นาทีนี้ ต้ององศานี้เท่านั้น! กับหนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์ที่เดือดไม่เกรงใจใครจากเกาหลี Hunt ล่าคนปลอมคน (헌트) ฝีมือการกำกับเรื่องแรกของ อีจองแจ จาก Along with the Gods, Deliver Us from Evil และซีรีส์ที่ทั่วโลกต้องรู้จักอย่าง Squid Game ที่ประเดิมงานแรกแบบนี้ มีหรือจะพลาด ไม่แคสต์ตัวเองมาเล่นบทนำ แล้วยิ่งไปกว่านั้น โปรเจกต์ลูกรักแบบนี้จะไว้ใจใครไปได้มากกว่าเพื่อนซี้ จองอูซอง ที่เริ่มสนิทกันมาตั้งแต่เล่นหนัง City of the Rising Sun (태양은 없다) ของผู้กำกับ คิมซองซู ด้วยกันเมื่อปี 1999 ที่ยิ่งพีกขึ้นไปอีกคือเหล่านักแสดงสมทบทั้งหลาย ตั้งแต่ตัวละครรอง ๆ ไปจนถึงระดับ 'ชาวบ้าน 2' ในเรื่องนี้ยังเป็นตัวท็อปของวงการบันเทิงเกาหลีที่แฟน ๆ คุ้นหน้าดีอีกด้วย ต้องยอมใจคุณพี่เขาจริง ๆ

Hunt เล่าถึงบรรยากาศการเมืองของคาบสมุทรเกาหลีในช่วงต้นทศวรรษที่ 80s ที่การเมืองระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังคุกรุ่นอย่างเปิดเผย ในขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศก็เผชิญกับผู้นำเผด็จการในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยที่การเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศโลกตะวันตก ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้เปิดหูเปิดตา และกล้าที่จะประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงดูบ้าง

"ที่นี่เขาประท้วงกันได้เปิดเผย ไม่เหมือนที่บ้านเราเลยเนอะ"
คือประโยคในซีนแรกของหนัง ที่ฉายภาพการเรียกร้องของชาวเกาหลีในอเมริกา ดินแดนเสรีที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถบอกให้ประชาชนที่มาประท้วงเลิกประท้วงได้ เพราะนั่นเป็นสิทธิอันชอบธรรม แต่แก่นของเรื่องไม่เชิงเป็นการประท้วงที่ว่านั้นสักทีเดียวหรอก แต่เป็นภารกิจอารักขาผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงท่ามกลางบรรยากาศการเมืองเดือด ๆ แบบนี้ต่างหาก ที่คนตำแหน่งสำคัญทุกคนสามารถถูกหมายหัวจากฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในซีนเปิดนี้เองที่ผู้ชมจะได้เห็นการแผ่คาริสมาใส่กันแบบรัว ๆ ของนักแสดงนำทั้งสอง คือ 'ชน' กันตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยล่ะ แล้วจากนั้นก็... ยาว!


อีจองแจ รับบท พักพยองโฮ หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับระหว่างประเทศ ที่ต้องมาทำสุดยอดภารกิจร่วมกับคู่ปรับที่มีอดีตไม่ลงรอยกันรุนแรงอย่างคาแรกเตอร์ของ จองอูซอง กับบท คิมจองโด หัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ โดยต่างฝ่ายต่างก็มีลูกน้องมือขวาที่เก่งและพร้อมเล่นงานอีกฝ่ายพอ ๆ กัน รับบทโดย จอนฮเยจิน จาก Ashfall และ Search: WWW กับ ฮอซองแท จาก Squid Game, The Silent Sea และ Adamas ซึ่งเมื่อสุดยอดทีมระดับประเทศ 2 ทีม ต้องตามหาสายลับเกาหลีเหนือ ดงลิม ให้เร็วที่สุด แต่ดันโดนเสี้ยม โยนเบาะแสให้สงสัยกันเอง ความวุ่นวายและอันตรายที่ตามมาจึงอัปเลเวลขึ้นไปอีกหลายขั้น



เรื่องนี้โดดเด่นเหลือเกินที่ฉากแอ็กชันและการใช้กล้องจับภาพตัวละครได้อย่างชวนลุ้น และแม้จะเดินเรื่องค่อนข้างเร็ว แบบไม่แคร์หัวใจคนไม่รู้ที่มาที่ไปทางการเมืองของเกาหลีเท่าไหร่ แต่คิวบู๊เขาก็ยังตรึงคนดูไว้ได้ทุกชั่วขณะจิตจริง ๆ (และเอาจริง ๆ แล้ว คนดูก็ควรพยายามปล่อยตัวเองให้ 'ถูกตรึง' ไว้กับเรื่องด้วยนะ เพราะถ้าหลุดแล้วคือหลุดเลย) เรียกว่าประเดิมกำกับฟีเจอร์ฟิล์มของตัวเองได้แบบไม่เสียแรงร่วมเขียนบทและร่วมโปรดิวซ์ จัดการทุกอย่างทุกขั้นตอนเองเลยล่ะ สำหรับอีจองแจ


และสำหรับนักแสดงสมทบที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ โกยุนจอง นักแสดงสาวที่เดบิวต์มาได้ไม่นาน แต่ก็เข้าไปนั่งในใจแฟน ๆ จำนวนมากแล้ว กับผลงานอย่าง Sweet Home และล่าสุดที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากกับ Alchemy of Souls ซึ่งเพิ่งปิดฉากพาร์ต 1 ลาจอแบบซึ้ง ๆ (?) ไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ โดยเธอกำลังจะกลับมาในฐานะนักแสดงนำหญิงของเรื่องนี้ในพาร์ตที่ 2 Alchemy of Souls: Light and Shadow อย่างเต็มตัวด้วย หลังจากที่พาร์ตแรกมาเล่นรับเชิญแค่ไม่กี่ซีน เรื่องนี้เธอรับบทเป็นนักศึกษาที่ได้รับการช่วยเหลือจาก พักพยองโฮ และเข้าไปเกี่ยวข้องกับม็อบต่อต้านรัฐบาล


จุดที่ดีมาก ๆ คือการเล่าการทำงานขององค์กรระดับประเทศที่เต็มไปด้วยความลับและไม่มีใครไว้ใจใครได้ได้อย่างดี และพาคนดูไปสำรวจลักษณะงาน รวมถึงความตึงเครียดของการเมืองภายในได้แบบที่ต่อให้ไม่เป็นคนเกาหลีก็ร่วมลุ้นไปด้วยแบบตัวโก่งแล้วโก่งอีก คือในขณะที่ตัวละครตลบหลังกันเองไปเรื่อย ๆ แบบเดาทางแทบไม่ได้นั้น คนดูเองก็จะรู้สึกอินและไม่ปลอดภัยไปพร้อม ๆ กันด้วย อันนี้คือชัดเจนว่าหนัง 'ทำงานกับใจ' ต้องชื่นชมอีจองแจที่ประกอบทุก ๆ สิ่งขึ้นได้ลงตัวขนาดนี้ เหมาะกับการเป็น Cinematic Experience ที่ต้องดูบนจอใหญ่ ระบบเสียงดี ๆ แน่น ๆ รอบทิศทาง
Hunt ล่าคนปลอมคน เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 1 ก.ย.

