Skip to main content
AdSense

กี่สิบสายมูก็ช่วยสูไม่ได้: รื้อสร้างทุกความเชื่อไปกับ ‘ร่างทรง’ หนังที่โยนปัญหาให้เราแก้ และตั้งคำถามกับวิธีแก้นั้นไปด้วย

นิยามใหม่ของคำว่า 'ผีเข้าผีออก'

กี่สิบสายมูก็ช่วยสูไม่ได้: รื้อสร้างทุกความเชื่อไปกับ ‘ร่างทรง’ หนังที่โยนปัญหาให้เราแก้ และตั้งคำถามกับวิธีแก้นั้นไปด้วย
October 28, 2021 Bangkok time
ในที่สุด หนังสยองขวัญไทยกลิ่นอายเกาหลีที่เรารอคอยมานานอย่าง ร่างทรง (The Medium - 랑종) ของผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ก็เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราเสียที หลังจากที่ปล่อยให้คอหนังเกาหลีหวีดร้องกันไปเต็มโปรแกรมแล้ว ด้วยความที่ดูแลงานสร้างโดย นาฮงจิน เจ้าของผลงานอย่าง The Wailing (곡성) ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำรายได้น่าพอใจในหลายตลาดเอเชียมาแล้ว เลยยิ่งทำให้เราอยากดูมากขึ้นเป็นทวีคูณ
 
 
ร่างทรง เล่าถึงครอบครัวหนึ่งทางภาคอีสานที่สืบทอดตำนานการเป็น 'คนทรง' ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่น โดย 'ย่าบาหยัน' จะเลือกแต่ผู้หญิงให้เป็นปากเป็นเสียงของเธอเท่านั้น และการสืบสายเลือดร่างทรงนี้เองที่นำมาสู่เรื่องราวของ นิ่ม ร่างทรงย่าบาหยันคนปัจจุบัน ผู้เป็นที่พึ่งพิงให้กับชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วยจากเรื่องเหนือธรรมชาติ ปัญหาคือป้านิ่มไม่ได้แต่งงานมีลูก แล้วใครจะเป็นร่างทรงในรุ่นต่อไปได้ล่ะ?
 
 
 
หนังเลือกจะเล่าแบบเป็นสารคดีปลอม ๆ และสัมภาษณ์ตัวละครหลักแทนการใช้บทบรรยายเป็นหลัก โดยเหตุการณ์แรก ๆ ที่ฟุตเทจในหนังพาคนดูไปสำรวจก็คืองานศพของพี่เขยป้านิ่มคนนี้นี่แหละ ซึ่งนี่ก็ทำให้เราได้รู้จักกับตัวละครที่เข้าข่ายจะเป็นร่างทรงคนต่อไปแบบไม่ต้องลุ้น เพราะไม่มีหญิงสาวคนอื่นเกี่ยวกับกับนิ่มทางสายเลือดอีกแล้ว ยกเว้นก็แต่ มิ้ง ที่มีศักดิ์เป็นหลานน้า และถึงจะเพิ่งสูญเสียพ่อ และเคยต้องเผชิญกับการตายของพี่ชายมาแล้ว แต่หญิงสาวก็ยืนยันว่าเธอสบายดี ไม่มีอะไรให้เป็นห่วง
 
 
แต่แล้วการแสดงออกที่แปลกประหลาดหลาย ๆ ครั้งก็ทำให้นิ่มเริ่มเอะใจกับหลานสาว และพยายามหาคำตอบว่าย่าบาหยันกำลังเลือกร่างทรงคนใหม่อยู่หรือไม่ ในขณะเดียวกัน หนังก็เลือกที่จะนำเสนอว่ามิ้งและแม่ของเธอไม่ได้สนใจ นับถือ หรือต้องการเกี่ยวข้องกับพิธีโบร่ำโบราณที่พิสูจน์ไม่ได้นี้เลย กลายเป็นว่าคนดูจะได้เห็นความเชื่อทุกแบบ ตั้งแต่การไหว้ผีไหว้สางกับสิ่งของและสถานที่ต่าง ๆ ไหว้พระในศาสนาพุทธ และภาวนากับพระเจ้าในศาสนาคริสต์ รวมถึงค่อย ๆ ได้ท้าทายทุกศรัทธานั้นไปพร้อม ๆ กับตัวละครด้วย
 
 
แล้วก็ตามฟอร์ม ที่ป้านิ่มคนนี้ต้องได้ค้นพบว่าสิ่งที่ตามรังควานหลานสาวไม่ใช่ย่าบาหยัน ผู้คุ้มครองหมู่บ้านในแถบนี้ แต่อย่างใด แต่กลับเป็นสัมภเวสีที่โกรธแค้นและหิวโหยมากมายที่พากันใช้ร่างหญิงสาวร่างนี้เป็นสื่อกลาง ซึ่งส่วนตัวเราชอบมาก ๆ นะ ที่คาแรกเตอร์มิ้งถูกดีไซน์การเคลื่อนไหวให้ออกมาหลากหลาย ให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นตัวเอง และไม่ได้เป็นใครคนใดคนหนึ่ง (หรือตนใดตนหนึ่ง) เป็นจังหวะ 'ผีเข้าผีออก' ที่น่าจดจำจริง ๆ ถือเป็นการรวมความเชื่อ ความงมงาย และไอเดียสิ่งเหนือธรรมชาติของไทยไว้ได้อย่างน่าติดตาม
 
 
 
แต่สิ่งที่สะดุดมาก ๆ สำหรับเราคือวิธีบอกเล่า รวมถึงการขยายเรื่องที่เราไม่อยากรู้ แต่ไม่ขยายเรื่องที่เราอยากรู้ของหนัง เรารู้สึกว่าถ้าประวัติความเป็นมาของมิ้ง และของครอบครัวมิ้ง ได้สปอตไลต์มากกว่านี้ เราอาจจะ 'ซื้อ' หรือเชื่อบทสรุปของมันมากกว่านี้ก็ได้ ซึ่งถึงจะขัดใจดีเทลใด ๆ ของหนังก็ตาม เราก็ต้องขอยอมรับเลยว่าทีมนักแสดงสุดยอดมาก ๆ และโดยรวมก็เป็นหนังสยองขวัญที่ตอบโจทย์เราอยู่พอตัว คือดูแล้วลุ้น ดูแล้วเหนื่อย ดูแล้วอยากวิ่งหนีไปกับตัวละครด้วย
 
จังหวะที่เป็นที่สุดแล้วคือแต่ละซีนที่คนดูเห็นแล้วรู้แหละว่าคืออะไร น่ากลัวยังไง หรือแม้แต่ว่าชอตต่อไปน่าจะบอกเล่าอะไร แต่กล้องก็จ่อและบังคับให้เราดูสิ่งที่ไม่น่าดูหรือสิ่งที่น่ากลัวนั้นต่อ จะเรียกว่า โต้ง บรรจง สามารถ 'ทำความกลัวให้กลายเป็นภาพ' ได้ดี ก็คงจะไม่ผิดนัก ซึ่งจุดนี้สร้างอิมแพกต์กับเรามาก ๆ และเราคิดว่าผลงานเบอร์นี้ก็น่าจะอิมแพกต์คอหนังสยองขวัญคนอื่นด้วยเหมือนกัน บอกกันตรงนี้เลยว่า 'ร่างทรง' เป็นหนังที่ต้องดูจอใหญ่ ในโรง และไม่ดูคนเดียวจ้ะ!
 
ร่างทรง เข้าฉายแล้วในโรงภาพยนตร์
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense