บ่อยครั้งที่เวลาเราดูรายการทีวีแล้วพบว่ามันไม่ได้สนุกหรือน่าติดตามอีกต่อไปแล้ว ทั้งที่เราเคยชอบมันมาก ๆ นั่นก็เป็นเพราะว่าการประกอบขึ้นของตัวรายการต้องพึ่งพาหลายฝ่าย หลายบุคคล ซึ่งก็แน่นอนว่าทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพ และในขณะเดียวกันก็ต้องผลิตคอนเทนต์สดใหม่ ขโมยหัวใจคนดูให้ได้อย่างต่อเนื่องด้วย เราเลยเห็นการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของรายการหนึ่ง ๆ อยู่เรื่อย ๆ ทั้งเปลี่ยนชื่อ ปรับช่วงเวลา เพิ่ม-ลดคอนเทนต์ หรือแม้แต่เปลี่ยนพิธีกร


รายละเอียดปลีกย่อยของการทำรายการเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนนอกวงการทีวียากจะจินตนาการถึง แต่หนังเรื่องที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้อย่าง Late Night มีให้ครบ แถมยังถ่ายทอดชีวิต “คนทีวี” ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังออกมาได้อย่างน่าสนใจ เรื่องมันมีอยู่ว่าคุณน้าพิธีกรทอล์กโชว์แถวหน้าของประเทศกำลังอยู่ในช่วงขาลง แต่เธอกลับไม่รู้ตัว และไม่ยอมปรับเนื้อหาหรือรับฟังทีมงานเลย ทำให้สถานีวางแผนจะปลดเธอ เกิดเป็นเหตุการณ์ชุลมุน ที่ทั้งสุขและเศร้าในหลายจังหวะ เรียกว่าเป็นหนังที่บริหารขั้วอารมณ์คนดูได้ดีเลยทีเดียว


คนที่เคยดูหรือติดตามรายการประเภท Late Night หรือก็คือชื่อหนังเรื่องนี้ (ที่ตั้งมาได้ตรงตัวมาก) จะรู้กันดีว่ามันคือทอล์กโชว์ประเภทตลกเสียดสี ที่มุกต้องฉลาด คม และฮาจริง ๆ ถึงจะอยู่รอดในสงครามเรตติงรายการช่วงดึกได้ เท่ากับว่าแต่ละสิ่งที่พิธีกรพูดและนำเสนอออกไปต้องผ่านการคิด กลั่นกรอง หรือแม้แต่ทดสอบจากทีมงานมากหน้าหลายตาซะก่อน เพื่อความชัวร์ ทั้งหมดนี้ทำให้กระบวนการสร้างความบันเทิงนี้มันไม่ค่อยบันเทิงเท่าไหร่สำหรับคนทำงาน เพราะมันกลายเป็นความกดดันแบบวันต่อวันที่ต้องเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลกแบบไหนจะเวิร์กไม่เวิร์ก หรือถ้าวันนี้เวิร์กพรุ่งนี้ไม่เวิร์กจะทำยังไงต่อ


นี่ยังไม่รวมถึงความกดดันของการเป็นซุป’ตาร์หน้าจอของตัวละครหลักในเรื่องด้วยนะ ปมปัญหาที่ว่าแย่อยู่แล้วเลยแย่ไปกันใหญ่ ซึ่งอุปสรรคในออฟฟิศที่ดูแสนจะธรรมดาและพบเห็นได้ทั่วไปตามวิถีมนุษย์เงินเดือนนี้ ได้ถูกบอกเล่าและแก้ไขทีละเปลาะได้อย่างกลมกล่อม ขณะเดียวกัน หนังก็นำเสนอประเด็นความไม่หลากหลายทางสังคมของอเมริกาได้อย่างแม่นยำ จนเราอดสงสัยและคิดต่อไม่ได้เลยว่า เบื้องหลังของวงการทีวีไทยมีอะไรแบบนี้บ้างมั้ยนะ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องจะถูกนำไปปรับใช้ได้จริงบ้างรึเปล่า


แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราอยากชวนชาวซอยมิลค์ไปดูหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันบอกเล่าความจริงของชีวิตได้ดีเชียวแหละ นั่นก็คือการบอกว่าคนเราในทุกสายงานต้องปรับตัวให้ทันสังคมและประชากร Gen ใหม่ ๆ การบอกว่าการทำให้งานเป็นทุกอย่างของชีวิตไม่ใช่เรื่องดี และการบอกว่าการเปิดใจรับฟังสิ่งที่อาจไม่เข้าหูเราเท่าไหร่ก็กลับกลายเป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน ใครสนใจ ตอนนี้ Bangkok Screening Room เขานำ Late Night มาฉายให้ดูในโรงแบบ Exclusive จำกัดเพียงไม่กี่รอบ ถึงแค่วันที่ 19 ม.ค. นี้เท่านั้น แว่ว ๆ ว่าจัดรอบไว้เสาร์อาทิตย์เป็นหลักด้วยล่ะ สามารถเช็กตารางฉายและจองตั๋วได้ที่เว็บไซต์ BKKSR เลยจ้ะ!