Skip to main content
AdSense

Midnight Diner ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ทำให้ชีวิตอร่อยขึ้น

เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า มีอาหารเป็นเพื่อน

Midnight Diner ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ทำให้ชีวิตอร่อยขึ้น
June 10, 2017 Bangkok time
“ในขณะที่ผู้คนกำลังเร่งรีบกลับบ้าน หลังเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งวัน แต่วันของผมเพิ่งเริ่มขึ้น ร้านอาหารเที่ยงคืนคือชื่อที่คนเรียก รายการอาหารมีไม่มาก อยากกินอะไรผมจะทำให้ ถ้าผมทำได้ ลูกค้ามีเยอะไหมน่ะเหรอ? มากกว่าที่คุณคิดอีก”
 
นี่คือประโยคซิกเนเจอร์ของ Midnight Diner ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่สร้างจากการ์ตูนมังงะเรื่องดังของญี่ปุ่น Shinya Shokudō ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงโตเกียวผ่านร้านอาหารของมาสเตอร์ ผู้เปิดร้านตอนเที่ยงคืนของทุกวันจนถึง 7 โมงเช้า
 
 
Midnight Diner โด่งดังและสร้างปรากฎการณ์ก้าวข้ามจากการเป็นแค่การ์ตูนมังงะเกี่ยวกับอาหารที่ออกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2006 ก่อนทำเป็นหนัง และซีรีส์ดังที่ได้รับการสร้างติดต่อกันมานานหลายปี แถมยังถูกซื้อไปทำเป็นซีรีส์รีเมคในประเทศจีน และเกาหลีใต้
 
แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่หนังเรื่องนี้ได้ฉายได้ไทย โดย Bangkok Screening Room โรงภาพยนตร์อิสระของกรุงเทพฯ ตัดสินใจนำเข้ามาฉายพร้อมกันถึง 2 ภาคในเวอร์ชั่น 2014 และ 2016
 
 
ทั้งสองเรื่องยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมจากทั้งตัวมังงะ และซีรีส์ เพราะทั้งสองภาคได้ผู้กำกับคนเดิมอย่าง โจจิ มัตสึโอกะ ที่เป็นผู้กำกับทั้งภาพยนตร์ และซีรีส์มาตั้งแต่ปี 2011 (หลังจากที่ซีรีส์ออกฉายมาตั้งแต่ปี 2009) ซึ่งมาพร้อมกับฉากถนนเก่าๆ แคบๆ พร้อมสถานีตำรวจเล็กๆ แถมยังได้ คาโอรุ โคบายาชิ นักแสดงที่เล่นเป็นมาสเตอร์ในซีรีส์มารับบทมาสเตอร์มาดขรึมเหมือนเดิมด้วย
 
คงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนเกิดความสับสนว่าเป็นเรื่องเดียวกับซีรีส์ที่ออกฉายบน Netflix ด้วยเพราะนักแสดง และ mood ออกมาคล้ายกันเหลือเกิน
 
แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู นี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้ Midnight Diner เวอร์ชั่นภาพยนตร์ช่วยทำให้ชีวิตเรากลมกล่อมขึ้น

ชีวิตมุมเล็กในเมืองใหญ่

 

 
แต่ละค่ำคืนของมาสเตอร์มักเจอกับลูกค้าแปลกที่มีปมปัญหาชีวิตมาให้รับฟัง โดยมากลูกค้ากลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มคนที่ตกหล่น หรือมีปัญหาที่คุยกับใครไม่ได้ สุดท้ายก็จะได้อาหารจานอร่อยของมาสเตอร์มาเยียวยาจิตใจ และหลายครั้งมักจะเป็นเมนูอาหารเอาแต่ใจด้วย เพราะนั่นคือปณิธานของมาสเตอร์ที่บอกไว้ว่า “ถ้าทำให้ได้ ก็จะทำให้”
 

เพศสภาพและการยอมรับ

 
 
