เชื่อเหลือเกินว่าคอหนังไทยจำนวนมากรอคอยผลงานมู้ดจัดจ้านอย่าง คืนยุติ-ธรรม (Nemesis) มาพักใหญ่ และต้องบอกเลยว่าเนื้อเรื่องวิพากษ์สังคม รวมถึงระบบยุติธรรม (ที่เหมือนจะไม่เคยยุติธรรม) เป็นประเด็นที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ ถึงแม้ว่าความจริงแล้วหนังต้องพรีเมียร์ไปตั้งแต่ก่อนวิกฤติโควิดก็ตาม แต่มาตอนนี้ก็ยังเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ หรือเราควรจะเรียกว่ามันสะท้อนความจริงที่อยู่เหนือกาลเวลา สะท้อนความจริงที่เป็นมาทุกยุคทุกสมัยดีนะ?

คืนยุติ-ธรรม เล่าถึงชายหนุ่มที่ถูกผู้มีอิทธิพลยัดข้อกล่าวหา ทำให้เขากลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าภรรยาตัวเอง แถมยังต้องมีประวัติใช้ยาเสพติด และต้องโทษจำคุกไปอีก เมื่อเขาคนนี้ออกจากคุกได้ ก็พยายามเยียวยาตัวเองจากเหตุการณ์ทั้งหมด โดยการเข้ารักษากับจิตแพทย์ที่เคยเจอเมื่อตอนโดนจับ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเขาในการออกตามหา (หรือก็คือ 'สร้าง') ความยุติธรรมในแบบของตัวชายหนุ่มเอง ว่ากันง่าย ๆ ก็คือการตั้ง 'ศาลเตี้ย' นั่นแหละ แล้วเมื่อเรื่องราวดำเนินไป คนดูจะพบว่าสิ่งที่ตัวละครหลักเผชิญอยู่ จนเลือกที่จะโต้ตอบแบบนี้ ก็คือวิถี 'ศาลเตี้ย' ที่กระทำโดยคนในระบบ(อ)ยุติธรรมและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่โยงใยกันไปมานั่นเอง จะมองว่าเป็นการ 'หนามยอกเอาหนามบ่ง' ก็คงไม่ผิดนัก


หนังมีความ Anti-hero และความอินเตอร์สูงในแบบที่เราไม่ค่อยเห็นในอุตสาหกรรมหนังบ้านเรา ซึ่งถือว่าน่าชื่นใจที่มีคนกล้าทำออกมา แล้วที่เริ่ดสุด ๆ คือเพลงประกอบที่ได้ ไททศมิตร (TaitosmitH) หนึ่งในศิลปินที่ฮอตที่สุด พ.ศ. นี้ มาร้อง เล่น และระบายอารมณ์ได้แบบเข้ากั๊นเข้ากัน


เพลงประกอบที่ว่าชื่อว่า ยุติ-ธรรม โดยมีเนื้อร้องส่วนหนึ่งว่า "เจ้าข้าเอ๋ย บ้านเมืองมีขื่อมีแป แต่ว่าคนเลือกที่จะข้าม ทำตามสันดานเจ้าของ โดยไม่มองไอ้คนข้างล่าง ทนกันไปตามกรรม นานวันยิ่งตอกยิ่งย้ำ ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง" แหม มันซี้ดตั้งแต่หนังยันเพลงเลยล่ะคุณผู้ชม!
คืนยุติ-ธรรม ยังมีรอบฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์
