"ถ้าไม่ลองทำดู จะรู้ได้ยังไงว่าจะแพ้หรือชนะ เธอต้องกล้าที่จะลอง" เป็นบทในสคริปต์ของหนังชีวประวัติโค้ชหลางผิง อดีตนักกีฬาทีมชาติวอลเลย์บอลหญิงชุดตำนานของจีนและรับหน้าที่โค้ชให้กับทีมชาติชุดปัจจุบัน ที่ทำให้ กงลี่ นักแสดงผู้มากฝีมือ ตกลงรับบทนำในหนังเรื่อง Leap ตบให้สนั่น หลังจากที่ทีแรกปฏิเสธไปเพราะกลัวจะเล่นออกมาได้ไม่ดีพอ

Leap เป็นผลงานล่าสุดของ ปีเตอร์ ชาน ที่สร้างหนังคุณภาพมาแล้วมากมายตลอดเกือบ 30 ปี ในฐานะผู้กำกับ เล่าถึงการเปิดประเทศและการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของจีน ผ่านความเป็นไปในการฝึกทีมชาติวอลเลย์บอลหญิง ซึ่งในประวัติศาสตร์ของทีมเอง ก็มีการเข้าสู่ 'ยุคใหม่' ไม่ต่างจากสถานการณ์ที่ประเทศทั้งประเทศเคยผ่านมาแล้ว การทับเหลื่อมของ 'จุดเปลี่ยนผ่าน' และความเป็นสมัยใหม่ เลยเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เรื่องราวของนักกีฬาคนหนึ่ง มีมิติและน่าสนใจยิ่งขึ้น


ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ หนังเลือกจะพูดถึงประเด็นความเป็นสากลและการ (ยอม) เปิดรับความเป็นสากลของจีนอย่างตรงไปตรงมา แถมยังเปิดเรื่องด้วยแมตช์หยุดโลกระหว่างทีมชาติจีนกับทีมชาติสหรัฐฯ ในโอลิมปิกปี 2008 ที่จีนเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งการเผชิญหน้ากัน (และต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้มาเยือน) ครั้งนั้นจะไม่ตกค้างในความรู้สึกชาวจีนนัก ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ได้มีโค้ชเป็นชาวจีน จนทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนโดนทรยศ และโค้ชของคู่แข่งในแมตช์นั้นก็คือ หลางผิง นั่นเอง

Leap พาเราไปดูความเป็นมาของโค้ชหลางผิง และวอลเลย์บอลหญิงจีนในยุครุ่งเรือง ที่เธอเป็นนักกีฬา ไล่มาจนถึงยุคตกต่ำของวอลเลย์บอลจีน รวมถึงยุคตกต่ำและยุครุ่งเรืองของซูเปอร์โค้ชคนนี้กับทีมชาติจีนด้วย ซึ่ง 'ยุคตกต่ำ' ของทั้งทีมและคน ก็เป็นอีกพาร์ตที่ผู้กำกับเลือกจะเล่าซับเจกต์ใน 2 สเกล อย่างทับเหลื่อมกัน ไม่ต่างจากพาร์ตการเปิดประเทศและการเปิดรับความเป็นสากลของทีมชาติ


การได้กงลี่มารับทบทนำอาจไม่น่าตื่นเต้นสำหรับคอกีฬามากเท่ากับที่ Leap ได้ทีมชาติจีนตัวจริง รวมถึงนักกีฬาฝีมือดีจากทั่วประเทศ มารับบทนักกีฬาในเรื่อง ให้ได้ภาพที่สมจริงและตรงกับดีเทลในอดีตมากที่สุด โดยได้ความช่วยเหลือจากทีมชาติบราซิล สหรัฐฯ รัสเซีย ญี่ปุ่น และไทย มาร่วมแสดงด้วย

บอกเลยว่าเป็นหนังเกี่ยวกับกีฬาที่คนดูจะได้ซึมซับ 'หัวใจนักกีฬา' ไปพร้อม ๆ กับลุ้นระทึกไปกับเกมการแข่งขันจริง ๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ไม่เคยรู้ผลแพ้ชนะของแต่ละแมตช์มาก่อน) เรียกว่าดูพาร์ตแสดง เป็นสายหนัง ก็ดี ดูพาร์ตแข่งขัน เป็นสายสปอร์ต ก็เลิศ
Leap ตบให้สนั่น เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 5 พ.ย.