สิ่งหนึ่งที่มักจะสังเกตได้คือไม่ค่อยเห็นชาวข้ามเพศออกมาให้เห็นในสังคมทั่วไปของญี่ปุ่น แต่ในร้านอาหารแห่งนี้ เราจะได้เห็นความน่ารักของตัวละครที่เป็นสตรีข้ามเพศเข้ามานั่งกินอาหารพร้อมพูดคุยกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่กลายเป็นเพื่อนกันอย่างกลมกลืน แถมตัวละครหลักแต่ละตัวก็น่ารักเสียจนอยากจะเป็นเพื่อนจริงๆ
 

แทรกแซงหรือเฝ้ามอง

 
 
การเคารพความเป็นส่วนตัวในแบบฉบับญี่ปุ่นถูกถ่ายทอดออกมาในหนังผ่านคาแรคเตอร์ของลูกค้าประจำที่พร้อมจะนินทา หรือตั้งข้อสงสัยลูกค้าหน้าใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หรือแม้แต่การเฝ้ามองอยู่แต่เพียงห่างๆ ของมาสเตอร์ ก็ทำให้ที่แห่งนี้เป็นเหมือน shelter ให้แต่ละคนได้นั่งพักคิดทบทวนปัญหาจนหาทางออกได้ในที่สุด
 

กินข้าวกับคนแปลกหน้าก็อร่อย

 
 
เพราะความดีงามของ Midnight Diner ไม่ได้หยุดอยู่แค่อาหาร แต่เป็นการเรียนรู้เรื่องราวปมปัญหาของตัวละครต่างๆ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาสร้างมุมมองอีกด้านของชีวิตให้เราได้ขบคิด และเรียนรู้ความแตกต่าง แถมมุมกล้องที่ทำให้เราได้เหมือนนั่งกินด้วยยิ่งทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดเหมือนนั่งข้างในร้านเลยทีเดียว
 

อาหารปลอบใจได้

 
 
เสน่ห์ของเรื่องนี้คงจะหนีเรื่องอาหารไปไม่ได้ และถือเป็นคาแรคเตอร์ของหนังเลยคือตัวละครจะมีเมนูโปรดของตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงทอด เสียงน้ำเดือด เสียงหั่นผัก หรือหักตะเกียบ พร้อมคำพูดตื่นเต้นก่อนจะตักอาหารคำแรกเข้าปาก นี่คือช่วงเวลาที่เราได้จดจ่อกับอาหารจานโปรดตรงหน้าจนลืมปัญหารอบตัว และได้ความสุขของตัวเองกลับมาในเสี้ยวหนึ่งของวันอันยาวนาน
 
เพราะต่อให้ชีวิตไม่อร่อย แต่ขอให้อาหารอร่อย ก็มีแรงสู้กับวันใหม่แล้ว
 
ฉายตั้งแต่วันนี้ - 27 มิ.ย. ที่ Bangkok Screening Room ซอยศาลาแดง 1 ถนนพระราม 4 เวลาทำการ อังคาร-พฤหัสบดี 15:30-00:00 น. ศุกร์ 13:00-00:00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 10:30-00:00 น.​ โทร. 094-125-9906​ BTS ศาลาแดง ทางออก 4 และ MRT ลุมพินี ทางออก 2 bkksr.com

 
ที่ Bangkok Screening Room ยังทำฝันคนชอบหนังอาหารเป็นจริงด้วยการเสิร์ฟเมนูเด็ดจากหนังนั่นคือ Spaghetti Neapolitan (175 บาท) สูตรแบบเดียวกับมาสเตอร์ที่เสิร์ฟมาบนไข่เจียวกะทะร้อน เราแนะนำให้ดูหนังก่อนแล้วค่อยมาชิม เพราะจะเพิ่มอรรถรสให้มากขึ้นอีกเท่าตัว

 

 

AdSense
AdSense
AdSense