิตอยู่เมืองกรุงห่างจากลูกของตัวเอง และยังมีตัวละครยายที่ยังคงระลึกถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตนเคยมีความสัมพันธ์ด้วยในยุคสมัยที่ผ่านมาไม่รู้ลืม และมีวงดนตรีของกลุ่มเพื่อนที่แตกหักจากความคิดที่ขัดแย้งกัน หรือน้องชายของตัวละครหลักที่ต้องแอบซ่อนเพศสภาพของตัวเองจากผู้เป็นพ่อ ทุกอย่างล้วนพันกันยุ่งเหยิงเป็นเนื้อเดียวอย่างกลมกล่อม

เพลงประกอบ 

 
 
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีเพลงประกอบภาพยนตร์สุดเพราะชื่อว่า LET U GO ที่มีบรรยากาศของความแอบเศร้าอย่างคนมีหวังเล็ก ๆ ซึ่งเป็นผลงานเพลงที่ผู้กำกับ คงเดช นั้นทำงานร่วมกันกับ นักร้อง นักแต่งเพลง อย่าง เจ เจตมนต์ มละโยธา หรือ เจ Penguin Villa นั่นเอง และเสียงนักร้องก็ได้สองสาวนักแสดงนำของเรื่องมาร่วมกันส่งเสียงเพราะ ๆ ให้ฟัง คนหนึ่งเป็นเสียงหลัก ส่วนอีกคนเป็นคอรัส ลองไปเดากันดูนะว่าเสียง ๆ นั้นเป็นของใคร อีกหนึ่งส่วนของความดีงามในเรื่องนี้ที่เป็นดั่งผู้อยู่เบื้องหลังสร้างบรรยากาศให้เราได้อินไปกับเรื่องได้ก็คือ สกอร์ หรือ ซาวนด์ดนตรีที่เกิดขึ้นในหนังนั่นเอง ได้นักร้อง นักแต่งเพลง สุดแนวตลอดการชื่อ ธนชัย อุชชิน หรือ พี่ป๊อด แห่งวง Moderndog มาสร้างสิ่ง ๆ นี้ให้เราได้ยินกัน ดีจริง ๆ 

อย่ารอช้าตี๋ตั๋วไปชมภาพยนตร์เรื่อง Where We Belong ได้แล้ววันนี้ ในเครือภาพยนตร์ของ SF ทุกสาขา 

 
AdSense
AdSense
AdSense